โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งปรับโครงสร้างภาษีโลหะ หนุนใช้วัตถุดิบสหรัฐ ฟื้นฐานอุตสาหกรรมแห่งชาติ

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มิถุนายน 2569 เวลา 18.24 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าสินค้าเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง โดยยอมลดภาษีสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์บางประเภทลงเหลือ 15% แต่สั่งเพิ่มภาษีสินค้าใหม่อีก 2 หมวดหมู่ในอัตรา 25% ดีเดย์ 8 มิ.ย. นี้ เพื่อฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำประกาศ เพื่อแก้ไขมาตรการภาษีศุลกากรเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ตามมาตรา 232 ที่บังคับใช้กับการนำเข้าสินค้าอะลูมิเนียม เหล็กกล้า และทองแดงบางประเภท

คำประกาศดังกล่าวระบุให้ลดอัตราภาษีศุลกากร สำหรับผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมบางชนิด รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตรบางประเภท ตลอดจนอุปกรณ์ทำความร้อน ระบบปรับอากาศ และระบบระบายอากาศภายในอาคาร โดยลดลงเหลือ 15% จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 25%

ขณะที่เครื่องจักรอุตสาหกรรมเคลื่อนที่ เช่น รถปราบดิน และรถยกสินค้า จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 15% เมื่อมีการนำเข้าจากประเทศที่มีข้อตกลงการค้ากับสหรัฐและได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว และคำสั่งยังเปิดทางให้บริษัทต่างชาติสามารถได้รับอัตราภาษี 10% หากอุปกรณ์ทุนของบริษัทนั้นมีส่วนประกอบเป็นเหล็กหรืออะลูมิเนียม ที่ผ่านการหลอมและเท หรือถลุงและหล่อในสหรัฐ อย่างน้อย 85% ของน้ำหนักรวม

อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมนำเข้าใหม่อีก 2 หมวดหมู่ ที่จะต้องถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 25% ได้แก่ ชั้นวางของที่ทำจากเหล็ก และแผ่นแม่พิมพ์อะลูมิเนียมสำหรับระบบพิมพ์ออฟเซ็ต

มาตรการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้กับสินค้าที่นำเข้า หรือถูกเบิกออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน หลังเวลา 00.01 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐ ในวันที่ 8 มิ.ย. (11.01 น. ตามเวลาในประเทศไทย) และจะมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570 เพื่อกระตุ้นการลงทุนในระยะใกล้ และฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐ.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...