โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ไต้หวัน” เปิดทางบริษัทประกันลงทุน AI หวังดึงเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์กลับประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"ไต้หวัน" เตรียมผ่อนคลายกฎระเบียบให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลงทุนโดยตรงในโครงการด้าน AI หวังใช้เม็ดเงินจากอุตสาหกรรมประกันมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 16.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ไต้หวันเดินหน้าปรับกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลงทุนโดยตรงในโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้มากขึ้น หวังใช้เม็ดเงินมหาศาลของอุตสาหกรรมประกันภัยในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ และผลักดันเป้าหมายการเป็นเกาะเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology Island)

สำนักงานกำกับดูแลภาคการเงินของไต้หวัน (FSC) เปิดเผยว่า จะมีการแก้ไขกฎเกณฑ์เพื่อให้บริษัทประกันชีวิตสามารถนำเงินลงทุนเข้าสู่โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้โดยตรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

FSC ระบุว่า การปรับปรุงกฎครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนภาค AI ของไต้หวัน ควบคู่ไปกับการขยายทางเลือกการลงทุนของบริษัทประกัน และเพิ่มบทบาทของภาคการเงินในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ

นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลยังเตรียมเพิ่มเพดานการลงทุนของบริษัทประกันชีวิตในกองทุนไพรเวทอิควิตี้ภายในประเทศที่ได้รับการรับรอง โดยจะขยายสัดส่วนการถือครองจากเดิมไม่เกิน 20% เป็น 25% ของจำนวนหุ้นหรือทุนจดทะเบียนของกองทุน

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดึงเงินทุนกลับเข้าสู่ประเทศ หลังจากปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตไต้หวันถือครองสินทรัพย์ในต่างประเทศมากกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทประกันนิยมลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า เนื่องจากภายในประเทศมีทางเลือกการลงทุนค่อนข้างจำกัด

ทางการไต้หวันหวังว่าการเปิดทางให้ลงทุนใน AI และธุรกิจใหม่ ๆ จะช่วยลดการไหลออกของเงินทุน และนำเงินออมภายในประเทศกลับมาสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น

การปฏิรูปครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการยกระดับไต้หวันให้เป็นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management Hub) ของภูมิภาค โดยรัฐบาลพยายามยกระดับภาคการเงินให้มีบทบาทระดับโลกเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ

ขณะเดียวกัน FSC ยังขยายโครงการนำร่องเขตบริหารความมั่งคั่งสำหรับลูกค้ารายใหญ่ในเมืองเกาสงออกไปเป็นปีที่ 3 เพื่อทดสอบบริการไพรเวทแบงก์กิ้งและธุรกิจ Family Office รวมถึงพิจารณามาตรการใหม่ ๆ เช่น การขยายบริการการเงินข้ามพรมแดนสำหรับลูกค้าความมั่งคั่งสูง การผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุนในกองทุน Private Equity และ Private Credit ตลอดจนการเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์ประกันสามารถจัดตั้งบัญชีรับชำระเบี้ยล่วงหน้าโดยเฉพาะได้

FSC ระบุว่า รายละเอียดและมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...