MINT เดินหน้าสร้างเชื่อมั่น เพิ่มซื้อหุ้นคืนแตะ 5 พันลบ.
#MINT#ทันหุ้น – บอร์ด MINT ไฟเขียวเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็น 5 พันล้านบาท จำนวนไม่เกิน 229 ล้านหุ้น จากเดิม 500 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 23 ล้านหุ้น เหตุ มีสภาพคล่องส่วนเกินสูง- หวังสร้างเชื่อมั่นนักลงทุน -เพิ่ม ROE คงกำหนดซื้อวันที่ 3 ธันวาคม 2568- 2 มิถุนายน 2569
นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 256 ได้มีมติอนุมัติโครการซื้อหุ้นคืนคืน ((Treasury Stock) )เพื่อบริหารทางการเงิน โดยปรับเพิ่มวงเงินในการซื้อหุ้นคืนเป็น 5,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนเป็นไม่เกิน 229 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.04% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท จากมติที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่อนุมัติวงเงิน 500 ล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 23 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.41% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
โดยคงกำหนดระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน คือ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568-2 มิถุนายน 2569 ซึ่งแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการซื้อหุ้นคืน เงินสดจากการดำเนินการ เงินปันผลรับ และรับคืนเงินกู้ยืมจากบริษัทย่อย
*ราคาหุ้นไม่สะท้อน
สำหรับเหตุผลที่แก้ไขเพิ่มเติมโครงการ เพราะบริษัทได้ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินที่เกิดจากการบริหารเงินทุนหมุนเวียน อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าบริษัทจะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการดำเนินงานที่มีความยึดหยุ่น แต่สภาพแวดล้อมของตลาดในปัจจุบัน ยังคงมีความผันผวน และราคาหุ้นของบริษัทไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงาน หรือมูลค่าที่แท้จริง
โดยการขยายโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกิน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท รวมถึงเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการปรับรุงตัวชี้วัดทางการเงิน เช่น ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) และกำไรต่อหุ้น (EPS)
*กำไรสะสม 1.09 หมื่นลบ.
ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 MINT มีกำไรสะสมของบริษัท เท่ากับ 10,936 ล้านบาท (ข้อมูลทางการเงินเฉพาะกิจการ ระหว่างกาลแบบย่อเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (เปลี่ยนแปลงจากงวด ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568 โดยหลักจากรายการกำไรสะสม) นี้ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอส จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ให้ความเห็นว่า ไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลทางการเงินนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามเกณฑ์นโยบายการบัญชีที่บริษัทใช้ในการจัดทำงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ และฉบับปรับปรุงที่มีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2568 ที่เกี่ยวข้องต่อบริษัท
โดย MINT มีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืน เท่ากับ 3,890 ล้านบาท จากเดิม 3,385 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้พิจารณาฐานะทางการเงินรวมของกลุ่มบริษัทเพื่อสนับสนุนการประเมินสภาพคล่อง โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 9,644 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องในระดับกลุ่มบริษัท
*สภาพคล่องล้น
อย่างไรก็ตามบริษัทยืนยันว่า บริษัทมีฐานะการเงินและสภาพคล่องที่เพียงพอ ในการชำระหนี้สินที่จะถึงกำหนดภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 248 ล้านบาท และ 530 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตามลำดับ และคาดว่าจะได้รับกระแสเงินสดอิสระประมาณ 10,034 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีที่มาหลักจากเงินสดรับคืนจากเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทย่อย ดังนั้นบริษัทคาดว่ามีสภาพคล่องรวม 10,564 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับชำระหนี้สินจำนวน 3,890 ล้านบาท ที่จะถึงกำหนดชำระในช่วงเวลาเดียวกัน และบริษัทยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทอย่างต่อเนื่อง