โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จนลงไม่รู้ตัว เพราะเงินไร้ค่า? วิกฤตเงินเฟ้อ "อิหร่าน" พุ่งสูงสุดรอบ 84 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
อิหร่านเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1942 ค่าครองชีพพุ่ง รายได้โตตามไม่ทัน ผลสะสมจากมาตรการคว่ำบาตร การพึ่งพารายได้น้ำมันมากเกินไป การยกเลิกเงินอุดหนุน และภูมิรัฐศาสตร์

มีน้ำมันก็ไม่ช่วย! อิหร่านเงินเฟ้อพุ่ง 77% สูงสุดรอบ 84 ปี วิกฤตค่าครองชีพที่โลกต้องจับตา

หากพูดถึงประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก หลายคนคงนึกถึงภาพของความมั่งคั่ง รายได้มหาศาล และทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดง่าย ๆ แต่อิหร่านกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การมีน้ำมันจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเสมอไป

ล่าสุด อิหร่านกำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 8 ทศวรรษ โดยข้อมูลจากธนาคารกลางอิหร่านระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งแตะ 77.2% ในช่วงระหว่างวันที่ 21 เมษายน ถึง 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1942 หรือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนสินค้าและห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักอย่างหนัก

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ราคาสินค้าและบริการในประเทศกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างรุนแรง แม้จะมีรายได้เท่าเดิม หรือแม้แต่ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างก็ตาม

เมื่อ "เศรษฐีน้ำมัน" เริ่มหมดมนต์ขลัง

อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่มีน้ำมันสำรองและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รายได้จากการส่งออกพลังงานเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศ รัฐบาลสามารถนำรายได้เหล่านี้มาอุดหนุนราคาพลังงาน อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งใช้ดูแลสวัสดิการประชาชนในหลายด้าน

แต่ความสำเร็จดังกล่าวกลับมีต้นทุนแฝง เพราะเมื่อเศรษฐกิจพึ่งพาน้ำมันมากเกินไป ภาคการผลิตอื่น ๆ จะเติบโตได้ยาก ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง และการลงทุนในภาคเศรษฐกิจใหม่ ๆ ไม่เกิดขึ้นมากพอ

เมื่อรายได้จากน้ำมันเริ่มสะดุด ปัญหาที่เคยถูกซ่อนไว้ก็เริ่มปรากฏออกมาพร้อมกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปี

สัญญาณอันตรายจากชีวิตประจำวันของชาวอิหร่าน

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพอย่างหนัก หลายครอบครัวเริ่มลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง บางบ้านต้องคำนวณการใช้วัตถุดิบอาหารอย่างละเอียด แม้กระทั่งจำนวนไข่ที่ใช้ประกอบอาหารในแต่ละวัน

ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนมากพบว่า เงินบำนาญที่เคยเพียงพอต่อการดำรงชีวิต กำลังสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว กำลังซื้อที่เคยมีในอดีตลดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของเดิม นี่คือภาพสะท้อนของผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ไม่ได้อยู่แค่ในรายงานเศรษฐกิจ แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน

4 ปัจจัยสำคัญ ที่ผลักอิหร่านเข้าสู่วิกฤตเงินเฟ้อ

1. มาตรการคว่ำบาตรที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ

ปัจจัยสำคัญที่สุดคือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตก หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกเริ่มตึงเครียดต่อเนื่อง สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นจากข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งออกน้ำมัน แต่อิหร่านยังถูกจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินโลก การลงทุนจากต่างประเทศ เทคโนโลยี เครื่องจักร และเงินทุน บริษัทต่างชาติจำนวนมากถอนการลงทุน ธนาคารหลายแห่งหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรม ต้นทุนการนำเข้าและส่งออกจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจที่เคยเชื่อมโยงกับโลก เริ่มถูกตัดขาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

2. การยกเลิกเงินอุดหนุน จุดเปลี่ยนที่ทำให้ราคาพุ่ง

อีกปัจจัยสำคัญคือการปรับนโยบายภายในประเทศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในการอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนและราคาสินค้าจำเป็น เป้าหมายคือทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าในราคาที่ไม่สูงเกินไป แต่เมื่อภาระทางการคลังเพิ่มขึ้น รัฐบาลเริ่มลดและยกเลิกมาตรการอุดหนุนบางส่วน

ผลลัพธ์เกิดขึ้นทันที ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ประชาชนจึงต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นแทบทั้งหมด

3. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านการขนส่ง

ปัจจัยที่สามคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภูมิภาคแห่งนี้เผชิญความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก เมื่อเกิดความเสี่ยงจากการโจมตีหรือการเผชิญหน้าทางทหาร

บริษัทเดินเรือต้องเพิ่มค่าเบี้ยประกัน ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น บางเส้นทางต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ต้นทุนทั้งหมดถูกส่งต่อมายังราคาสินค้าในที่สุด แม้สินค้าอาจยังไม่ขาดแคลน แต่ความกังวลในตลาดก็เพียงพอที่จะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น

4. ความกลัวของประชาชน กลายเป็นเชื้อเพลิงเงินเฟ้อ

ในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ประชาชนจำนวนมากเริ่มกักตุนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง แป้ง น้ำมันพืช ยา และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอีก กลายเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้เงินเฟ้อรุนแรงกว่าเดิม

นักเศรษฐศาสตร์เรียกสถานการณ์ลักษณะนี้ว่า "Inflation Psychology" หรือจิตวิทยาเงินเฟ้อ เมื่อทุกคนเชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อ ทุกคนก็เร่งซื้อ ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นจริง

"ความยากจนฉับพลัน" เมื่อรายได้วิ่งไม่ทันราคา

หนึ่งในผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของเงินเฟ้อ คือการทำลายกำลังซื้อของประชาชน ลองจินตนาการว่า เงินเดือนเพิ่มขึ้น 20% ดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่หากราคาสินค้าพุ่งขึ้น 77% ความจริงแล้วประชาชนกำลังจนลง

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวอิหร่านจำนวนมากในเวลานี้ แม้รัฐบาลพยายามปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มสวัสดิการบางส่วน แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ยังห่างไกลจากความเร็วของราคาสินค้า นักวิเคราะห์บางคนเรียกสถานการณ์นี้ว่า "Sudden Poverty" หรือ "ความยากจนฉับพลัน"

เพราะประชาชนไม่ได้ค่อย ๆ สูญเสียฐานะทางเศรษฐกิจ แต่ถูกผลักให้ตกชั้นทางรายได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นาน ชนชั้นกลางจำนวนมากเริ่มมีมาตรฐานชีวิตใกล้เคียงกับคนรายได้น้อย ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยยิ่งเผชิญความยากลำบากมากขึ้น

บทเรียนสำคัญของโลก : คำสาปทรัพยากรยังมีอยู่จริง

กรณีของอิหร่านสะท้อนแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "Resource Curse" หรือ "คำสาปทรัพยากร" หลายประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนทรัพยากรเหล่านั้นให้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้ เมื่อประเทศพึ่งพาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป

เศรษฐกิจจะเปราะบางต่อความผันผวนของราคาโลก ความขัดแย้งทางการเมือง และปัจจัยภายนอกต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิหร่านจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความมั่งคั่งจากน้ำมันไม่ใช่หลักประกันของความมั่งคั่งในระยะยาว สิ่งที่สำคัญกว่า คือการสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย แข็งแกร่ง และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้

บทสรุป

วันนี้คำถามของชาวอิหร่านไม่ใช่ว่า "ราคาสินค้าจะลดลงเมื่อไร" แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ เศรษฐกิจของประเทศจะสามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้อีกหรือไม่ จากประเทศที่เคยนั่งอยู่บนขุมทรัพย์น้ำมันมหาศาล อิหร่านกำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสมัยใหม่

และเรื่องราวนี้กำลังกลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศทั่วโลกว่า ทรัพยากรเพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกันความมั่งคั่งได้ หากปราศจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารจัดการที่ยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...