โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“ลำปาง” รถม้า งานคราฟท์ กาดกองต้า และแคร็ปฝรั่งเศส

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
ใครจะคิดว่าเอกลักษณ์โดดเด่นของ “เมืองลำปาง” อย่าง “รถม้า” ที่เป็นพาหนะสัญจรบนนถนสายเดียวกันกับรถราที่วิ่งขวักไขว่ จะไม่ใช่แค่รถม้าที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปหาขึ้นตามจุดจอดที่มีบริการอยู่ดั้งเดิม

ทั้งจุดหลักหน้ามิวเซียมลำปาง (ศาลากลางหลังเก่า) หรือหน้าโรงแรมทิพย์ช้าง หน้าโรงเรียนเทศบาล 4 หน้าตลาดอัศวิน เลยไปถึงหน้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง และหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง เพราะวันนี้รถม้าลำปางอัพเกรดบริการโดยสามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชั่นหน้าใหม่ในไทยอย่าง Maxim ไม่ต่างจากการเรียกรถเก๋งหรือมอเตอร์ไซค์ แบบอยากขึ้นรถม้าจากหน้าโรงแรมที่พักที่ไม่ใช่จุดจอดให้บริการก็แค่เปิดแอปเรียกใช้บริการ

อีกจุดที่จะไปหาขึ้นรถม้าได้คือ “บ้านม้าท่าน้ำ” จุดขึ้นที่พิเศษกว่าแห่งอื่น ๆ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ที่จอดรถม้า แต่มีคอกม้า และมีวิถีชีวิตของคนเลี้ยงม้าให้สัมผัสแบบใกล้ชิดด้วย โดยมีสารถีรถม้าที่ผูกพันกับรถม้ามาตั้งแต่เด็กที่ใคร ๆ เรียกติดปากว่า “อาจารย์บั้ม” ว่าที่ร้อยเอกสุพจน์ ใจรวมกูล เจ้าของบ้านคอยแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมกับให้ทำความคุ้นเคยกับเหล่าม้าในสังกัดได้แบบถึงเนื้อถึงตัว

ด้วยความที่ครอบครัวเป็นสารถีรถม้าและเป็นคนเลี้ยงม้าสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เริ่มหัดขี่ม้ามาตั้งแต่ 5 ขวบ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนามาสู่สารถีรถม้าที่อาจเรียกได้ว่าอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในเวลานั้น ความผูกพันที่มีต่อเนื่องยาวนานทำให้อาจารย์บั้มมีแนวคิดที่จะถ่ายทอดเรื่องราววอถีคนเลี้ยงม้าให้ผู้มาเยือนได้รู้จัก ไม่ใช่เพียงแค่มานั่งรถม้าวนไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบเมืองลำปางอย่างที่เคย

มาที่บ้านม้าท่าน้ำแน่นอนว่าหากอยากนั่งรถม้าเที่ยวจะได้นั่งสมใจ แต่นอกเหนือจากนั้นยังจะมีโอกาสได้อาบน้ำให้กับน้องม้า แปรงขนม้า พาม้าเดิน แต่ยังไม่ถึงกับต้องไปหัดตีเกือกม้า อีกหนึ่งภูมิปัญญาที่อาจารย์ปั้มอนุรักษ์ไว้และยังคงตีเกือกม้าให้กับสมุนทุกตัวด้วยตัวเอง เพราะหากอยากลองนอกจากจะต้องมาเรียนอย่างจริงจังแล้ว ยังต้องมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะตีเหล็กร้อน ๆ สีแดงก่ำให้เป็นเกือกม้าอย่างที่เห็นได้ด้วย เช่นเดียวกับการฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง ที่อาจารย์บั้มจะรำโชว์หลังจากบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดาบของภาคเหนือให้ฟัง

หากจะลงมือตีดาบ หรือตีเกือกม้าอาจยากไปสำหรับผู้มาเยือน ตาข่ายดักฝันที่ทำจากเกือกม้าที่หมดอายุใช้งานแล้วจึงเป็นสิ่งที่มาทดแทน เป็นการผนวกเอาเครื่องรางอย่าง “เกือกม้า” ที่เชื่อกันว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ภูตผี นำโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้ โดยแขวนหันปลายง่ามชี้ขึ้นเพื่อเป็นการเก็บโชค มารวมกันกับตาข่ายดักฝันตามความเชื่อของชาวอินเดียนแดงที่จะช่วยดักจับฝันร้ายและปล่อยให้ฝันดีผ่านเข้ามา โดยทาสีสันเพิ่มความสวยงามให้กับเกือกม้า และตกแต่งด้วยไหมพรมและเครื่องปั้นดินเผาชิ้นเล็ก ๆ อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของลำปาง

นอกจากรถม้าจะพาไปวัดต่าง ๆ รอบเมืองลำปางแล้ว จุดหนึ่งที่จะต้องพาไปก็คือ “กาดกองต้า” ถนนสายเล็ก ๆ เลียบแม่น้ำวังที่เคยเป็นย่านการค้าอันรุ่งเรืองในอดีต สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกและจีน มีทั้งที่ทำจากไม้สักและก่ออิฐถือปูน เดิมเป็นทั้งที่พักอาศัยและที่ทำการค้า แต่วันนี้หลายหลังเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ ที่พัก ไปจนถึงร้านจำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะถนนสายนี้จะปิดไม่ให้รถเข้าและเปิดเป็นถนนคนเดิน

อาคารที่เป็นแลนด์มาร์กเป็นภาพจำที่คุ้นเคยคือ “หม่องโง่ยซิ่น” เรือนขนมปังขิงที่โดดเด่นด้วยลายฉลุไม้ ทาสีขวตัดด้วยสีน้ำตาล ปัจจุบันเป็นร้านกาแฟและมีการจัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนให้ชม นอกจากนี้ยังมีอาคารฟองหลี อาคารปูนสองชั้นที่ตกแต่งด้วยงานไม้ฉลุลวดลาย อาคารเยียนซีไท้ลีกี ตึกฝรั่งหัวใจจีนหลังคาปั้นหยา บ้านแม่แดง อดีตร้านเกากี่ อาคารกาญจนวงศ์ เรือนขนมปังขิงสองชั้นวางเรือนขวาง

ท่ามกลางบหมู่อาคารสองฟากฝั่งนั้น ยามที่ถนนแปรเปลี่ยนให้คนมาเดินแทนรถ สองฝั่งจะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย มีทั้งอาหารพื้นถิ่นเหนือ เมนูร่วมสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงของใช้หลากหลาย ว่ากันว่าคนที่มาเดินช้อปกันจนแน่นถนนเกือบทุกเสาร์อาทิตย์นั้น บ้างเป็นคนลำปางที่อยู่ต่างอำเภอ บ้างเป็นคนจากจังหวัดใกล้เคียง ผสมปนเปกับเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งจะพากันเดินชิมนั่นนิดนี่หน่อยตลอดทาง

หากเดินไปจนสุดทางเข้าด้านที่อยู่ตีน “สะพานรัษฎาภิเศก” หรือ “สะพานขาว” อีกแลนด์มาร์กของลำปาง เดินเลี้ยวไปอีกด้านไม่ขึ้นสะพานเลียบตึกแถวไปไม่ไกล มีร้านห้ามพลาดอย่าง “แคร็ปฝรั่งเศส” ตั้งอยู่ ร่ำลือกันว่าเป็นร้านขนมดังร้านหนึ่งที่คนลำปางเองมักมาต่อคิว แม่ค้าอาจจะไม่ค่อยยิ้มต้อนรับ และมีกฎเหล็กให้สั่งได้ตามเมนูที่เขียนบอกไว้เท่านั้น บอกลเยว่าคุ้มค่าแก่การต่อคิวเพราะแป้งเครปที่คนทั่วไปเรียกติดปากนั้น กรอบกำลังดี และหอมเนย ที่กรอบเกรียมกำลังดีต่างจากร้านอื่น ๆ เพราะที่นี่จะกลับด้านแผ่นแป้งให้สุกทั่วถึงทั้งสองด้าน ก่อนจะใส่ไส้ตามลูกค้าต้องการหลังเหลืองได้ที่

แม้แม่ค้าจะดูนิ่ง ๆ แต่หากชวนคุยก็จะรู้ว่าไม่ใช่ไม่ค่อยรับแขกอย่างที่เข้าใจ คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเป็นร้านดังที่เคยอยู่ในโรงอาหารของจุฬาฯ และเกษตรศาสตร์มาแล้ว พอได้เวลาเลยกลับมาเปิดร้านขายที่บ้านเกิดแทน ที่ต้องกลับแป้งสองด้านก็เพื่อให้สุกทั่วถึง ที่จำกัดให้สั่งไส้ตามเมนูก็เพื่อตัดความจุกจิกลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอนาน บอกเลยว่าแม้จะมาเจอคิวก่อนหน้า 4-5 คน แต่ก็ไม่ต้องรอนานอย่างที่คิดจริง ๆ

อีกร้านที่ควรค่าแก่การแวะไปเมื่อมาย่านกาดกองต้าคือ Papacraft Café” แกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่ที่มีขายเครื่องประดับหนังแฮนด์เมดจำหน่าย รวมอยู่กับงานคราฟท์อื่น ๆ ของคนลำปางที่เจ้าของสรรหาชิ้นงานจากศิลปินตัวจริงมาวางขาย โดยเหล่าเครื่องประดับทั้งกำไล แหวน สร้อยที่มีหนังเป็นองค์ประกอบหลักนั้น เป็นผลงานของเจ้าของร้านเอง โดยมีคอลเลคชั่นเด่น Bupha Gumlai” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความอ่อนโยนและงดงามของดอกไม้และใบไม้

นอกจากจะมาจิบเครื่องดื่มกับขนมเค้กแสนอร่อย พร้อมกับนั่งมองของที่ระลึกไปพลางแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปให้ครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกันด้วย หนึ่งในนั้นคือ Ceramic Painting การวาดรูปและระบายสีบนจานรองแก้วเซรามิกตามแต่จินตนาการของแต่ละคน โดยมีอุปกรณ์พร้อมให้ละเลงได้ทุกเมื่อ มีจานรองหลายขนาดให้เลือกตามความพอใจ เพื่อให้งานชิ้นเดียวในโลกของคุณไม่ซ้ำกับใคร

หากจะมาเยี่ยมเยือน Papacraft Café อาจจะต้องมาให้ไวหน่อย เพราะที่นี่จะปิดตอนเย็นก่อนที่ถนนคนเดินกาดกองต้าจะเริ่มต้นขึ้น ไม่มีเวิร์คชอป ไม่มีช้อปของที่ระลึก แค่มานั่งชิล ๆ อย่างเดียวก็คุ้มแล้ว เพราะที่ดินเก่าของบรรกบุรุษผืนนี้ที่ทอดตัวยาวไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำวัง ได้รับการตกแต่งและจัดวางแบบที่เรียกได้ว่าเก๋ทุกมุม สายคอนเทนท์แชะแล้วแชร์ไม่ว่าจะรุ่นไหน มาแล้วได้ภาพโพสต์ให้เพื่อนได้อิจฉาเพียบแน่นอน

ก่อนจากเมืองลำปางหากอยากรู้จักคนลำปางให้มากยิ่งขึ้น อยากเข้าใจได้ว่าทำไมที่นี่จึงมีร้านก๋วยเตี๋ยวมากกว่าร้านข้าว ต้องไปที่ “มิวเซียมลำปาง” หรือ “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง” หนึ่งในต้นแบบของการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ประเภทพิพิธภัณฑ์เมืองบริหารจัดการโดยเทศบาลนครลำปาง โดยนำอาคารศาลากลางหลังเก่ามาปรับปรุง ภายในจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในลำปางตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มีชาวไทใหญ่ พม่า เงี้ยวเข้ามาทำการค้า ตามมาด้วยบริษัทป่าไม้ฝรั่ง จนการคมนาคมทางน้ำรุ่งเรืองชาวจีนก็ล่องเรือเข้ามาถึงก่อนจะมาเปิดตลาดการค้าทางน้ำอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่รถไฟจะมาทำให้ชีวิตของคนลำปางเปลี่ยนไปอีกครั้ง

นอกจากนิทรรศการชุด “คน-เมือง-ลำปาง” ที่นำเสนอผ่านหัวข้อหลัก ๆ ว่าด้วยเรื่องคนที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ โบราณคดี เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมแล้ว ยังมีนิทรรศการว่าด้วยเรื่องของเมืองลำปาง ทำความรู้จักกับนครลำปางตั้งแต่อดีตจนถึงลำปางในอนาคต การเปลี่ยนผ่าน และเหตุการณ์สำคัญในอดีต การจัดแสดงด้วยรูปแบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัยซึ่งจะพาตามหาลำปางแต้ ๆ แบบทุกซอกทุกมุมจากทั้ง 13 อำเภอ

ฤดูหนาวรอบนี้นอกจาก “ลำปางหนาวมาก” สมคำร่ำลือแล้ว ยังมีเรื่องราวของผู้คนและวิถีชีวิตอีกหลากหลายแง่มุมให้ไปสัมผัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...