หกล้มครั้งเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล รู้จักโรคกระดูกพรุน ก่อนที่จะสายเกินไป
พี่ๆ เคยสังเกตไหมว่า ช่วงหลังๆ นี้ หลังค่อม ตัวเตี้ยลงกว่าเมื่อก่อน หรือแค่เดินสะดุดนิดเดียวก็รู้สึกเจ็บนานกว่าปกติ
หลายคนมักคิดว่านั่นแค่ ‘เรื่องปกติของคนแก่’ แต่ความจริงแล้ว สัญญาณเหล่านี้อาจไม่ธรรมดาเลย เพราะมันอาจเป็นเสียงเตือนจากโรคที่เรียกว่า ‘โรคกระดูกพรุน’ โรคที่น่ากลัวตรงที่ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่มีอาการ จนกว่ากระดูกจะหักไปเสียแล้ว
วันนี้ยังแฮปปี้จะพาพี่ๆ ไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกขึ้น ทั้งสัญญาณที่ต้องระวัง วิธีดูแลตัวเองที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน และถ้าหากวินิจฉัยแล้วว่าเป็น ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะรักษาได้
กระดูกพรุนคืออะไร และทำไมต้องระวัง
กระดูกของเราไม่ได้อยู่นิ่งๆ แต่มีการสร้างใหม่และสลายตัวอยู่ตลอดเวลา ในวัยหนุ่มสาว กระบวนการสร้างเร็วกว่าสลาย กระดูกจึงหนาแน่นและแข็งแรง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความสมดุลนี้เริ่มเอียง กระดูกค่อยๆ บางลงอย่างเงียบๆ จนกลายเป็นรังผึ้งที่พร้อมแตกหักได้ทุกเมื่อ
องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอย่างรวดเร็วเป็นตัวเร่งการสูญเสียมวลกระดูก ส่วนผู้ชายก็ไม่ได้รอดพ้น เพียงแต่เกิดช้ากว่าสัก 10 ปี
ที่น่าตกใจคือ คนไทยกว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหัก มักไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีก ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม
ดูแลตัวเองอย่างไร ให้กระดูกแข็งแรงในวัยเก๋า
รับแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ ผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมวันละประมาณ 1,200 มิลลิกรัม หาได้จากนม โยเกิร์ต เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียวเข้ม ส่วนวิตามินดีนั้น แค่รับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสัก 15-20 นาทีต่อวัน ก็ช่วยได้มาก
ขยับร่างกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน รำมวยจีน หรือโยคะ ช่วยกระตุ้นให้กระดูกสร้างมวลได้ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องหักโหม แค่สม่ำเสมอก็พอ
ลดปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ บุหรี่และแอลกอฮอล์เป็นศัตรูตัวฉกาจของกระดูก เพราะรบกวนการดูดซึมแคลเซียมและเร่งการสลายตัวของกระดูกโดยตรง
จัดบ้านให้ปลอดภัย พื้นลื่นและแสงสว่างไม่พอคือต้นเหตุของการหกล้มที่ป้องกันได้ ลองติดราวจับในห้องน้ำ ใช้พรมกันลื่น และเปิดไฟให้สว่างพอทุกครั้งที่ลุกขึ้นกลางคืน
ตรวจมวลกระดูกสม่ำเสมอ การตรวจ Bone Mineral Density (BMD) ด้วยเครื่อง DEXA Scan ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ไม่เจ็บ และบอกได้ชัดเจนว่ากระดูกของพี่ๆ อยู่ในระดับไหน ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ควรตรวจอย่างน้อยทุก 1-2 ปี
ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นแล้ว ทำอย่างไรต่อ
อย่าเพิ่งตกใจ เพราะโรคกระดูกพรุนดูแลได้ ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกได้ดี ไม่ว่าจะเป็นยากลุ่ม Bisphosphonates ที่กินเดือนละครั้ง หรือยาฉีดปีละครั้งสำหรับบางราย ซึ่งแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับแต่ละคน
สิ่งสำคัญคือ กินยาต่อเนื่อง และ ไม่หยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะหลายคนรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วก็หยุดยา ซึ่งทำให้กระดูกกลับมาบางเร็วกว่าเดิม
กระดูกที่แข็งแรงไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน แต่เกิดจากนิสัยเล็กๆ ที่สะสมมาทุกวัน พี่ๆ ยังไม่สายเลยที่จะเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพราะชีวิตวัยเก๋าที่มีคุณภาพ เริ่มต้นจากกระดูกที่แข็งแรงนั่นเอง