โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยะลาโมเดลรับมือน้ำท่วม: ทำงานเชิงรุก–เตือนเร็ว–ช่วยทันใจ ประชาชนเทคะแนนความเชื่อมั่น

The Better

อัพเดต 29 พ.ย. 2568 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.45 น. • THE BETTER
บุญเลิศ วิเศษปรีชา

แม้ว่า “มหาอุทกภัยภาคใต้” จะทุเลาลงแล้ว แต่ก็ได้สร้างความเสียหายทิ้งไว้มหาศาล ทั้งชีวิตและ ทรัพย์สินของผู้คน โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้ปริมาณน้ำที่มากไหลทะลักมาพร้อมกันเป็นสาเหตุสำคัญของความเสียหาย แต่หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี ความเสียหายน่าจะน้อยกว่านี้ โดยเฉพาะเทศบาล นครหาดใหญ่ที่ถูกระบุว่า ให้ส่งสัญญาณผิดพลาดว่าน้ำจะลด ทั้งๆที่น้ำลูกใหญ่กำลังมาทำให้ผู้คนจำนวนมากติด อยู่ในบ้านที่ล้อมด้วยเป็นเวลา 4-5 วัน ไม่อาจฝ่าน้ำออกมาได้ ยานพาหนะของรัฐไม่ว่าจะเรือหรือรถสูง ก็ไม่ได้ถูก เตรียมการไว้อย่างเพียงพอและทันท่วงที

ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการเตรียมการรับมือภัยพิบัติทั้งต่อ หน่วยงานระดับชาติและระดับท้องถิ่น เนื่องจากปีนี ้ ผมมีโอกาสได้ไปศึกษาเรียนรู้จากเทศบาลนครยะลาอยู่หลายครั้ง ทั้งสัมภาษณ์และฟังการ บรรยายของนายกฯ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีที่คิดนอกกรอบมองการณ์ไกล ทำให้ทราบว่า เทศบาลนครยะลา ทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ต่างเตรียมการป้องกันน้ำท่วมมาตลอดปี แม้ท้ายที่สุดจะป้องกันไม่ สำเร็จ เพราะน้ำมากเกินกำลังจะต้านก็ตาม แต่ความแตกต่างอย่างชัดเจนกับสถานการณ์ที่หาดใหญ่ก็คือ ความรู้สึกของคนในเมืองยะลาที่สะท้อนบน เพจเฟ้ชบุ้ค เทศบาลนครยะลา Yalacity หรือที่ เพจสวท.ยะลากรมประชาสัมพันธ์ แทบไม่มีคำกล่าวตำหนิความ บกพร่องของเทศบาล

มีบ้างที่โพสต์แจ้งว่า จุดนั้นจุดนี้ น้ำยังท่วมอยู่ แต่ความเห็นส่วนใหญ่ออกไปในทางให้กำลังใจ เทศบาลว่า เทศบาลทำเต็มที่แล้ว อยู่ข้างพวกเขาอย่างดีที่สุดแล้ว การป้องกันที่ดีกว่ากว่านี้อยู่เกินอำนาจของ เทศบาลไปมาก ผมคิดว่าเทศบาลนครยะลา เป็นตัวอย่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ป้องกันและการรับมือกับ ภัยพิบัติได้อย่างดีมาก และขอยกมากล่าวใน 4 ประเด็นส้าคัญ

1. เน้นการทำงานเชิงรุก ผมได้มีโอกาสรับฟังชาวเมืองยะลาสะท้อนปัญหาในเวทีสภาประชาชนยะลา เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ที่เทศบาลจัดให้ประชาชนมาแสดงความเห็น ทำให้ทราบว่า ปัญหาที่คนเมืองยะลา ห่วงใยมากที่สุดก็คือ ปัญหาน้ำท่วม ประชาชนมีข้อเสนอแนะให้ขุดลอกคูคลองในเมืองเพื่อเตรียมรับฤดูน้ำหลาก แต่นายกฯ พงษ์ศักดิ์ มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลกว่าและลงมือทำล่วงหน้าไปแล้วก็คือ การเล็งเห็นว่า การทำงานเฉพาะใน เขตเทศบาลไม่เพียงพอ หากน้ำที่มาจากเทือกเขารอบนอกทั้งหมดมารวมกันที่แม่น้ำปัตตานีไหลผ่านเมืองยะลา ก่อนไปลงทะเลที่ตังหวัดปัตตานี

โอกาสน้ำท่วมมีสูง จึงต้องหาทางเบี่ยงน้ำก่อนเข้าเขตเมืองยะลาให้กระจายไปใน พื้นที่ต่าง ๆ จากนั้นก็ประสานกรมชลประทาน เพื่อดูว่าทางน้ำตามธรรมชาติมีเคยเบี่ยงน้ำก่อนเข้าเมืองยะลาอยู่ แนวใดบ้าง แล้วประสานกับอบจ.ยะลา และอบต. ต่างๆ เพื่อนำสรรพกำลังที่มีไปช่วยขุดลอกคูคลองนอกเมืองให้ น้ำได้กระจายไปลงทะเลทางด้านอื่น ไม่ต้องผ่านตัวเมืองยะลาทั้งหมด อีกทั้งประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศ ไทย เพื่อขอความร่วมมือชุมชนที่ปลูกแนวคูคลองขนานทางรถไฟได้ขยับบ้านเรือน เพื่อให้การระบายน้ำมี ประสิทธิภาพ โดยคาดหวังว่า ปริมาณที่เคยผ่านตัวเมืองยะลาทั้งหมด จะลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสาม ส่วนอีก สองในสามกระจายผ่านทางอื่นโดยที่ท้องถิ่นอื่นรับได้

2. การจัดระบบการแจ้งเตือนเชิงรุก บทเรียนจากน้ำท่วมปี 2566 และ 2567 ทำให้เทศบาลตระหนักถึง ความสำคัญของระบบการแจ้งเตือนที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนน้ำจะมาถึง ซึ่งจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้อง ประสานงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการพยากรณ์อากาศและระดับน้ำ จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน รวมถึง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ไม่เพียงเท่านี้ เทศบาลยังไปติดตั้งเครื่องวัดน้ำที่แม่น้ำ คูคลอง อำเภอ รอบนอก ติดตามระดับน้ำ จากนั้นเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณและสร้างภาพสามมิติว่า หากระดับน้ำที่อำเภอ รอบนอกสูงขนาดนี้ จะมาถึงเมืองยะลาภายในเวลากี่ชั่วโมง และพื้นที่ใดบ้างที่จะท่วม

จึงทำให้การแจ้งเตือน แม่นยำ เทศบาลนครยะลา ยังแจ้งประชาชนล่วงหน้าถึงสองเดือนว่า ขอให้ทุกบ้านต้องมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นเพื่อนทาง Line กับเทศบาลเพื่อจะได้รับข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนถึงตัว นอกเหนือจากที่รับข่าวสารประกาศทาง เพจ #เทศบาลนครยะลา YalaCity

3. การจัดเตรียมความพร้อมของศูนย์พักพิงสำหรับผู้ต้องอพยพจากน้ำท่วม ศูนย์พักพิงไม่ได้มีแค่ อาคารสถานที่ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวก เทศบาลนครยะลา สรุปบทเรียนของการ บริหารศูนย์พักพิง แล้วเตรียมความพร้อมไว้อย่างดี ได้แก่ ต้องเป็นอาคารสถานที่ที่มั่นใจว่าไม่ถูกน้ำท่วม หรือสามารถส่งเสบียงอาหารทั้งของสดและอาหารปรุง สำเร็จได้สะดวกโดยมีการประสานกับสถานที่เหล่านี้ล่วงหน้า เช่น มัสยิดกลางประจำจังหวัด โรงเรียน เทศบาล TK Park ยะลา ฯลฯ มีข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงว่า อยู่ที่บ้านไหนซอยไหน เพื่อจะได้เป็น กลุ่มเป้าหมายแรกที่จะต้องอพยพเคลื่อนย้าย โดยไม่ต้องรอให้น้ำท่วมก่อนแล้วค่อยเคลื่อนย้าย เพราะ จะยุ่งยากลำบากกว่า โดยข้อมูลเหล่านี้มาจากทีมอสม. และทีมงานฝ่ายพัฒนาชุมชนของเทศบาล จัดเตรียมระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เพราะมีบทเรียนว่า เมื่อเกิดน้ำท่วมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะตัดไฟ เพื่อป้องกันปัญหาไฟดูด

ดังนั้นไฟสำรองจากโซลาร์เซลล์ จึงต้องพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนต่าง ต้องการไฟฟ้าสำหรับชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์เพื่อการติดต่อสื่อสาร จัดเตรียมระบบครัวทำอาหาร การมีศูนย์รองรับผู้อพยพจำนวนมาก การจัดเตรียมอาหารเป็นงาน สำคัญที่ต้องทำให้เพียงพอและทันเวลา จึงมีการเตรียมล่วงหน้าว่า ชุมชนแต่ละซอยถ้าต้องอพยพจะ ไปที่ไหน และจะกระจายการทำอาหาร โดยเทศบาลช่วยเตรียมของสดและอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ไว้ให้ เตรียมถึงขนาดจะใช้โดรนส่งอาหารหากน้ำท่วมแล้วบางพื้นที่เข้าไม่ถึง รักษาระบบสัญญาณโทรศัพท์

เคยมีบทเรียนว่า เมื่อเวลาน้ำท่วมตัดสัญญาณไฟ และ ท้ายที่สุดก็จะกระทบระบบสื่อสาร จึงต้องเตรียมการอำนวยการให้เจ้าหน้าที่บริษัทสื่อสารในการเข้า ดูแลเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ให้สามารถให้บริการได้ การจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และวัสดุอุปกรณ์ นอกจากมีเรือท้องแบนอย่างเพียงพอ ยังต้องมีการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ให้เตรียมพร้อมกับการใช้เครื่องมือต่างๆ การอำนวยการด้านการแพทย์ สาธารณสุข สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นได้เข้าถึงการรักษาแม้ในช่วง น้ำท่วม หรือระหว่างพักอยู่ที่ศูนย์พักพิงก็มีแพทย์ไปตรวจถึงที่

4. การสื่อสารด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเข้าใจง่าย ผมติดตามเพจของเทศบาลยะลา ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า การสื่อสารที่ประชาชนฟังแล้วเข้าใจง่าย ตั้งแต่การแจ้งสถานการณ์ว่าน้ำท่วมในเขตพื้นที่ใดบ้าง ถนนเส้นใด ที่เดินทางไม่ได้แล้ว หากจำเป็นก็ส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า พื้นที่ใดบ้างเป็นพื้นที่เสี่ยงที่น้ำจะท่วมควรต้องอพยพ

ต่อมาคือให้คำอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจสาเหตุ เช่น ทางน้ำที่คาดว่าจะช่วยบรรเทาการระบายน้ำยังทำได้ไม่ เต็มที่ เพราะความเจริญของเมืองรอบนอกกีดขวางทางน้ำ อธิบายสาเหตุที่ให้บริการน้ำประปาไม่ได้ เพราะน้ำท่วม ถึงแหล่งทำน้ำประปา และเทศบาลกำลังแก้ปัญหาอย่างไร คาดว่าน้ำประปาจะกลับมาให้บริการได้เวลาไหน ขณะเดียวกันก็รายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวป้องกัน การเร่งระบายน้ำ ติดตั้งเครื่อง สูบน้ำที่จุดใดบ้าง รวมถึง ข่าวสารขอความร่วมมือจากประชาชน เช่น จิตอาสาที่จะช่วยทำอาหาร หรือรับส่งแจก อาหาร และหากมีข่าวสารที่แพร่กระจายไม่เป็นความจริงก็รีบชี้แจงทันที เช่น เทศบาลไม่มีความคิดที่จะพื้นที่ใด เป็นพื้นที่แก้มลิงสำหรับรองรับน้ำถาวร เพื่อไม่ให้เกิดความหวาดวิตกบ้านตนเองจะถูกทำเป็นแก้มลิง

การสื่อสารที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจกับประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเมืองยะลา ทราบ สถานการณ์ และไม่รู้สึกว่าพวกเขาถูกทอดทิ้ง ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม เราจึงเห็นโพสต์ทำนองว่า ขอบคุณ เทศบาลที่ช่วยดูแลอย่างเต็มที่ ให้กำลังใจนายก แน่นอนว่า ปริมาณน้ำที่เข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่มีปริมาณมากกว่าที่ยะลาประสบ สถานการณ์จึงรุนแรงกว่า แต่หากมีการเตรียมการที่ดีกว่าที่ผ่านมา ผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตของผู้คนน่าจะน้อยกว่านี้ ความรู้สึกของ ผู้คนน่าจะดีกว่าที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี

ที่กล่าวมาคือศักยภาพที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ก็ยังไม่สามารถ ป้องกันน้ำท่วมได้ เราคงไม่ยินดีแค่ว่า น้ำท่วมแต่ท้องถิ่นบรรเทาปัญหาได้ดีแค่นั้น จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานส่วนกลางที่มีอำนาจหน้าที่และงบประมาณมากกว่าท้องถิ่น ต้องทำหน้าที่ วางแผนป้องกันและรับมือกับน้ำที่มีแนวโน้มมากขึ้นทุกปีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่เกิน กว่าระดับท้องถิ่นจะรับมือตามลำพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...