โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ‘ปรับเพิ่ม’ จีดีพีไทยสู่ 1.9% รับอานิสงส์อุตสาหกรรม AI

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ส่งสัญญาณเตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว โดยในรายงาน World Economic Outlook ฉบับปรับปรุงล่าสุด คาดการณ์ว่า “เศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน-5” (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) จะขยายตัวเพียง 4.1% ในปี 2569 ลดลงจาก 4.5% ในปี 2568 ก่อนจะฟื้นตัวเป็น 4.3% ในปี 2570

อย่างไรก็ตาม IMF ระบุว่า ผลกระทบจากภาวะช็อกด้านพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นเท่าเทียมกันในทุกประเทศ โดยเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับ “ห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก” ยังคงมีความแข็งแกร่งกว่า จากอานิสงส์ของความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ IMF ระบุว่า เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไต้หวัน และไทย เป็น 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก

ด้วยเหตุนี้ IMF จึงปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของหลายประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเวียดนาม ถูกปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตในปี 2569 ขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 7.5% ขณะที่ “ไทย” ก็ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ “เป็น 1.9%” จากแรงหนุนของการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุน และการขยายตัวของธุรกิจศูนย์ข้อมูล

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับ “ธนาคารพัฒนาเอเชีย” (ADB) ซึ่งปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกปี 2569 ลงเหลือ 4.9% จากเดิม 5.1% ที่ประเมินไว้เมื่อเดือนเมษายน โดยระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่าคาดได้สร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค แม้ยังคงคาดการณ์การเติบโตในปี 2570 ไว้ที่ 5.1%

รายงาน Asian Development Outlook ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกหายไปสูงสุดถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อให้เกิดแรงกระแทกด้านพลังงาน แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ผลกระทบยังคงส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

สำหรับ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ADB ปรับลดคาดการณ์การเติบโตลงเหลือ 4.6% จาก 4.7% โดยฟิลิปปินส์ ถูกปรับลดแรงที่สุด เหลือ 3.8% จาก 4.4% เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนอ่อนแอ การลงทุนล่าช้า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ขณะที่กัมพูชา ถูกปรับลดเหลือ 4.1% จาก 4.5%

ในทางกลับกัน ADB ยังคงประมาณการเศรษฐกิจของไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และจีนไว้เท่าเดิม โดยจีนยังได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แม้อุปสงค์ภายในประเทศยังเปราะบาง ส่วนบรูไนได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน

ADB ยังเตือนว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในเอเชียมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป เนื่องจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะส่งผ่านไปยังผู้บริโภค ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2570 ยังคงเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก

อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...