โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออกหมายจับล่า ‘1ไทย3ชาวลาว’ แก๊งขน‘ยานรก’

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ส.-ดีเอสไอ กางแผนประทุษกรรม "แก๊งยานรกข้ามชาติ" พายเรือข้ามโขงส่งเฮโรอีน จ.เลย ก่อนแพ็กส่งกรุงชั้นใน เตรียมส่งออกออสเตรเลีย-ไต้หวัน ศาลสั่งออก 4 หมายจับ ล่าสุดรวบ "ชายไทยกิ๊กเมียลาว" ร่วมทีมขน ส่วนอีก 3 ชายลาวหนีกบดานฝั่งเพื่อนบ้าน "เลขาฯ สุริยา" ลั่นบี้ "Mastermind" ตัวการใหญ่ พร้อมเตือนพวก "รับหิ้วของ" ปัดไม่รู้ก็ไม่รอด

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับดีเอสไอ กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ อาชญากรรมข้ามชาติ นานกว่า 1 ชม. ว่าภายหลังจากที่ได้มีการประชุมหารือร่วมกับทางดีเอสไอ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ป.ป.ส.ได้มีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างบริเวณซอยรางน้ำ หลักสี่ และรามคำแหง เพื่อขอให้ดีเอสไอรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ

กระทั่งล่าสุดดีเอสไอสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับบุคคลเพศชาย จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย คนลาว 3 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนำส่งพัสดุภัณฑ์ที่บรรจุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนส่งเข้ามายังประเทศไทย ข้ามฝั่งผ่านแม่น้ำโขง จังหวัดเลย เพื่อนำส่งให้กับสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ คนไทย และนางทัดสะพอน คนลาว) ก่อนรับไปจัดส่งพัสดุที่บริษัทขนส่งในพื้นที่ เพื่อส่งไปยังผู้รับในกรุงเทพฯ และเตรียมส่งออกประเทศปลายทางที่สามอย่างประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน ซึ่งในส่วนของหมายจับ 4 รายนี้

เขากล่าวว่า จะยังไม่ขอเปิดเผยชื่อและสกุล หรือรายละเอียดเชิงลึก แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเราได้ประสานความร่วมมือกับทาง สปป.ลาว ตั้งแต่เริ่มต้นวันที่ 2 ก.ค.69 จวบจนปัจจุบัน คาดว่าจะมีความคืบหน้าจากทาง สปป.ลาว ในการช่วยติดตามจับกุมตัวนำส่งไทยดำเนินคดีภายในเร็ววันนี้ และมองว่าหนีไม่รอด เราเชื่อในความสามารถของ สปป.ลาว

พ.ต.ต.สุริยากล่าวต่อว่า พอมีข้อมูลเชิงลึกแล้วว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังยาเสพติดเฮโรอีนเหล่านี้คือใคร โดยทราบว่าเป็นคนลาว ไม่ใช่ลูกครึ่ง และเคยมีประวัติคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในประเทศไทยมาก่อน เชื่อว่าเราจะดำเนินการกับผู้ที่เป็น Mastermind ตัวการใหญ่ได้จริงๆ และเรายังเชื่อมั่นว่าขบวนการจริงๆ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและรับประโยชน์สูงสุดมีมากกว่านี้ มากกว่า 4 รายที่เราขอศาลออกหมายจับ เราเชื่อมั่นว่าเป็นเครือข่ายใหญ่มากๆ แต่รายละเอียดเชิงลึกต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะต้องให้ทางการลาวเป็นผู้ขยายผลจับกุมตัวต่อไป ยืนยันว่าเราพยายามจะขยายผลตัดรากถอนโคน โดยเน้นตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อให้เข้าลักษณะการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

"ความถี่ของคนลาว 3 รายในการส่งยาเสพติดมายังประเทศไทยนั้น ผมพบว่ามีการดำเนินการบ่อยครั้ง ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขจำนวนครั้งได้อย่างชัดเจน เพราะขบวนการในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาสู่ประเทศไทย เมื่อยาเสพติดข้ามฝั่งมาถึงคนไทยแล้ว ก็จะมีการเปลี่ยนตัวละคร มีคนรับฝากหลายคน ตอนนี้สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 4-5 ราย และแต่ละคนเรายังพบว่าทำมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ายังมีขบวนการเครือข่ายที่รับฝากของซุกยาเสพติดนำเข้าไทยไปส่งต่างประเทศอีกหลายราย แม้ตอนนี้เราเริ่มเห็นตัวละครบางส่วนแล้วก็ตาม ก็พบว่าบางส่วนก็ถูกออกหมายจับไปบ้างแล้ว แต่เราจะไม่หยุดแค่นี้แน่นอน"

เลขาธิการ ป.ป.ส.ระบุว่า สำหรับหมายจับของ 4 รายนี้ ตนทราบว่าพำนักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องด้วยเรามีความสัมพันธ์อันดีกับ สปป.ลาว เชื่อว่าการดำเนินการของ สปป.ลาว ได้มีการลงพื้นที่และกำลังขยายผลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเขาเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอระยะเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน จะมีความคืบหน้าในเร็ววันอย่างแน่นอน

พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ในส่วนของการขยายผลตรวจสอบกรณีรายคดีของ น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จะเป็นการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งตอนนี้มีการดำเนินงานอย่างจริงจัง ตนได้รับรายงานล่าสุดว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก ซึ่งท้ายสุดหากพบว่าสำนวนคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่นั้น พบว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับที่ ป.ป.ส.และดีเอสไอทำ ก็ต้องมีการรวมสำนวนมาเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ขอไม่ต้องเป็นกังวล เจ้าหน้าที่แม้แยกกันทำงานก็เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนการแกะรอยระบุตัวตนผู้อยู่เบื้องหลังบัญชี Facebook ชื่อ "Rose Rose" ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการขยายผลอย่างจริงจัง เชื่อว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร และเรายังไม่ทิ้งประเด็นนี้ ยังได้มีการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ต.สุริยากล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องการสืบสวนเส้นทางการเงินของขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาตินั้น ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ เนื่องจากขบวนการที่มีเส้นทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง มันมีจำนวนหลายคน และในที่ประชุมเมื่อสักครู่นี้ก็ได้มีการหารือและวางแนวทางมาตรการในการที่จะอายัดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินไว้ ตอนนี้ต้องขอเวลาให้ทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการอายัดเงินในแต่ละบัญชีธนาคารก่อน

เขากล่าวว่า ขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จะมีวิธีการ 2 ลักษณะคือ มีการลักลอบนำเข้ามาจากทางภาคอีสาน บริเวณพื้นที่จังหวัดเลย ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาถึงประเทศไทย จะเรียกว่าเป็นการส่งของแบบมือชนมือ โดยให้คนที่อาศัยอยู่ในภาคอีสานดังกล่าวได้รับพัสดุสิ่งของ แล้วนำไปส่งให้คนกลางกลางทาง เพื่อที่จะนำยาเสพติดเข้ามาที่กรุงเทพฯ ชั้นใน แล้วจากนั้นก็จะมีคนที่รับหิ้วสินค้าดังกล่าวไปส่งให้กับบุคคลที่รับหน้าที่รับหิ้วสินค้า เพื่อที่คนรับหิ้วสินค้าเหล่านี้จะได้นำส่งไปยังประเทศปลายทางที่สามได้ แต่ในแบบที่สอง เมื่อพัสดุยาเสพติดถูกส่งข้ามฝั่งจากลาวมายังประเทศไทย ก็จะใช้วิธีการส่งพัสดุมาที่กรุงเทพฯ ชั้นในเลย เพื่อรอคนรับหิ้วไปส่งต่างประเทศ ดังนั้น คนกลางที่รับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศจึงมีความเป็นไปได้ว่าขบวนการอาจใช้เครือข่ายกลุ่มบุคคลเดียวกัน ซึ่งเราไม่ได้ตัดประเด็นให้จบแค่กรณีของ “Rose Rose" เพราะเชื่อว่ามีตัวละครอีกจำนวนมากที่เรายังต้องขยายผลและระบุตัวตน จึงไม่เชื่อว่า Rose Rose จะเป็นตัวละครเพียงคนเดียวที่สั่งการได้ทั้งหมด

พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าปลายทางออสเตรเลียที่เป็นผู้รับยาเสพติดนั้น ตนทราบว่าออสเตรเลียค่อนข้างมีความคืบหน้า เพราะเราได้มีการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางตำรวจออสเตรเลีย ซึ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะก็เป็นความเข้มข้นของออสเตรเลียจนนำมาสู่บทสรุปในเรื่องนี้ด้วย และข้อมูลที่ดีเอสไอ ป.ป.ส.ดำเนินการนั้น ก็ได้รวบรวมส่งให้ทางการออสเตรเลียด้วย เราต้องแจ้งความคืบหน้าให้ออสเตรเลียทราบทั้งหมดอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้คดีของ น.ส.มีนาก็เป็นคดีของทางตำรวจปราบปรามยาเสพติด แต่ข้อมูลที่ได้รับ เราก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้คดีของ น.ส.มีนาได้รับพยานหลักฐานมากที่สุด

ด้าน ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การรับเป็นคดีพิเศษของดีเอสไอครั้งนี้ ซึ่งเป็นการรับข้อมูลการขยายผลมาจาก ป.ป.ส. ที่ได้มีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บริเวณซอยรางน้ำ หลักสี่ และรามคำแหง ซึ่งทำให้เราได้บูรณาการข้อมูลระหว่างกัน กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาฯ ออกหมายจับบุคคล 4 รายดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า 1 ใน 4 หมายจับนั้นได้มีชายชาวไทยได้ถูกจับกุมตัวแล้วคือ นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูกจับได้ที่จังหวัดเลย โดยพบข้อมูลว่า เป็นคนสนิทเชิงชู้สาวของนางทัดสะพอน (ภรรยาชาวลาวของนายอาทิตย์) ซึ่งในการนำส่งพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนให้กับไปรษณีย์นั้น นางทัดสะพอนมักเดินทางไปกับนายแคล้ว (กิ๊กของนางทัดสะพอน) ส่วนชายชาวลาวอีก 3 ราย ทราบว่าอยู่ระหว่างทางการลาวเตรียมจับกุมตัวเร็วๆ นี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...