โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เวอร์ชวลแบงก์ขาดทุน กระทบกำไรบริษัทแม่?

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 17 มิ.ย. เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. เวลา 13.15 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

“คาด Virtual Bank ในไทยจะเผชิญภาวะขาดทุนในช่วงเริ่มต้นเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการสร้างฐานลูกค้า โดยผลขาดทุน จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยง Ecosystem การควบคุมต้นทุน การระดมเงินทุน และคุณภาพของระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า”

หุ้นวิชั่น -บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบการเงินดิจิทัล หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติใบอนุญาตจัดตั้ง Virtual Bank( เวอร์ชวลแบงก์) หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาให้แก่ผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก

ดังนี้ กลุ่มพันธมิตรธนาคารกรุงไทย (KTB) ร่วมกับแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ภายใต้ชื่อ “Clicx Bank”, กลุ่ม SCB X ที่ร่วมมือกับ KakaoBank และ WeBank จากต่างประเทศ และกลุ่ม ACM Holding ในเครือกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)

KKPS มองว่า การอนุมัติใบอนุญาตครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินไทย แต่การเติบโตของ Virtual Bank ในระยะแรกอาจไม่ได้รวดเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง เนื่องจากผู้ประกอบการทุกแห่งต้องดำเนินงานภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ทั้งด้านเงินกองทุน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการ

สำหรับแผนการเปิดให้บริการ กลุ่ม Clicx Bank ซึ่งนำโดย KTB, ADVANC และ OR จะเป็นรายแรกที่เริ่มดำเนินงานในเดือนมิถุนายน 2569 ขณะที่กลุ่ม SCB X และ ACM มีแผนเปิดให้บริการภายในสิ้นปีเดียวกัน

KKPS ประเมินว่าในช่วงเริ่มต้น ผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญกับการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อหรือแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้การเติบโตของลูกค้าและพอร์ตสินเชื่อเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จากการศึกษาตัวอย่าง Virtual Bank ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร บราซิล จีน และเกาหลีใต้ พบว่าผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมักมีจุดแข็งสำคัญคือ สามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิมหรือระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่มีอยู่แล้ว รวมถึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย แต่ละกลุ่มมีข้อได้เปรียบแตกต่างกันออกไป กลุ่ม ACM ในเครือ CP มีจุดแข็งด้าน Ecosystem และฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจหลากหลายประเภท ส่วนกลุ่ม KTB และ SCB X มีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ประสบการณ์ในธุรกิจการเงิน และความเข้าใจด้านกฎระเบียบ

ในกรณีของ KTB คาดว่าจะนำข้อมูลจาก ADVANC และ OR มาช่วยพัฒนาระบบวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางเครดิตรูปแบบใหม่ (Alternative Credit Scoring) เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่อาจไม่มีประวัติสินเชื่อแบบดั้งเดิม ขณะที่ SCB X จะใช้เทคโนโลยี AI และความเชี่ยวชาญจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง KakaoBank และ WeBank เพื่อพัฒนาบริการสินเชื่อดิจิทัลที่มีต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม KKPS คาดว่า Virtual Bank ในไทยจะเผชิญภาวะขาดทุนในช่วงเริ่มต้นเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการสร้างฐานลูกค้า โดยผลขาดทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยง Ecosystem การควบคุมต้นทุน การระดมเงินทุน และคุณภาพของระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

แม้ธุรกิจ Virtual Bank จะยังไม่สร้างกำไรในช่วงแรก แต่ KKPS ประเมินว่าผลกระทบต่อกำไรของบริษัทแม่ในปี 2569 จะอยู่ในระดับจำกัดเพียงประมาณ 1-3% เท่านั้น จึงไม่น่าก่อให้เกิดแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการของกลุ่มผู้ถือหุ้นหลัก

ในระยะยาว ความสำเร็จของ Virtual Bank ไทยจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ข้อมูลลูกค้า การสร้างรายได้จาก Ecosystem และการนำเสนอบริการที่แตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือภาระต้นทุนที่สูง การเติบโตที่ถูกจำกัดจากกฎระเบียบ และการยอมรับของลูกค้าที่อาจใช้เวลานานกว่าคาด

โดยสรุป KKPS มองว่า Virtual Bank มีศักยภาพในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมการเงินไทยในอนาคต แต่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวด ผู้ประกอบการจะไม่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ในทันที

ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าจาก Ecosystem ที่แต่ละกลุ่มมีอยู่ มากกว่าการแข่งขันปล่อยสินเชื่อเชิงรุกหรือการตัดราคาทางการเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...