โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กก.บอร์ด EEC ชี้ทางออกรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อ้าง "เหตุสุดวิสัย" ไม่ได้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กก.บอร์ด EEC ชี้ทางออกรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อ้าง "เหตุสุดวิสัย" ไม่ได้ รัฐหรือเอกชนต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย

วันที่ 7 ก.ค. 2569 รศ.ดร.สถาพร โอภาสานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยถึงทิศทางและทางออกของปัญหาสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ล่าช้ามานานเกือบ 3 ปี โดยเจาะลึกถึงประเด็นข้อกฎหมายและเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาว่า สถานการณ์ที่เอกชนไม่สามารถกู้เงินมาลงทุนได้นั้น ไม่น่าจะเข้าข่าย "เหตุสุดวิสัย" แม้ในที่ประชุมจะมีการพูดคุยถึงคำนี้ในหลายมิติ หรือมองว่าอาจใช้เป็นแนวทางประนีประนอม เพื่อให้โครงการเดินต่อได้ก็ตาม แต่ในมุมมองส่วนตัวประเมินว่ายากที่จะนำมาอ้างอิงได้ เพราะอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้หรือไม่

รศ.ดร.สถาพร กล่างด้วยว่า เมื่อไม่สามารถอ้างเหตุสุดวิสัยเพื่อยุติสัญญาแบบไร้ความรับผิดชอบได้ และสัญญายังไม่หมดอายุ ทางออกที่เหลืออยู่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บอกเลิกสัญญาไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝั่งเอกชน ซึ่งหากเดินมาถึงจุดนี้ จะต้องมีการเข้าไปดูในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนว่า หากรัฐเป็นผู้บอกเลิกสัญญา หรือเอกชนเป็นผู้บอกเลิกสัญญา แต่ละฝ่ายจะมีค่าเสียหายหรือต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะคู่สัญญาโดยตรง จะต้องเป็นผู้เจรจาและเคลียร์ปัญหากับทางเอกชนให้ได้ข้อสรุปก่อน จากนั้นจึงจะส่งเรื่องมาที่บอร์ด EEC เพื่อพิจารณา และคาดว่าจะต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจในระดับนโยบายต่อไป โดยบอร์ด EEC จะยังไม่พิจารณาเรื่องนี้จนกว่าการเจรจา 3 ฝ่าย (รฟท., เอกชน, สกพอ.) จะได้ข้อสรุปที่ตกผลึกแล้ว

รศ.ดร.สถาพร เน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า ในการพิจารณาทุกขั้นตอน ภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก พร้อมกับต้องระมัดระวังเงื่อนไขต่างๆ ไม่ให้สังคมมองว่าเป็นการแก้สัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เอกชน 100% อย่างไรก็ตาม หากโครงการไม่สามารถไปต่อได้จริงๆ ระดับนโยบายจะต้องมีความชัดเจนและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพราะยิ่งปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อเนิ่นนาน ประเทศชาติก็ยิ่งเสียโอกาสไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดทุกฝ่ายจึงต้องหาทางจบปัญหานี้ให้บอบช้ำน้อยที่สุด เพื่อให้โครงการระดับประเทศนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...