โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง69 : พรรคเศรษฐกิจ กับเกมปาร์ตี้ลิสต์ประตูหลัง

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภาพใหญ่—เกมที่คนดูเห็น แต่ผลลัพธ์ซ่อนอยู่

การเลือกตั้งปี 2569 เปิดฉากด้วยปรากฏการณ์ชวนตั้งคำถาม เมื่อ พรรคเศรษฐกิจ ส่ง พลเอก รังสี กิตติญาณทรัพย์ เป็นทั้งหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับวางชื่อไว้ลำดับที่ 10 ในบัญชีรายชื่อ สวนทางกับความคาดหวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มักผูกภาพ“ผู้นำพรรค” เข้ากับลำดับต้นของปาร์ตี้ลิสต์ การจัดวางเช่นนี้ทำให้คำอธิบายเชิงยุทธศาสตร์ถูกตั้งคำถามทันทีว่า เป็นความกล้าท้าระบบ หรือเป็นการเลี่ยงระบบโดยแยบยล

ในทางการเมือง บัญชีรายชื่อไม่ใช่แค่ลำดับตัวเลข แต่คือสัญญาณอำนาจภายในพรรค ลำดับ 1–3 ของพรรคเศรษฐกิจถูกครอบครองโดย คริส โปตระนันทน์, พีรพล กนกวลัย และ อังซนา ซึ่งล้วนมีที่มาและเครือข่ายทางความคิดที่แตกต่างจากภาพ “พรรคอนุรักษ์นิยมใหม่” ที่พรรคพยายามสื่อสาร ภาพใหญ่จึงไม่ใช่แค่เรื่องอันดับ แต่คือคำถามว่า ใครคือผู้กำหนดทิศทางจริงของพรรค

เมื่อประชาชนกาบัตรให้พรรคเพราะเชื่อมั่นในตัวแคนดิเดตนายกฯ เสียงเหล่านั้นจะกลายเป็นตั๋วส่งผู้สมัครลำดับต้นเข้าสภาก่อนถึง 9 คน นี่คือจุดที่คำว่า “ขายพ่วง” เริ่มถูกหยิบยก และทำให้พรรคเศรษฐกิจถูกจับตาในฐานะกรณีศึกษาคลาสสิกของการเมืองเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเมืองเชิงอุดมการณ์

กลไก—Backdoor Politics กับความชอบธรรม

ทฤษฎี “Backdoor” ในทางการเมือง ไม่ได้หมายถึงสิ่งผิดกฎหมายเสมอไป แต่หมายถึงการใช้ช่องว่างของกติกาเพื่อสร้างความได้เปรียบโดยไม่ต้องเผชิญการตรวจสอบโดยตรง กรณีนี้สะท้อนลักษณะคล้าย “Backdoor MMP” ที่เคยถูกวิจารณ์ในอดีต คือการจัดวางตัวบุคคลและการคำนวณโอกาสทางอำนาจ โดยอาศัยความซับซ้อนของระบบเลือกตั้งเป็นฉากบังหน้า

เหตุผลที่พรรคเศรษฐกิจชี้แจงว่า หัวหน้าพรรคไม่ถนัดงานนิติบัญญัติ และต้องการมุ่งสู่ฝ่ายบริหาร อาจฟังขึ้นในเชิงแนวคิด แต่ในทางการเมือง ความชอบธรรมของฝ่ายบริหารยังคงผูกโยงกับอำนาจนิติบัญญัติ การไม่ยืนอยู่แถวหน้าของบัญชีรายชื่อ จึงทำให้ภาพ “ผู้นำที่พร้อมรับผิดชอบต่อสภา” ถูกตั้งคำถามโดยอัตโนมัติ

ยิ่งไปกว่านั้น ลำดับต้นของพรรคยังแบกรอยเท้าอุดมการณ์จากอดีต ทั้งท่าทีต่อผู้นำทหารในอดีต และมุมมองต่อกฎหมายอ่อนไหวอย่างมาตรา 112 แม้จะมีคำชี้แจงว่าจุดยืนเปลี่ยนไปแล้ว แต่ในยุคดิจิทัล“รอยเท้าดิจิทัล” ไม่เคยลบหาย และถูกใช้เป็นเครื่องมือประเมินความจริงใจของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบ—ความเสี่ยงทางการเมืองที่มากกว่าคะแนนเสียง

ในเชิงตัวเลขการที่พลเอก รังสี จะเข้าสภาผ่านปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 10 ต้องอาศัยคะแนนเสียงระดับหลายล้านเสียง ซึ่งเป็นโจทย์ยากสำหรับพรรคที่ยังใหม่ในสนามใหญ่ หากทำไม่ถึง เป้าหมายการเป็นฝ่ายบริหารก็จะกลายเป็นเพียงวาทกรรมหาเสียง

ขณะเดียวกัน หากทำได้จริง คำถามใหม่จะเกิดขึ้นทันทีว่า ใครคือผู้มีอำนาจต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี ระหว่าง“ตัวจริงตามลำดับ” กับ “ตัวหลักทางการเมือง”

ภาพรวมจึงสะท้อน"ความพิเรนทร์ทางการเมือง"ในเชิงโครงสร้าง มากกว่าความผิดพลาดเฉพาะบุคคล พรรคเศรษฐกิจอาจไม่ได้ผิดกติกา แต่กำลังเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง“ยุทธศาสตร์” กับ “ทางลัด” ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตีความว่าเป็นการเมืองแบบประตูหลัง หากไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างโปร่งใส

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บทเรียนสำคัญคือ การเลือกพรรคไม่ต่างจากการเลือก “ชุดเมนู” ทั้งเซต หากเมนูหลักถูกวางไว้ท้ายสุด ผู้เลือกย่อมต้องยอมรับเครื่องเคียงทั้งหมดก่อนหน้า การรู้เท่าทันโครงสร้างบัญชีรายชื่อจึงสำคัญไม่แพ้นโยบายบนเวทีปราศรัย

กรณีพรรคเศรษฐกิจสะท้อนความซับซ้อนของการเมืองระบบบัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ อาจเป็นแม่เหล็ก แต่ลำดับคืออำนาจที่แท้จริง ประชาชนจึงต้องอ่านเกมให้ขาด ก่อนตัดสินใจมอบเสียงให้ใครบางคนที่อาจไม่ได้อยู่แถวหน้า แต่กำหนดอนาคตทั้งพรรคและประเทศ

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...