โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MAKROมุ่งสู่ผู้นำค้าส่ง-ค้าปลีกเอเชีย ลุยแพลตฟอร์มO2Oรับยุคดิจิทัล

ทันหุ้น

อัพเดต 28 เม.ย. 2565 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 10.12 น.

#MAKRO #ทันหุ้น - นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแม็คโคร เปิดเผยว่า “กลุ่มธุรกิจแม็คโคร ซึ่งดำเนินธุรกิจ แม็คโครและโลตัส ปักธงเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกของเอเชีย เสริมทัพทีมงานมืออาชีพรุ่นใหม่ พร้อมกลยุทธ์ขยายธุรกิจ ออฟไลน์และออนไลน์ (O2O) อีคอมเมิร์ชเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้า ที่ปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล เช่น การเปิดตัวแอปพลิเคชั่น maknet B2B Marketplace หรือตลาดค้าส่งออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการแบบEnd to End Solutions ที่เปิดบริการไปเมื่อ 31 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเร่งเปิดสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมชูแพลตฟอร์มแห่งโอกาสหนุนเอสเอ็มอีไทยก้าวไปสู่ตลาดภูมิภาค”

“แม็คโคร ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 32 ปี ด้วยการขับเคลื่อนของทีมงานบริหารมืออาชีพที่มีความเข้าใจลูกค้าผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้ง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญอันทำให้แม็คโครเจริญเติบโตมาจนปัจจุบันนี้ และด้วยความต้องการของลูกค้าและตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เราได้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และเปิดรับทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านดิจิทัลเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำงานร่วมกับทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจค้าส่งค้าปลีก เพื่อให้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง บรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนองค์กร ภายใต้สิ่งแวดล้อมทางธุรกิจในรูปแบบใหม่”

ที่ผ่านมาเราได้มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ใน 10 ประเทศ และได้มุ่งสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีออกสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านโครงการแพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตและขยายสู่ตลาดในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสินค้าจากผู้ผลิตเอสเอ็มอีมากกว่า 100 รายการถูกนำไปวางจำหน่ายผ่านสาขาของแม็คโครใน กัมพูชา เมียนมาร์ และมีอีกหลายรายการที่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจแม็คโคร ยังมุ่งมั่นในการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม เคียงข้างสังคมอย่างต่อเนื่องมาตลอด 32 ปีจนถึงปัจจุบันด้วยหลัก ESG ที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งแม็คโครเชื่อว่าจะนำพาธุรกิจสู่การเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าทุกกลุ่ม

ด้วยการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความยั่งยืน ที่แม็คโครให้ความสำคัญสูงสุดทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม (E) สังคม (S) และการมีธรรมาภิบาลหรือความโปร่งใส (G)โดยได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเช่น

· โครงการ Say Hi to Bio, Say No to Foam เป็นโครงการที่ช่วยลดขยะที่เกิดจากโฟมบรรจุอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ โดยได้ร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันที่ทางแม็คโครได้ประกาศหยุดจำหน่ายโฟมบรรจุอาหารแล้วทุกสาขา ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยลดขยะโฟมลงสู่สิ่งแวดล้อมกว่า 107 ล้านชิ้นหรือเทียบเท่ากับการที่เราช่วยรักษาต้นไม้ไว้ได้ถึง 233,791 ต้น

· โครงการ Zero Food waste to Landfill ซึ่งเป็นโครงการที่ขานรับนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืน โดยได้ตั้งเป้าในการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ในปีพ.ศ.2573

ทั้งนี้แม็คโครยังได้ดำเนิน “โครงการมิตรแท้โชห่วย” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยสู่การเป็น สมาร์ทโชห่วยอย่างต่อเนื่องมากว่า 12 ปี รวมทั้งได้เปิด“แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี (MHA)” ขึ้นเพื่ออบรมให้ผู้ที่ทำธุรกิจร้านอาหาร และจัดเลี้ยงรายย่อยได้เข้ามาพัฒนาต่อยอดฝึกอาชีพ เสริมทักษะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผู้ประกอบการต้องการพัฒนาทักษะเพื่อต่อยอดธุรกิจ รองรับการฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...