นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เปิด 10 ข้อวิเคราะห์ เหตุอุโมงค์สายสีม่วงใต้รั่ว-ตึกทรุดเอียง เตรียมแผนสองรองรับหากฉุกเฉิน
วันนี้ (11 กรกฎาคม) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความคืบหน้าเหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โดยสรุปเป็น 11 ข้อ ดังนี้
- เหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์เกิดขึ้นตรงจุดต่ำสุดระหว่างสถานีวงเวียนใหญ่ไปสถานีพุทธยอดฟ้า จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ประมาณ 200 เมตร
- ตรงตำแหน่งที่น้ำรั่วมีการสร้างบ่อ sump pit เพื่อเป็นจุดรับน้ำ เป็นโครงสร้างหล่อในที่ ไปเชื่อมใต้ท้องอุโมงค์ ตามแบบจะต้องมีการทำ ground improvement เพื่อทำให้ดินแข็งไม่ไหล จึงจะเปิด segment แล้วขุดไปทำบ่อ sump
- ตอนแรกเข้าใจว่า น้ำรั่วเข้าอุโมงค์ตอนกำลังก่อสร้างบ่อ sump แต่หน้างานแจ้งว่า บ่อ sump ก่อสร้างเสร็จแล้วตั้งแต่พฤษภาคมเลยยังสงสัยว่า ถ้ามีผนังและพื้นของฐานบ่อแล้ว ทรายจะไหลเข้าอุโมงค์ได้อย่างไร อีกทั้งต้องมีการทำ ground improvement บริเวณบ่อก่อนด้วย
- คืนวันเกิดเหตุ มีฝนตกหนัก อาจทำให้ระดับน้ำใต้ดินสูง แรงดันน้ำมาก จึงเป็นตัวเร่งให้พาดินเข้าอุโมงค์ด้วย ผลที่ตามมาคือ ผิวถนนทรุดลงไปประมาณ 28 เซนติเมตร และอาคารในบริเวณดังกล่าวแตกที่ผนังด้านนอก และมีการเอียง
- ได้เข้าไปดูพื้นที่เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม) ในช่วงสายและช่วงเย็น โดยในช่วงเย็น ได้เข้าไปในอาคารที่เอียงด้วย อย่างไรก็ตามอาคารหลังดังกล่าวมีการเอียงตัว แต่โครงสร้างหลักด้านใน (เสาและคาน) ยังไม่แตกร้าว โดยเป็นการเอียงแบบ rigid body โน้มมาทางตำแหน่งบ่อ sump
6 เมื่อเกิดน้ำรั่ว มาตรการที่หน่วยงานใช้คือ เร่งหยุดการไหลของทรายเข้าอุโมงค์ โดยใช้ 1. Chemical grout เพื่อให้ดินข้างใต้คงตัวไม่ไหล 2. ใช้ deep well ขุดลึก เพื่อสูบน้ำออก (dewatering) ลดแรงดันน้ำ 3. ใช้ grout เพื่อสร้างผนังตัดน้ำ (Cut-off wall) กันน้ำไม่ให้เข้าบริเวณบ่อ sump เพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
- จากข้อมูลที่ติดตามเมื่อเช้านี้ พบว่า ปริมาณน้ำเข้าในอุโมงอยู่ที่ 30 ลบม./ชั่วโมง สามารถควบคุมระดับน้ำในอุโมงค์ได้ จะมีการเพิ่มเครื่อง rig อัดฉีด grout จาก 4 เป็น 5 เครื่อง และจะไปอัดฉีด grout ใกล้ๆ ตึกด้วย เพื่อ stabilize ดินแถวนั้นเพิ่มเติม สถานการณ์ดูน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น
- สะพานลอยบริเวณดังกล่าวรื้อออกไปแล้วเมื่อคืน
- สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แผน 2 ที่ควรพิจารณา เช่น Tunnel flooding เพื่อรักษาสมดุลน้ำ หรือแม้กระทั่ง Ground freezing ก็อาจต้องยกมาพิจารณาด้วย
- ข้อมูลอื่นๆ ที่อาจมีประโยชน์ ลองติดตาม fb ของ รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพิ่มเติม