โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยแพ้เสน่ห์ ‘น้องมอนสเตอร์ฟันปลอม’ Fugglers เตรียมเบียดลาบูบู้ร่วง? กระแสสินค้า ‘cute-ugly’ มาแรง

TODAY

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 09.40 น. • TODAY

โดยปกติอายุความนิยมของสินค้าไม่ว่าจะเป็นอาหาร สถานที่ หรือของสะสม ส่วนใหญ่อยู่ที่ 2-3 เดือน หรือลากยาวเต็มที่ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งตุ๊กตาอาร์ตทอยอย่าง ‘ลาบูบู้’ (Labubu) สำหรับตลาดประเทศไทยได้รับความนิยมแบบพีคสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ปีกว่า กระทั่งกระแสนี้เริ่มแผ่วไป จนล่าสุดมี ugly monster ตัวใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนและไทย

หลายสื่อเริ่มพูดถึงจุดกำเนิดของตุ๊กตาที่ชื่อว่า‘Fugglers’ สัตว์ประหลาดฟันปลอม ซึ่งสื่อต่างประเทศหลายสำนักจะเรียกว่า ‘Funny Ugly Monster’ มอนสเตอร์หน้าตาตลกและน่าเกลียดที่มีบ้านเกิดอยู่ที่อังกฤษ โดยเจ้าของดีไซน์ ก็คือ Louise McGettrick ซึ่งเธอเริ่มต้นทำตั้งแต่ปี 2010

โดยข้อมูลจาก The Entertainer ร้านค้าปลีกชื่อดังในอังกฤษ ได้เผยว่า ความนิยมของ Fugglers พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2024 ที่ผ่านมามียอดขายเติบโตเกือบ 250% ขณะเดียวกัน ไม่กี่เดือนก่อนหน้าเจ้ามอนสเตอร์ฟันปลอมมียอดขายต่อตัวมากถึง 650,000 ชิ้น เฉพาะที่ร้าน The Entertainer รายเดียว

The Entertainer คือบ้านของ Fugglers ผลิตโดย Zuru และจำหน่าย Fuggler แบบต่างๆ กว่า 150 แบบ วางขายทั้งในร้านค้ากว่า 160 สาขา และทางออนไลน์ที่เว็บไซต์: thetoyshop.com

นอกจากนี้ เริ่มมีการร่วมมือกับคาแรคเตอร์แฟรนไชส์มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับ Fugglers ในวงกว้าง เช่น SpongeBob, SquarePants และ Teenage Mutant Ninja Turtles คาดว่าในอนาคตอาจจะมีการ collab ระหว่างคาแรคเตอร์เหล่านี้เพิ่ม

[ กระแส Fugglers เริ่มในแอปจีน Xiaohongshu ]

จากเดิมที่เป็นตุ๊กตายอดนิยมของเด็กๆ อายุ 5-6 ขวบในอังกฤษและหลายประเทศฝั่งยุโรป กระแสความนิยมกลายเป็นปรากฎการณ์ในหมู่วัยรุ่นผมบลอนด์ที่พูดถึงมากขึ้น จนมาถึงตลาดเอเชีย เริ่มขึ้นที่ ‘จีน’ ประเทศแห่งนักสะสมตุ๊กตา

Fugglers กำลังได้รับความนิยมในจีนอย่างมาก หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 เพราะมองว่าเป็นกลุ่มนักสะสมที่มีกำลังซื้อของโลก นอกจากนี้ จุดกำเนิดของ Labubu อาร์ตทอยสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วฟันยักษ์ หนึ่งในคึาแรคเตอร์ขายดีใน Pop Mart ก็เกิดขึ้นที่ฮ่องกง

ดังนั้น เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่ามอนสเตอร์ที่หน้าตาไม่สมบูรณ์ ใช้ความขี้เหร่มาเป็นจุดขายของตุ๊กตา ค่อนข้างเติบโตได้ดีในตลาดจีน รวมทั้งตลาดในเอเชียด้วย

กระแสของ Fugglers ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในจีน ตั้งแต่ 2024 และตลอดทั้งปีนี้ โดยเริ่มจากคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu ของจีน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเป็นกลุ่มนักเรียน, นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังจ่ายอยู่ในนั้น แล้วก็ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ Fugglers เป็นหัวข้อพูดถึงอันดับต้นๆ อย่างใน TikTok และ Instagram

[ ในไทยเริ่มเปิดบริการรับหิ้วเจ้ามอสเตอร์ฟันปลอม ]

ด้วยความที่ในไทยยังไม่มีช้อปมาเปิดเหมือนในจีน หรือร้านค้าปลีกต่างๆ ก็ยังไม่มีสินค้าลิขสิทธิ์ตัวนี้วางขาย กระแสในโซเชียลมีเดียของไทยตอนนี้เราจึงเริ่มเห็นร้านค้าต่างๆ เปิดให้บริการ ‘รับหิ้วสินค้า’ คล้ายกับยุคหนึ่งที่รับหิ้วเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีเข้ามาในไทย

โดยราคาเริ่มต้นของน้อง Fugglers ส่วนใหญ่คล้ายกัน สำหรับพวงกุญแจจะอยู่ที่ 350-590 (หรือมากกว่านั้น) และราคาตุ๊กตาเริ่มต้น 690 บาท ไต่ระดับความแรร์ไปถึงเกือบ 1,000 บาท หรือบางร้านก็เกือบ 1,200 บาทแล้ว

ไม่ใช่แค่ร้านค้าในไทยที่ใช้กระแสนี้สร้างรายได้ แม้แต่ ‘นักศึกษาชาวจีน’ ที่เข้ามาเรียนในไทย และคนไทยที่ไปเรียนที่จีนหลายคนก็เริ่มประกาศลงพื้นที่โซเชียลเรื่องรับหิ้วมอสเตอร์เข้าไทยเช่นกัน

ความต้องการของตลาดเกี่ยวกับสินค้าแปลกเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จากความน่ารัก กลายเป็นตวามตลก แหวกแนว ไปจนถึงความน่าเกลียด ขี้เหร่ ก็กลายมาเป็นจุดขายสำคัญของสินค้าหลายแบบ ไม่เว้นแต่ของสะสม

อินไซต์ของ The Entertainer คาดการณ์ว่า Fugglers จะขึ้นแท่นเป็นตุ๊กตาที่มีความต้องการมากเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ หรือต้นปีหน้า ซึ่งขายดีเกือบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็น baby Fugglers ฟันหลอเพราะเด็กอยู่ยังขึ้นไม่หมด ไปจนถึง Fuggler รุ่น Fart Face ตุ๊กตาที่บีบแล้วจะมีเสียงตดออกมาจริงๆ

[ การตลาดแบบใหม่ cute-ugly ขายความน่ารักและขี้เหร่ ]

บทวิเคราะห์จาก medium ได้พูดถึง ‘สิ่งที่ขี้เหร่ที่สุด’ อาจจะกลายเป็นการตลาดที่ดึงดูดมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ส่วนหนึ่งเพราะว่าสินค้าเหล่านั้นสร้างการจดจำได้ง่ายกว่า สินค้าที่น่ารักสวยงาม ซึ่งอาจจะมีอยู่ทั่วไป

สิ่งที่คนรุ่นก่อนอาจจะมองว่าน่าเกลียด หรือแหวกแนวเกินไป แต่คนรุ่นใหม่ Gen Z กลับมองว่าเป็นของแท้และแหวกขนบธรรมเนียมประเพณี เหมือนเป็นการแสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงมองว่าเป็นความหรูหราที่เข้าถึงได้

ดังนั้น เอกลักษณ์และการจดจำมีความสำคัญมากสำหรับการตลาดในยุคนี้ เพราะการแข่งขันสูง ธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นง่าย และการสื่อสาร การใช้พื้นที่ฟรีโฆษณา ก็สามารถเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน

นิตยสาร Brand Strategy Insider เคยเปิดตัวเลขเอาไว้ว่า Labubu ใช้ความแปลกประหลาดสร้างรายได้เกือบ 400 ล้านดอลลาร์มาแล้ว ซึ่งในปี 2024 การเติบโตของ Labubu ไต่ระดับไปถึง 1,200% ทั้งยังคาดการณ์กำไรว่าจะเพิ่มขึ้น 350% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2025

คำถามก็คือ Fugglers จะเข้าไปสู่ปรากฎการณ์ใหญ่ขนาดนั้นได้หรือไม่? เพราะความสำเร็จของ Labubu ที่สะสมมาทั้งหมดเกิดมาจากหลายปัจจัยเกื้อหนุนกัน อย่างเช่น

  • ความตื่นเต้นและประสบการณ์การเป็นกลุ่มสุ่มของ Pop Mart
  • การใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเน้นความหายากทำให้ Labubu สามารถรักษาราคาพรีเมียมไว้ได้ในทุกตลาด
  • เกิดเป็นการตลาดแบบ FOMO (กลัวว่าจะพลาดสิ่งที่คนส่วนใหญ่พูดถึง) ในหมู่นักสะสมอย่างแท้จริง
  • อาร์ตทอยแต่ละชิ้นราคาขายปลีกอยู่ที่ 20-30 ดอลลาร์ (ราว 648-972 บาท) แต่รีเซลบางตัวที่นักสะสมมาขายต่อ ราคาเพิ่มขึ้นถึงหลักหลายพันดอลลาร์ (ประมาณ 32,445 บาท++)
  • การตลาดแบบมีจำนวนจำกัด กระตุ้นมูลค่าในตลาด

รอดูกันต่อว่า ตุ๊กตาสัตว์ประหลาดอย่าง Fugglers ราคาต่อตัวจะไต่ระดับไปอยู่ที่เท่าไหร่ และหากวันหนึ่ง The Entertainer หรือร้านค้าปลีกอื่นเข้าสู่ตลาดไทย ความนิยมและกระแสตามล่า Fugglers จะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ อันนี้สิน่าสนใจกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...