“ญี่ปุ่น” ส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงตลาดเงิน หลังเยนอ่อนค่าหนักใกล้หลุด 161 ต่อดอลลาร์
"ญี่ปุ่น" ส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงตลาดเงิน หลังเยนอ่อนค่าหนักใกล้หลุด 161 ต่อดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าเฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.54 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นส่งสัญญาณพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดเงินอีกครั้ง หากความผันผวนของค่าเงินเยนรุนแรงขึ้น หลังเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
นายมิโนรุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่ารัฐบาลพร้อมตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสมได้ตลอดเวลา หากมีความจำเป็น พร้อมย้ำว่าทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
คิฮาระระบุว่าแม้เงินเยนอ่อนค่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและหนุนผลกำไรภาคธุรกิจ แต่ก็สร้างภาระให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงานและวัตถุดิบ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างกว้างขวาง จากมุมมองของตลาดที่เชื่อว่าเฟดมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 160.795 เยนต่อดอลลาร์ในวันพุธ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ปี 2567 และลบล้างผลบวกทั้งหมดจากการแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา
แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ระดับดอกเบี้ยของญี่ปุ่นยังอยู่ที่เพียง 1% ซึ่งต่ำกว่าดอกเบี้ยสหรัฐที่ระดับ 3.50-3.75% อย่างมาก ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าเงินเยน
ก่อนหน้านี้ นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ได้เตือนว่า ทางการพร้อมดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดหากจำเป็น ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ญี่ปุ่นใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 11.7 ล้านล้านเยน หรือราว 72,900 ล้านดอลลาร์ ในการเข้าแทรกแซงตลาดเงินระหว่างปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ผลลัพธ์กลับอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง
นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินเยนยังคงมาจากช่องว่างระหว่างนโยบายการเงินของญี่ปุ่นและประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐที่ยังใช้นโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
นายเซซากุ คาเมดะ อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BOJ ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของ BOJ มีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ธนาคารกลางจะตามหลังเงินเฟ้อมากกว่าการสะท้อนว่าญี่ปุ่นบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อแล้ว พร้อมคาดว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคมหรือธันวาคม
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อเงินเยน โดยข้อมูลตลาดฟิวเจอร์สแสดงให้เห็นว่านักลงทุนเก็งกำไรยังคงถือสถานะขายสุทธิ (Net Short) เงินเยนในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567
นักวิเคราะห์จาก SMBC Nikko Securities มองว่า แม้การแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นจะช่วยจำกัดไม่ให้เงินดอลลาร์แข็งค่าทะลุระดับ 160 เยนได้มากนัก แต่ในระยะยาว BOJ อาจจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนที่ไม่ยั่งยืนในปัจจุบัน
อ้างอิง : www.reuters.com