อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หาดนุ้ย ภูเก็ต ขีดเส้นให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์
22 พฤษภาคม 2569 - นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ลงนามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ 1/2569 เรื่อง สั่งให้ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นจากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดบริเวณหาดนุ้ย ซอยแหลมมุมนอก ท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
ระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหน่วยงานทางปกครองและคณะเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบพื้นที่บริเวณหาดนุ้ย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด
หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ตจังหวัดภูเก็ต
พบว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่ตรวจยึดไว้แล้ว โดยมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีร่องรอยการดูแลปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทำให้พื้นที่โล่งเตียนดูสวยงาม
พื้นที่ถูกบุกรุก 15-0-49 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างใหม่จำนวน 11 รายการ คณะเจ้าหน้าที่มีความเห็นร่วมกันว่าเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกะรนตามปจว.ข้อ 2 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
ดังนั้น อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ 2559
เรื่องการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจึงให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่หรือผู้มีส่วนร่วมในการกระทำผิดและหรือบริวารออกไปจากเขตป่าสงวนแห่งชาติและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
ตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้ ให้พ้นจากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ยซอยแหลมมุมนอก ท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตเนื้อที่ 15-0-49 ไร่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 เดือนมิถุนายน พ.ศ 2569
หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายในเวลาที่กำหนด อธิบดีกรมป่าไม้หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายมีความจำเป็นต้องรื้อถอน หรือทำลายเสียเอง โดยบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่ต้อง รับผิดชอบชดใช้ หรือ ออกค่าใช้จ่ายเพื่อการนั้นทั้งหมด
พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 25 ต่อปีของค่าใช้จ่าย และมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ 2507 มาตรา 33/1 ฐานขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา 25 (1)(2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละ 5,000 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
อนึ่ง ขอเรียนว่า ท่านมีสิทธิแจ้งข้อเท็จจริงหรืออุทธรณ์คำสั่งนี้ต่ออธิบดีกรมป่าไม้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนี้โดยการชี้แจงข้อเท็จจริงหรืออุทธรณ์จะต้องทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้ง และข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย
แต่ ทั้งนี้ การชี้แจงข้อเท็จจริงหรืออุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุ ทุเลาการบังคับตามคำสั่งนี้ เว้นแต่จะได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับโดยชัดแจ้ง ซึ่งหากไม่ชี้แจงข้อเท็จจริง หรืออุทธรณ์คำสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงหรืออุทธรณ์คำสั่ง