Google เปิดตัว Android 17 ชู Bubbles-ความปลอดภัย-เตรียมรับ Gemini
Google เริ่มปล่อย Android 17 ให้ผู้ใช้ Pixel เป็นกลุ่มแรก พร้อมอัปเกรดด้านมัลติทาสก์ ความปลอดภัย และการสร้างคอนเทนต์ ขณะที่ Gemini และระบบสั่งงานอัจฉริยะ ทยอยเปิดตัวครึ่งหลังของปี
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Google เริ่มทยอยปล่อย Android 17 ระบบปฏิบัติการมือถือเวอร์ชันล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มให้ใช้งานบนสมาร์ตโฟนตระกูล Google Pixel ก่อน และขยายไปยังแบรนด์อื่นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่หลายรายการที่ถูกจับตามองจะยังไม่เปิดให้ใช้งานทันที และมีกำหนดทยอยเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
Android 17 มาพร้อมการอัปเกรดด้านการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) การสร้างคอนเทนต์วิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดีย และการเล่นเกม รวมถึงวางรากฐานสำหรับระบบ AI แบบ Agentic ซึ่งสามารถช่วยดำเนินงานแทนผู้ใช้ได้ในอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่เข้มข้นขึ้น หลัง Apple เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์ AI และ Siri เวอร์ชันใหม่จำนวนมากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แม้ Android 17จะเริ่มเปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ฟีเจอร์เด่นอย่าง Gemini Intelligence, อีโมจิรูปแบบใหม่, ระบบพิมพ์ด้วยเสียงอัจฉริยะที่แม่นยำขึ้น และวิดเจ็ตที่สร้างด้วย AI จะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนนี้เป็นต้นไป โดยจะมาถึงก่อนบนสมาร์ตโฟนซีรีส์ Google Pixel 11 และอุปกรณ์รุ่นใหม่จาก Samsung Electronics
หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้งานได้ทันทีคือ Bubbles ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ย่อแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งานอยู่ให้กลายเป็นไอคอนลอยบนหน้าจอ เพื่อเรียกกลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เช่น การปักหมุดรายการซื้อของจาก Google Keep หรือเปิดหน้าต่างข้อความค้างไว้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องสลับแอปฯ
สำหรับสายคอนเทนต์ Android 17เพิ่มฟีเจอร์ Screen Reactions ที่ให้ผู้ใช้บันทึกวิดีโอพร้อมแสดงภาพตัวเองซ้อนบนหน้าจอมือถือได้โดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และช่วยลดการพึ่งพาแอปฯ ภายนอกอย่าง CapCut หรือ Instagram ในการตัดต่อวิดีโอ
ด้านความปลอดภัย Google ได้เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถอนุญาตให้แอปเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งเพียงครั้งเดียว แทนการเปิดสิทธิ์แบบถาวร พร้อมปรับปรุงระบบ Approximate Location ให้สามารถปกปิดตำแหน่งได้ดียิ่งขึ้นในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Lost Mode ยังได้รับการยกระดับความปลอดภัย โดยกำหนดให้ต้องใช้ข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือหรือใบหน้า ร่วมกับรหัส PIN เพื่อปลดล็อกเครื่อง ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม
Android 17ยังเพิ่มความสามารถอื่น ๆ เช่น เปิดใช้งาน Dark Mode เฉพาะบางแอปฯได้, ปรับปรุงหน้าจอ Split Screen ให้ใช้งานง่ายขึ้น เพิ่มตัวเลือกการจัดการเสียงสำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง
ขณะเดียวกัน Google ยังประกาศอัปเดตระบบปฏิบัติการนาฬิกาอัจฉริยะ Wear OS 7 โดยเน้นการยืดอายุแบตเตอรี่ เพิ่มระบบ Live Updates และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ เช่น แว่นตาอัจฉริยะที่บริษัทเตรียมเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
Wear OS 7 จะได้รับฟีเจอร์ Gemini Intelligence เช่นเดียวกับ Android ในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยจะเพิ่มความสามารถในการสร้างวิดเจ็ตอัตโนมัติ การสั่งงานหลายขั้นตอนผ่าน AI และการออกแบบผู้ช่วย AI ใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com