โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MINT เดินหน้าสร้างเชื่อมั่น เพิ่มซื้อหุ้นคืนแตะ 5 พันลบ.

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 12.52 น.

#MINT#ทันหุ้น – บอร์ด MINT ไฟเขียวเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็น 5 พันล้านบาท จำนวนไม่เกิน 229 ล้านหุ้น จากเดิม 500 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 23 ล้านหุ้น เหตุ มีสภาพคล่องส่วนเกินสูง- หวังสร้างเชื่อมั่นนักลงทุน -เพิ่ม ROE คงกำหนดซื้อวันที่ 3 ธันวาคม 2568- 2 มิถุนายน 2569

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 256 ได้มีมติอนุมัติโครการซื้อหุ้นคืนคืน ((Treasury Stock) )เพื่อบริหารทางการเงิน โดยปรับเพิ่มวงเงินในการซื้อหุ้นคืนเป็น 5,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนเป็นไม่เกิน 229 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.04% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท จากมติที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่อนุมัติวงเงิน 500 ล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 23 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.41% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

โดยคงกำหนดระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน คือ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568-2 มิถุนายน 2569 ซึ่งแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการซื้อหุ้นคืน เงินสดจากการดำเนินการ เงินปันผลรับ และรับคืนเงินกู้ยืมจากบริษัทย่อย

*ราคาหุ้นไม่สะท้อน

สำหรับเหตุผลที่แก้ไขเพิ่มเติมโครงการ เพราะบริษัทได้ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินที่เกิดจากการบริหารเงินทุนหมุนเวียน อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าบริษัทจะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการดำเนินงานที่มีความยึดหยุ่น แต่สภาพแวดล้อมของตลาดในปัจจุบัน ยังคงมีความผันผวน และราคาหุ้นของบริษัทไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงาน หรือมูลค่าที่แท้จริง

โดยการขยายโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกิน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท รวมถึงเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการปรับรุงตัวชี้วัดทางการเงิน เช่น ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) และกำไรต่อหุ้น (EPS)

*กำไรสะสม 1.09 หมื่นลบ.

ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 MINT มีกำไรสะสมของบริษัท เท่ากับ 10,936 ล้านบาท (ข้อมูลทางการเงินเฉพาะกิจการ ระหว่างกาลแบบย่อเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (เปลี่ยนแปลงจากงวด ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568 โดยหลักจากรายการกำไรสะสม) นี้ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอส จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ให้ความเห็นว่า ไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลทางการเงินนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามเกณฑ์นโยบายการบัญชีที่บริษัทใช้ในการจัดทำงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ และฉบับปรับปรุงที่มีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2568 ที่เกี่ยวข้องต่อบริษัท

โดย MINT มีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืน เท่ากับ 3,890 ล้านบาท จากเดิม 3,385 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้พิจารณาฐานะทางการเงินรวมของกลุ่มบริษัทเพื่อสนับสนุนการประเมินสภาพคล่อง โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 9,644 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องในระดับกลุ่มบริษัท

*สภาพคล่องล้น

อย่างไรก็ตามบริษัทยืนยันว่า บริษัทมีฐานะการเงินและสภาพคล่องที่เพียงพอ ในการชำระหนี้สินที่จะถึงกำหนดภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 248 ล้านบาท และ 530 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตามลำดับ และคาดว่าจะได้รับกระแสเงินสดอิสระประมาณ 10,034 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีที่มาหลักจากเงินสดรับคืนจากเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทย่อย ดังนั้นบริษัทคาดว่ามีสภาพคล่องรวม 10,564 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับชำระหนี้สินจำนวน 3,890 ล้านบาท ที่จะถึงกำหนดชำระในช่วงเวลาเดียวกัน และบริษัทยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...