โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช. แจงปมบริการ 'ฮอร์โมนข้ามเพศ' ผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ยึดหลักวิชาการ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยืนยันบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ เป็นสิทธิประโยชน์ด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคผ่านการพิจารณาตามกลไกปกติของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่การเสนอประเด็น การทบทวนข้อมูลวิชาการ การหารือผู้เชี่ยวชาญ ราชวิทยาลัย หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคประชาสังคม ก่อนเข้าสู่มติบอร์ด สปสช. ย้ำเป้าหมายหลักคือ ลดการใช้ฮอร์โมนเองนอกระบบ ดูแลสุขภาพกาย-สุขภาพจิต และจัดบริการภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์

บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ กระบวนการปกติสปสช.

นพ.นิธิวัชร์ แสงเรือง รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า การบรรจุบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพสำหรับบุคคลข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง เป็นการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ตามปกติของ สปสช. ไม่ใช่การกำหนดสิทธิประโยชน์โดยเร่งรัดหรือข้ามขั้นตอน

สำหรับข้อเสนอนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2563 จากการระดมสมองและจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอหัวข้อปัญหา/เทคโนโลยี จากกลุ่มผู้ป่วย ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป

จากนั้นเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกหัวข้อ ทบทวนวรรณกรรม ศึกษาข้อมูล และพิจารณาโดยคณะทำงานและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายชุด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. พิจารณาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568

"หากนับตั้งแต่ข้อเสนอเข้าสู่ระบบในปี 2563 จนถึงมติบอร์ด สปสช. ในปี 2568 จะเห็นว่าใช้เวลากว่า 5 ปี และเป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนปกติของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่การรับฟังข้อเสนอ การทบทวนหลักฐาน การหารือผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการพิจารณาโดยคณะกรรมการตามกฎหมาย" นพ.นิธิวัชร์ กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีอำนาจกำหนดประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข

สำหรับกระบวนการจัดทำข้อเสนอ สปสช. ได้หารือร่วมกับหน่วยงานวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน อาทิ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย สมาคมเพศวิทยาคลินิก สมาคมเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพคนข้ามเพศและเพศหลากหลาย กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสุขภาพคนข้ามเพศ

วัตถุประสงค์ของบริการนี้ไม่ใช่การเปิดให้ใช้ฮอร์โมนอย่างเสรี แต่เป็นการนำผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพเข้าสู่ระบบบริการที่มีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ดูแล เพื่อลดความเสี่ยงจากการซื้อยาใช้เอง ใช้ยาผิดวิธี หรือไม่ได้รับการติดตามผลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนจากยาและผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

"หลักสำคัญคือ ทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับบริการเข้าถึงการดูแลที่ปลอดภัย มีการให้คำปรึกษา ประเมินสุขภาพ ตรวจทางห้องปฏิบัติการ จ่ายยาโดยหน่วยบริการที่มีความพร้อม และติดตามผลต่อเนื่อง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องไปใช้ยาเองนอกระบบโดยไม่มีการดูแลทางการแพทย์" นพ.นิธิวัชร์ กล่าว

บริการดังกล่าวจัดอยู่ในสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยมีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 20,000 คน ครอบคลุมบริการตามความจำเป็น ได้แก่ การให้คำปรึกษา การวินิจฉัย การประเมินสุขภาพ การตรวจข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน การจ่ายยาฮอร์โมน และการติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงการเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานทางการแพทย์

ให้บริการได้ต้องเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นพ.นิธิวัชร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยบริการที่จะให้บริการได้ต้องเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีศักยภาพในการให้บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ ปัจจุบันมีหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนศักยภาพบริการฮอร์โมนสำหรับผู้รับบริการอายุ 18 ปีขึ้นไปแล้ว 17 หน่วย และอยู่ระหว่างรอพิจารณาศักยภาพอีก 4 หน่วย

"การออกแบบสิทธิประโยชน์นี้อยู่บนหลักการเดียวกับการพัฒนาสิทธิประโยชน์อื่นในระบบบัตรทอง คือ ต้องมีเหตุผลด้านสุขภาพ มีกระบวนการพิจารณา มีการรับฟังผู้เกี่ยวข้อง มีระบบบริการรองรับ และมีมาตรการกำกับคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่จำเป็น ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ" รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...