กก.บอร์ด EEC ชี้ทางออกรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อ้าง "เหตุสุดวิสัย" ไม่ได้
กก.บอร์ด EEC ชี้ทางออกรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อ้าง "เหตุสุดวิสัย" ไม่ได้ รัฐหรือเอกชนต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย
วันที่ 7 ก.ค. 2569 รศ.ดร.สถาพร โอภาสานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยถึงทิศทางและทางออกของปัญหาสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ล่าช้ามานานเกือบ 3 ปี โดยเจาะลึกถึงประเด็นข้อกฎหมายและเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาว่า สถานการณ์ที่เอกชนไม่สามารถกู้เงินมาลงทุนได้นั้น ไม่น่าจะเข้าข่าย "เหตุสุดวิสัย" แม้ในที่ประชุมจะมีการพูดคุยถึงคำนี้ในหลายมิติ หรือมองว่าอาจใช้เป็นแนวทางประนีประนอม เพื่อให้โครงการเดินต่อได้ก็ตาม แต่ในมุมมองส่วนตัวประเมินว่ายากที่จะนำมาอ้างอิงได้ เพราะอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้หรือไม่
รศ.ดร.สถาพร กล่างด้วยว่า เมื่อไม่สามารถอ้างเหตุสุดวิสัยเพื่อยุติสัญญาแบบไร้ความรับผิดชอบได้ และสัญญายังไม่หมดอายุ ทางออกที่เหลืออยู่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บอกเลิกสัญญาไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝั่งเอกชน ซึ่งหากเดินมาถึงจุดนี้ จะต้องมีการเข้าไปดูในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนว่า หากรัฐเป็นผู้บอกเลิกสัญญา หรือเอกชนเป็นผู้บอกเลิกสัญญา แต่ละฝ่ายจะมีค่าเสียหายหรือต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง
สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะคู่สัญญาโดยตรง จะต้องเป็นผู้เจรจาและเคลียร์ปัญหากับทางเอกชนให้ได้ข้อสรุปก่อน จากนั้นจึงจะส่งเรื่องมาที่บอร์ด EEC เพื่อพิจารณา และคาดว่าจะต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจในระดับนโยบายต่อไป โดยบอร์ด EEC จะยังไม่พิจารณาเรื่องนี้จนกว่าการเจรจา 3 ฝ่าย (รฟท., เอกชน, สกพอ.) จะได้ข้อสรุปที่ตกผลึกแล้ว
รศ.ดร.สถาพร เน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า ในการพิจารณาทุกขั้นตอน ภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก พร้อมกับต้องระมัดระวังเงื่อนไขต่างๆ ไม่ให้สังคมมองว่าเป็นการแก้สัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เอกชน 100% อย่างไรก็ตาม หากโครงการไม่สามารถไปต่อได้จริงๆ ระดับนโยบายจะต้องมีความชัดเจนและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพราะยิ่งปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อเนิ่นนาน ประเทศชาติก็ยิ่งเสียโอกาสไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดทุกฝ่ายจึงต้องหาทางจบปัญหานี้ให้บอบช้ำน้อยที่สุด เพื่อให้โครงการระดับประเทศนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้