โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์”เผยน้ำซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าแนวโน้มดีขึ้น อัตราทรุดตัวถนนลดลง จ่อรื้อสะพานลอย เพื่อความปลอดภัย

Manager Online

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 2.03 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“สิริพงศ์”ลงพื้นที่”วงเวียนใหญ่”ยันสถานการณ์น้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ดีขึ้น รอบ 24 ชม.พบผิวถนนทรุดตัวเพิ่มแค่ 8 ซม. เตรียมรื้อสะพานลอยจุดเกิดเหตุ เพื่อสะดวกแก่การซ่อมแซม โดยยึดความปลอดภัยสูงสุด

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดการเหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า รฟม. และผู้รับจ้าง ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์โดยปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ถนนมีอัตราการทรุดตัวลดลง และจากการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารทุกๆ 30 นาที ส่วนผิวถนนจากวานนี้ (9 ก.ค.) มีการทรุดตัวประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาหรือมีการทรุดตัวต่อเนื่องเฉลี่ยชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร พบว่าปัจจุบัน การทรุดตัวเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานในแต่ละช่วงเวลา รวมๆทรุดตัวเพิ่มขึ้นเพียง 8 เซนติเมตรเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนอาคารหลังที่มีความเสี่ยงมีการเอียงตัวลดลง โดยผู้รับจ้างได้เพิ่มกำลังคนและเครื่องจักร พร้อมทั้งได้ประสานงานกับ กทม. เพื่อขออนุญาตรื้อย้ายสะพานลอยคนเดินข้ามออก เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ ตามหลักทางวิศวกรรม

ทั้งนี้ รฟม.แลผู้รับจ้าง ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และอัดคอนกรีตลงไปเพื่ออุดโพรงใต้ดินบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการหยุดการรอยรั่วซึมของน้ำใต้ดินโดยวิธี Grouting นอกจากนี้ผู้รับจ้างได้เตรียมแผนสำรองในการหยุดการรั่วซึมของน้ำใต้ดินเข้าอุโมงค์ไว้ด้วยแล้ว

สำหรับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางผู้รับจ้างมีประกันงานก่อสร้าง (Contractor All Risks - CAR) และจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนภายในพื้นที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบาย คือให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน และพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในนามของกระทรวงคมนาคม ต้องกราบขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงคมนาคมได้กำกับดูแล กำชับ ติดตามการแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน

สำหรับมาตรฐานการก่อสร้างของ รฟม. นั้น ทางรฟม. มีมาตรฐานการควบคุมการก่อสร้างโดยที่ปรึกษาในฐานะผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้าง ส่วนสาเหตุที่เกิดทำให้เกิดเหตุต้องไปสืบสวนหาสาเหตุตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รักษาการรองผู้ว่าการ (การเงิน) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ฯ รายงานข้อมูลว่า รฟม. และผู้รับจ้าง อยู่ระหว่างการจัดการปัญหาเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำใต้ดินเข้ามาในอุโมงค์ โดยความคืบหน้าในส่วนของสัญญาที่ 4 เท่ากับ 74.69% งานอุโมงค์ของสัญญาที่ 4 จะแล้วเสร็จ 100% ภายในเดือนกรกฎาคม 2569

ในส่วนของงานอุโมงค์สัญญาที่ 3 (ช่วงผ่านฟ้า - สะพานพุทธ) มีความคืบหน้างานก่อสร้างอุโมงค์โดยหัวเจาะแรกของสัญญาที่ 3 ปัจจุบันก่อสร้างอุโมงค์ถึงบริเวณสถานีสามยอด และหัวเจาะที่สองอยู่บริเวณปล่องระบายอากาศและอพยพหนีภัยฉุกเฉิน จุดที่ 4 (IVS04) โดยงานก่อสร้างยังคงเป็นไปตามแผนงาน

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ ซึ่งการก่อสร้าง รฟม. มีที่ปรึกษาทำหน้าที่บริหารงานก่อสร้างและควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามสัญญาจ้างในทุกขั้นตอน

รายงานล่าสุด พบว่าการทรุดตัวยังคงเกิดขึ้นในอัตราคงที่ประมาณ 4 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นจากเดิม ขณะที่ ช่วงเช้าวันนี้ รฟม. และผู้รับจ้าง ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และอัดคอนกรีตลงไปเพื่ออุดโพรงใต้ดินบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ

@คาดอีก 1 เดือนมาตรการ"สมุดพก"บังคับใช้

นายสิริพงศ์กล่าวถึง การนำมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” มาใช้ว่า ประกาศของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังผ่านการรับฟังความคิดเห็นและเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในประมาณ 1 เดือน

โดยการนำระบบดังกล่าวมาใช้จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากนำไปใช้โดยไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายการกลั่นแกล้งผู้รับจ้างได้ แต่หากเป็นกรณีที่เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือเข้าข่ายเป็นเหตุร้ายแรงอย่างชัดเจน ก็สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละกรณีจะต้องพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นความเสียหายภายในองค์กร ซึ่งยังอาจมีข้อถกเถียงว่าจะเข้าข่ายหรือไม่ แต่หากเป็นเหตุที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้โดยสาร หรือ มีลักษณะเป็นภัยพิบัติอย่างชัดเจน ก็ถือว่าเข้าข่ายที่จะนำมาพิจารณาได้

สำหรับการแก้ไขปัญหาหน้างาน นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะฝ่ายนโยบายจะดำเนินการเฉพาะในส่วนของมาตรการด้านการบริหาร เช่น การสั่งห้ามใช้อาคาร หรือ มาตรการด้านความปลอดภัย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...