โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมอุปกรณ์ความปลอดภัยในอาคารสูง ที่นิติฯและลูกบ้านต้องรู้

INN News

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

การพักอาศัยในอาคารสูงและคอนโดมิเนียมยุคปัจจุบันมีความสะดวกสบาย แต่ก็แฝงมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินที่ซับซ้อนกว่าปกติ การเตรียมความพร้อมและรู้จักระบบอพยพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้ได้รับคำแนะนำเรื่องมาตรฐานและข้อกำหนดของอุปกรณ์ความปลอดภัยโดย Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย เพื่อเป็นแนวทางที่ถูกต้องให้นิติบุคคลตลอดจนผู้อยู่อาศัย ได้นำไปใช้ตรวจสอบความพร้อมของตัวอาคาร ลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจในทุกการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง

ทำไม "อุปกรณ์ความปลอดภัย" ถึงเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบการอพยพหนีภัยระหว่างอาคารแนวราบกับอาคารสูง (High-rise building) จะพบว่าอาคารสูงมีความท้าทายและอุปสรรคที่มากกว่าหลายเท่าตัว ในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารสูงจะมีลักษณะทางกายภาพที่เอื้อต่อการเกิดปรากฏการณ์ปล่องไฟ (Chimney Effect) ซึ่งทำให้ควันไฟและความร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงอย่างรวดเร็วผ่านช่องชาร์ป (Shaft) ช่องลิฟต์ หรือบันไดหนีไฟที่ปิดไม่สนิท นอกจากนี้ กฎหมายความปลอดภัยระบุชัดเจนว่าห้ามใช้ลิฟต์โดยสารในขณะเกิดเพลิงไหม้ ทำให้ "บันไดหนีไฟ" กลายเป็นเส้นทางอพยพหลักเพียงเส้นทางเดียว

ด้วยเหตุนี้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) จึงมีข้อกำหนดที่เข้มงวดให้ทุกอาคารสูงต้องติดตั้ง อุปกรณ์ความปลอดภัย อย่างครบถ้วนและได้มาตรฐาน เพื่อเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแจ้งเตือนที่รวดเร็ว การระงับเหตุเบื้องต้น และการยืดเวลาให้ผู้คนสามารถอพยพออกจากพื้นที่อันตรายไปสู่จุดรวมพลได้อย่างปลอดภัยที่สุด การขาดอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง หรือการที่อุปกรณ์ไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน อาจหมายถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

เช็กลิสต์ อุปกรณ์ความปลอดภัย ส่วนกลางที่อาคารสูงต้องมี

เพื่อเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับทั้งนิติบุคคลผู้ดูแลอาคารและลูกบ้านผู้อยู่อาศัย นี่คือเช็กลิสต์อุปกรณ์ความปลอดภัยระดับมาตรฐานที่พื้นที่ส่วนกลางของทุกอาคารสูงจำเป็นต้องมีติดตั้งไว้

1. ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System)

ระบบแจ้งเตือนคือปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการรับมือเหตุฉุกเฉิน เพราะความรวดเร็วในการรับรู้สถานการณ์หมายถึงเวลาที่เพิ่มขึ้นในการอพยพ ระบบนี้ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจจับที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • ตัวตรวจจับควัน (Smoke Detector):มักติดตั้งในห้องพัก โถงทางเดิน และพื้นที่ปิด ทำหน้าที่ตรวจจับอนุภาคควันในอากาศ หากมีความหนาแน่นเกินค่าที่กำหนด ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังตู้ควบคุมส่วนกลางทันที
  • ตัวตรวจจับความร้อน (Heat Detector):นิยมติดตั้งในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดควันหรือไอน้ำจากการใช้งานปกติ เช่น ห้องครัว หรือลานจอดรถ เพื่อป้องกันการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) โดยจะทำงานเมื่ออุณหภูมิในบริเวณนั้นสูงขึ้นถึงจุดที่ตั้งค่าไว้ หรือมีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่รวดเร็วผิดปกติ
  • อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Call Point):เป็นอุปกรณ์ที่ให้บุคคลที่พบเห็นเหตุการณ์สามารถทุบกระจกหรือดึงสวิตช์เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยให้ดังทั่วทั้งอาคารได้ทันที

2. ระบบดับเพลิงขั้นต้น (Fire Suppression System)

เมื่อมีการแจ้งเตือนแล้ว การระงับเหตุเพลิงไหม้ในระยะเริ่มต้นคือขั้นตอนต่อไปที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม อุปกรณ์ในหมวดหมู่นี้ ได้แก่

  • ถังดับเพลิงแบบมือถือ (Fire Extinguisher):ต้องมีการติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ของโถงทางเดินทุกชั้น โดยต้องเลือกประเภทของสารดับเพลิงให้เหมาะสมกับความเสี่ยงในพื้นที่ เช่น ชนิดผงเคมีแห้งสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler System):เป็นระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่จะทำงานเมื่อความร้อนจากเปลวไฟทำให้อุปกรณ์ตรวจจับ (กระเปาะแก้ว) แตก น้ำที่อยู่ภายใต้ความดันในท่อจะกระจายตัวออกมาควบคุมเพลิงในบริเวณนั้นทันที ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการจำกัดวงความเสียหาย

3. ระบบแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายนำทาง (Emergency Lighting & Exit Sign)

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้าหลักของอาคารมักจะถูกตัดหรือขัดข้อง ความมืดจะนำมาซึ่งความตื่นตระหนก (Panic) และทำให้อพยพได้ยากลำบาก นี่คือจุดที่อุปกรณ์ส่องสว่างฉุกเฉินเข้ามามีบทบาทสำคัญ

  • โคมไฟฉุกเฉิน (Emergency Light):ต้องทำงานอัตโนมัติทันทีที่ไฟดับ โดยตามมาตรฐานแล้ว โคมไฟฉุกเฉินต้องสามารถให้แสงสว่างได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และต้องให้ค่าความสว่างที่เพียงพอต่อการมองเห็นสิ่งกีดขวางในเส้นทางหนีไฟ
  • ป้ายทางออกหนีไฟ (Exit Sign):เป็นป้ายกล่องไฟสัญลักษณ์คนวิ่งหนีไฟหรือตัวอักษร "EXIT / ทางออก" ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมของโถงทางเดิน แม้ในขณะที่มีกลุ่มควันหนาแน่น เพื่อนำทางผู้อยู่อาศัยไปยังบันไดหนีไฟที่ใกล้ที่สุดได้อย่างถูกต้อง

4. อุปกรณ์ช่วยชีวิตและอพยพอื่นๆ

นอกเหนือจากระบบหลักข้างต้นแล้ว อาคารสูงยังต้องมีระบบสนับสนุนการอพยพและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้แก่

  • ระบบอัดอากาศในบันไดหนีไฟ (Pressurized Stairwell):พัดลมขนาดใหญ่จะทำหน้าที่อัดอากาศเข้าไปในช่องบันไดหนีไฟ เพื่อสร้างความดันบวก ป้องกันไม่ให้ควันไฟและก๊าซพิษลอยลามเข้ามาในเส้นทางอพยพ ทำให้ผู้คนสามารถหายใจและเดินลงสู่ชั้นล่างได้อย่างปลอดภัย
  • ตู้เก็บสายฉีดน้ำดับเพลิง (Fire Hose Cabinet):ภายในประกอบด้วยสายฉีดน้ำดับเพลิง หัวฉีด และขวานดับเพลิง สำหรับให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมใช้ในการระงับเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่

เช็กให้ชัวร์ หน้าที่ของนิติบุคคลและลูกบ้าน

การมีอุปกรณ์ที่ครบถ้วนจะไม่เกิดประโยชน์เลย หากขาดการดูแลรักษาและการเรียนรู้วิธีใช้งานที่ถูกต้อง ความปลอดภัยในอาคารสูงจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ดูแลและผู้อยู่อาศัย

สิ่งที่นิติบุคคลต้องจัดการ

ผู้จัดการอาคารและนิติบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายในการบำรุงรักษา อุปกรณ์ความปลอดภัย ให้พร้อมใช้งาน 100% ตลอดเวลา ต้องมีการทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เช่น การทดสอบแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉิน การตรวจเช็กแรงดันถังดับเพลิง การทดสอบระบบ Fire Alarm เป็นประจำทุกเดือนและทุกปี นอกจากนี้ ยังต้องจัดให้มีการซ้อมอพยพหนีไฟประจำปี เพื่อให้เจ้าหน้าที่อาคารและลูกบ้านคุ้นเคยกับขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุจริง

สิ่งที่ลูกบ้านควรเตรียมพร้อม

ในฐานะผู้อยู่อาศัย ควรให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมซ้อมหนีไฟ ทำความคุ้นเคยกับเส้นทางหนีไฟและตำแหน่งของถังดับเพลิงที่ใกล้ห้องพักที่สุด ที่สำคัญคือต้องไม่นำสิ่งของไปวางกีดขวางทางเดินส่วนกลางหรือประตูหนีไฟอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Go-bag) ที่มีไฟฉาย หน้ากากกันควัน และเอกสารสำคัญ ไว้ในตำแหน่งที่หยิบฉวยได้ง่าย ก็เป็นการเพิ่มความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ควรทำ

สรุปบทความ

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ การมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ จึงเป็นปราการด่านสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในอาคารสูง รวมถึงสเกลระดับอุตสาหกรรมอย่างอุปกรณ์ความปลอดภัยในโรงงานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย พร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยระดับสากล ทั้งโคมไฟฉุกเฉิน ป้ายทางหนีไฟ ตู้ควบคุมระบบไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ได้เลย

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

  • ร้านค้า ShopeeMall บน Shopee
  • ร้านค้า LazMall บน LAZADA
  • Line Official @SunnyThailand
  • Email sunny@sunnyemergencylight.com

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNYใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...