โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทศกาลโคมลอย: แสงแห่งศรัทธาในสมดุลของเมืองและสิ่งแวดล้อม

นิตยสารคิด

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 02.58 น.
yipeng-festival-cover

ทุกปีในคืนเพ็ญช่วงเทศกาลยี่เป็ง ท้องฟ้าเชียงใหม่สว่างด้วยโคมลอยนับพันดวง ในขณะเดียวกัน ภายใต้ช่วงเวลาแห่งความรื่นเริงและสวยงาน เมืองก็ต้องรับมือกับซากวัสดุและคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นจากโคมลอย รวมถึงความปลอดภัยทางด้านการบิน บทความนี้ ได้รวบรวมข้อมูลและชวนตั้งคำถามว่า พิธีกรรมดั้งเดิมจะสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่อย่างไร เพื่อชวนคิดร่วมกันว่า เราจะรักษาความหมายทางศรัทธาไว้ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรในคืนเพ็ญครั้งต่อไป

(Wikimedia Commons)

รากแห่งเทศกาลยี่เป็ง

เทศกาลยี่เป็ง (Yi Peng) มีรากมาจากความเชื่อของชาวล้านนา จัดขึ้นกำหนดตามปฏิทินเหนือ (เดือน 2) ซึ่งมักตรงกับเพ็ญเดือน 12 ของจันทรคติกลาง โดยใช้โคมเป็นสัญลักษณ์ของการอธิษฐานและการปล่อยเคราะห์ เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาของพระพุทธเจ้า การจุดและปล่อยโคมลอยจึงเป็นการถวายแสงสว่างแด่พระพุทธองค์ และสื่อถึงการปล่อยเคราะห์ ปล่อยทุกข์ ให้ลอยหายไปกับแสงไฟบนท้องฟ้า เดิมทีพิธียี่เป็งเป็นเพียงการจุด “โคมแขวน” รอบวัด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ก่อนจะพัฒนาเป็น “โคมลอย” ที่ปล่อยขึ้นฟ้าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนทั้งศรัทธาทางศาสนาและความงดงามทางศิลปวัฒนธรรมของล้านนา นอกเหนือไปจาก การทำหน้าที่เป็นพิธีกรรมแห่งความศรัทธาแล้ว ปัจจุบัน เทศกาลยี่เป็งยังกลายเป็นเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของหลายเมืองในภาคเนือด้วย คำถามที่น่าสนใจ คือ เมื่อบทบาทของพิธีกรรมถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว เครื่องถวายแห่งความศรัทธา (โคมลอย) และวิธีปฏิบัติจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้ศรัทธาสามารถแสดงออกถึงความเชื่อ ในขณะที่นักท่องเที่ยวก็ดื่มดำกับความงามของแสงไฟบนฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวได้

(Leon Contreras/Unsplash)

เส้นทางของโคมและสิ่งที่เมืองต้องรับมือ

หากติดตามเส้นของโคมลอยหนึ่งใบ ตั้งแต่ร้านค้า-ลอยขึ้นฟ้า-ตกลงสู่พื้น เราจะเห็นลำดับการเดินทาง คือ “ผลิต-ซื้อ–ประกอบ–ปล่อย–ตก–เก็บกู้” ภายใต้เส้นทางดังกล่าวเกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิตโคม ผู้จำหน่ายโคม ผู้ร่วมงานเทศกาล (ที่ซื้อโคม) อาสาสมัครและหน่วยงานท้องถิ่น (ที่ต้องคอยเก็บซากโคม) ทั้งนี้ ประเด็นที่มีการพูดถึงบ่อยครั้งเกี่ยวกับปัญหา และผลกระทบจากเทศกาลยี่เป็ง คือ ชิ้นส่วนโคมลอยที่ย่อยสลายยาก (โครงโลหะหรือเทปกาว) ซากโคมลอยที่ตกในพื้นที่เกษตรหรือแหล่งน้ำ คุณภาพอากาศที่แย่ลงในช่วงช่วงเวลาที่มีการปล่อยโคม หรือแม้แต่การไม่มีมาตรการกำหนดช่วงเวลาและพื้นที่ในการปล่อยโคม ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่เมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือต้องเผชิญในช่วงเทศกาลยี่เป็ง

จากประเด็นที่กล่าวมา ดูเหมือนโคมลอยจะได้รับบทบาทเป็น “ต้นตอ” ของปัญหาทั้งหมดในช่วงเทศกาลยี่เป็ง อย่างไรก็ดี โคมที่ผลิตจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวล้านนา อาจไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาเสียทีเดียว ทั้งนี้ โคมดั้งเดิมแบบล้านนามักใช้กระดาษสาเป็นผิวโคม โครงทำจากไม้ไผ่ เชื้อเพลิงที่ใช้ลอยขึ้นฟ้าจากขี้ผึ้ง/ไขพืช และเชือกป่าน จุดเด่นของโคมแบบดั้งเดิม คือ ย่อยสลายได้และเผาไหม้ค่อนข้างสะอาด อีกทั้งจากหลักฐานคำบอกเล่าสมัยก่อนโคมลอยมักใช้ควันจากตัวเชื้อเพลิงช่วยให้ตัวโคมลอยขึ้น ทำให้เมื่อหมดเชื้อเพลิงจึงไม่มีเพลิงไหม้เกิดขึ้น ส่วนโคมที่ผลิตเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน มักมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุบางส่วน เพื่อความแข็งแรงและผลิตจำนวนมาก เช่น ใช้กระดาษทิชชูชุบขี้ผึ้ง ใช้โครงลวดหรือแผ่นโลหะ ใช้เชื้อเพลิงก้อนเคมี/พาราฟิน ใช้กาวหรือเทปพลาสติก วัสดุสังเคราะห์สมัยใหม่เหล่านี้ช่วยให้โคมปล่อยได้ง่ายขึ้น แต่กลับทิ้งชิ้นส่วนที่ไม่ย่อยสลายเอาไว้เป็นจำนวนมาก ภายหลังเทศกาลแห่งศรัทธาและความสวยงามสิ้นสุดลง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโลหะและพลาสติก

(Getty Images)

เราสามารถแยกองค์ประกอบของปัญหาที่เกิดจากโคมลอยในเชิงพาณิชย์ได้เป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • ซากชิ้นส่วน: โครงลวดและเทปจากโคมลอยทำการเก็บกู้ได้ยาก เมื่อตกลงในพื้นที่ทางการเกษตรหรือแหล่งน้ำ อาจกลายเป็นสารพิษปนเปื้อน ส่งกระทบต่อสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง (ได้รับบาดเจ็บจากการตกใส่ หรือเผลอกินเข้าไป)
  • คุณภาพอากาศในช่วงเทศกาล: การปล่อยโคมลอยพร้อมกันจำนวนมาก อาจเกิดควันและเขม่าชั่วคราว ส่งผลต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ เพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงส่งผลส่งผลต่อดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ความปลอดภัยและการจัดระเบียบ: ยังไม่มีการกำหนดพื้นที่และช่วงเวลาในการปล่อยโคมลอยที่เป็นระบบ ส่งผลให้มีการปล่อยโคมลอยกระจัดกระจายไม่เป็นช่วงเวลา อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบิน อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังต้องเสียงบประมาณเพื่อจัดทีมดูแล และจัดเก็บซากโคมลอยหลังเทศกาลสิ้นสุดลง

(Wikimedia Commons)

(Udayaditya Barua / Unsplash)

วิเคราะห์เชิงลึก ศรัทธา วัสดุ และการตีความใหม่

เทศกาลดิวาลี (Diwali Festival) - เทศกาลแห่งแสงของอินเดียที่เผชิญโจทย์คล้ายเทศกาลยี่เป็งของไทย ไม่ว่าจะเป็นควันจากพลุและขยะเทียนพลาสติก เพื่อแก้ไขปัญหา รัฐบาลอินเดียจึงมีมาตรการและทางเลือก เช่น รณรงค์ให้ใช้ตะเกียงดินเผา ควบคุมการใช้พลุพลาสติก ทดลอง “biodegradable fireworks” ที่ลดการปล่อย PM2.5 และบางชุมชนหันใช้ LED light shows กับพลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานฟอสซิล

หากโคมลอยเป็นต้นตอของปัญหาในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ทางออกของเมืองจึงเป็น “การลดชิ้นส่วนคงค้าง–ใช้พลังงานเผาไหม้สะอาด–พึ่งพาท้องถิ่นให้มากขึ้น” การเลือกวัสดุโคมลอยควรเลือกวัสดุที่ย่อยสลายได้เพื่อความปลอดภัย ตัวอย่าง เช่น การเลือกใช้โครงที่ทำจากไม่ไผ่ การเลือกใช้เทปสังเคราะห์ที่ทำจากกาวชีวภาพ (กาวแป้งจากมันสำปะหลัง/ข้าว) การเลือกใช้กระดาษทำมือ หรือหรือกระดาษใยพืช (ใบตอง กล้วย สับปะรด) ในการทำผิวโคมลอย การเลือกใช้เชื้อเพลิงเพื่อลอยขึ้นฟ้าจากแผ่นไขพืชอัด (ถั่วเหลือง มะพร้าว ปาล์ม) การใข้เชือก/สายรัดจากเชือกป่านหรือด้ายฝ้าย

นอกเหนือไปจากวัสดุที่หาได้จากธรมชาติแล้ว ช่างฝีมือ นักสร้างสรรค์ หรือผู้ที่ทำงานขับเคลื่อนเมือง ซึ่งสนใจแก้ไขปัญหาเรื่องวัสดุที่ใช้ในการผลิตโคมลอย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุทางเลือก เพื่อนำไปประยกต์ใช้ในการผลิตโคมลอยได้จาก ฐานข้อมูลวัสดุไทย (TCDC Material Database) ซึ่งได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุ และข้อมูลการติดต่อผู้ประกอบการเอาไว้เป็นจำนวนมาก โดยมีวัสดุต่าง ๆ ที่น่าสนใจสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบโคมลอยได้ ตัวอย่างเช่น

(TCDC Material Database)

  • แผ่นสานจากก้านบัวหลวง: วัสดุท้องถิ่นที่ใช้ก้านบัวหลวงมาแปรรูปเป็นแผ่นสาน มีศักยภาพต่อยอดเป็นโครงโคมหรือฐานโคมได้

(TCDC Material Database)

  • แผ่นฟิล์ม LeafTastic: วัสดุนี้ทำมาจากผักและผลไม้ สามารถนำไปต่อยอดเป็นโคมลอยแทนกระดาษสาได้ อีกทั้งยังย่อยสลายได้เร็วด้วย

(TCDC Material Database)

(Leon Contreras / Unsplash)

คุณอยากให้โคมลอยในปีหน้าทำมาจากอะไร…

แม้ในปีนี้ อาจจะยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของวัสดุที่ใช้ในการผลิตโคมลอย และเราอาจจะต้องเห็นข่าวพาดหัวปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโคมลอยอีกครั้ง ภายหลังงานเทศกาลยี่เป็งปีนี้สิ้นสุดลง แต่สำหรับในปี 2569 จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะมี “โคมลอยที่เผาไหม้และดับตัวเองได้กลางอากาศ” เพื่อลดชิ้นส่วนคงค้างบนพื้น เมื่อพิจารณาจากมุมมองการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหา และการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้ที่จะผลิตโคมลอยที่มีคุณสมบัติคุณดังกล่าว แต่ปัญหาสำคัญ คือ แนวคิดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากช่างท้องถิ่น นักวัสดุ นักสิ่งแวดล้อม ผู้จัดงาน และหน่วยงานเมือง ซึ่งต้องเริ่ิมถอดบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อนำไปสู่การออกแบบ “โคมลอยต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ที่สามารถผลิตและใช้งานได้จริงได้ในอนาคต

“โคมลอย” ในเทศกาลยี่เป็งไม่จำเป็นต้องรับบทต้นตอของปัญหาอีกต่อไป แต่ผลิตภัณฑ์นี้ควรได้รับการ “ตีความใหม่” ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่ต้องการความรับผิดชอบร่วมกัน โดยยังคงคุณค่าทางจิตวิญญาไว้ ภายใต้แสงแห่งศรัทธาที่ลอยอยู่บนฟ้า จะไม่เพียงงดงาม แต่ยังสะท้อนความรับผิดชอบที่เรามีต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Tintingallery ผู้ชุบงานวิถีไทยผสมกลิ่นอายตะวันตกให้โลดแล่นผ่านศิลปะดิจิทัลคอลลาจ

ONCE

นอนไม่หลับทำอย่างไรดี? รวม 8 วิธีช่วยให้นอนหลับง่าย โดยไม่ต้องพึ่งยา

sanook.com

ทำไมอกหักต้องฟังเพลงเศร้า? ไขความลับสมอง พร้อมวิธีแก้ให้มูฟออนไว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

PUMA x MondaySleepingClub เปิดตัวคอลเล็กชันซัมเมอร์ใหม่ล่าสุด

สยามรัฐ

เชิญร่วมแข่งขันประชันกลอนสดชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 19 ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม

สยามรัฐ

BOWKYLION ส่งซิงเกิลรักแสนเศร้า ‘นาฬิกาทราย’ ที่มี เจนิส เจณิสตา มาร่วมแสดงใน MV

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...