โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศษหินบนรางรถไฟมีไว้ทำไมกัน ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป นี่คือคำตอบที่จะทำให้ใครหลายคนได้กระจ่าง

Jarm.com

อัพเดต 06 พ.ค. 2565 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 09.28 น. • เมฆาจรดทราย

เคยสงสัยมานานว่า ทำไมบนรางรถไฟถึงต้องมีการโรยหินลงไปด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุผลของมันและเรื่องนี้ก็เช่นกัน วันนี้จึงขอนำคำตอบนี้มาเฉลยให้กระจ่าง

เจ้าหินที่คุณเห็นอยู่บนรางรถไฟนี้เรียกว่า "หินโรยทาง" ( Ballast) ซึ่งทำหน้าที่ยึดไม้หมอนรองรางเหล็กไว้กับที่แล้วถ่ายเทน้ำหนักเฉลี่ยลงสู่ดินคันทาง (Sub-Structure) ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะรักษารางให้คงที่ไว้ได้ เพราะรางสามารถขยายตัวออกได้จากความร้อน พื้นดินเคลื่อนตัว หรือแรงสั่นสะเทือน ปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศแปรปรวนก็ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเช่นกัน หินโรยทางนั้นช่วยยับยั้งปัญหานี้โดยเฉพาะ

จากข้อมูลของเพจ การจัดการองค์ความรู้ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางรถไฟในปัจจุบันจะมีทั้งที่ใช้หินโรยทางและไม่ใช่หินโรยทาง (Ballast Track / Non Ballast Track) ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันทางรถไฟที่ใช้หินโรยทางรองรับไม้หมอนจะมีข้อดีคือนุ่มนวลมีเสียงดังน้อย

แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะต้องมีการบำรุงรักษาโดยการล้างหิน และอัดหินเพิ่มเติม ในขณะที่โครงสร้างทางรถไฟที่ไม่ใช่หิน (Non Ballast Track) คือการวางรางลงบนแผ่นคอนกรีตอัดแรงที่เรียกว่า ‘สแลบแทรค’ (Slab Track) หรือการวางรางลงบนหมอนคอนกรีตที่วางอยู่บนพื้นคอนกรีตที่มีช่องบังคับ ข้อดีคือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงดูแลรักษาแต่ก็มีค่าก่อสร้างสูงกว่า

คุณสมบัติของหินโรยทางนอกจากจะใช้ป้องกันปัญหาอย่างที่กล่าวโดยข้างต้นแล้ว ด้วยชั้นหินทีหนายังป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืชต่าง ๆ ที่อยู่ใต้รางรถไฟ และมันยังช่วยป้องกันรางน้ำท่วมหรือเคลื่อนตัวเพราะถูกน้ำซัดอีกด้วย

ขอบคุณ lifebuzz และ การจัดการองค์ความรู้ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย

ข่าวน่าสนใจ
---------

ติดตาม Jarm.com บน ทางช่องทาง เหล่านี้ได้
Website : https://jarm.com
Facebook Fanpage : Jarm - จาม
Tiktok : @jarm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...