The Running Man รีวิว: เพื่อลูกเมียขอสู้สุดใจกล้า
LSA Thailand
อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2568 เวลา 18.24 น. • Lifestyle Asia Thailand“The Running Man” หนังจากปี 1987 ที่มี อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) เป็นพระเอกในยุคนั้น ที่กลับมาอีกครั้งในปี 2025 กับฉบับรีบูต ด้วยการได้นักแสดงสุดฮอต เกลน พาวเวลล์ (Glen Powell) มารับบท เบน ริชาร์ดส ชายที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ในการเอาตัวรอดจากเรื่องปากท้องด้วยการเข้าร่วมเกมสุดโหดอย่าง The Running Man ที่ว่ากันว่าดำเนินเรื่องใกล้เคียงกับ นวนิยายต้นฉบับของสตีเฟน คิง (ที่ใช้นามปากกาว่า Richard Bachman) มากกว่าภาพยนตร์ฉบับปี 1987 เสียอีก
Related articles
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025
Predator: Badlands รีวิว โรบอทสาววุ่นวายกับพรานอวกาศหนุ่มเย็นชา
Spoiler Alert!!! The Running Man (อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเปิดทุกอย่าง) Lifestyle Asia rating: 2.5/5
ประเภท: แอกชัน, ผจญภัย
นักแสดงนำ:
- Glen Powell รับบท Ben Richards
- Jayme Lawson รับบท Sheila Richards
- Lee Pace รับบท Evan McCone
- Colman Domingo รับบท Bobby T
- Josh Brolin รับบท Dan Killian
- Michael Cera รับบท Elton Perrakis
- Daniel Ezra รับบท Bradley
ผู้กำกับ: Edgar Wright
เวลา: 2 ชั่วโมง 13 นาที
ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 13 พฤศจิกายน 2025
สิ่งที่เราชอบใน The Running Man
The Running Man พูดถึงที่ว่าถึงเรื่องราวรายการยอดนิยมทางโทรทัศน์พร้อมกับการแข่งขันสุดอันตรายที่ผู้เข้าแข่งขันที่รู้จักกันในชื่อ Runners ต้องเอาชีวิตรอดเป็นเวลา 30 วันในขณะที่ถูกตามล่าโดยนักฆ่ามืออาชีพ โดยทุก ๆ การเคลื่อนไหวจะถูกถ่ายทอดให้สาธารณชนผู้กระหายเลือดได้รับชม และในแต่ละวันจะมีรางวัลเป็นเงินสดจำนวนมหาศาลเข้ากระเป๋าแบบอยู่ดีกินดีเลยก็ว่าได้ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ เบน ริชาร์ดส ต้องเข้าร่วมอย่างเสียไม่ได้ เพราะเขาคือชนชั้นแรงงานที่ไปทำงานที่ไหนก็ถูกแบล็คลิสต์ เพื่อนำเงินมารักษาลูกสาวของเขา แคธี ป่วยหนักด้วยโรคที่เกิดจากการสัมผัสรังสี และเขาไม่สามารถหาเงินมาซื้อยาได้
นี่คือหนังแอกชันโลกแบบดิสโทเปียเสียดสีสังคม ที่ได้ผู้กำกับที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีอย่าง เอ็ดการ์ ไรท์ (Edgar Wright) กับงานเก่า ๆ เช่น Baby Driver, Shaun of the Dead, Scott Pilgrim vs. the World และอีกหลายเรื่อง ซึ่งได้เห็นแค่ชื่อผู้กำกับก็พอให้เรามีความอยากจะตีตั๋วบวกกับเป็นหนัง 80 ของพระเอกกล้ามโตอย่าง อาร์โนลด์ ทำให้ความอยากเพิ่มขึ้นสองเท่า
แน่นอนคอนเซ็ปต์ของหนังไม่ซับซ้อน พระเอกมีปัญหาชีวิต กับการอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในโลกอนาคตที่ปกครองรัฐเผด็จการ ทำให้ผู้ยากจนข้นแค้น เพราะฉะนั้นจึงต้อง ถูกทำให้เชื่องโดยรายการโทรทัศน์ความรุนแรงและไร้สาระของ “The Games Network”
ถ้าเขาอยู่รอดได้ครบ 30 วัน เขาจะได้รับเงินรางวัล 1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เราได้เห็นพระเอกต้องเอาตัวรอดสารพัดจากการหลบหนีจากเหล่านักฆ่าที่นำทีมโดย อีแวน แม็กโคน และพลเมืองทั่วจะได้เงินรางวัลหากแจ้งว่าเขาอยู่ที่ไหนหรือจะสังหารเองก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งในระหว่างทางที่ เบน ต้องเอาตัวรอด ก็จะมีคนคอยช่วยเหลืออยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะปลอมตัว (ที่ดูไม่เนียน) ไปพักโรงแรม แต่ก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ในขณะเดียวกัน The Network ก็สร้างเรื่องราวให้เขาเป็นเหมือนฆาตกรผู้ไร้หัวใจ เพราะสื่อที่ปิดกั้นเรื่องราวความจริง ขายโฆษณาชวนเชื่อกล่อมคนให้เชื่อ พระเอกมันเลวแค่ไหน
เป็นหนังที่มีฉากแอกชันระเบิดตูมตาม ที่จะเน้นโชว์กล้ามโต ๆ ของ เกลน พาวเวลล์ หวนระลึกถึงหนังยุค 80-90 ที่พระเอกระดับไอคอนในยุคนั้นต้องมีความ Musculine ชายแท้แบบข้าพร้อมลุย กับการพูดถึงสื่อกับเรตติ้งที่พร้อมจะทำให้คนเป็นคนดีได้ คนเลวร้าย เพียงเพราะสื่ออยากจะปั้น ซึ่งหนังก็ทำงานเรื่องความสนุกในการดำเนินเรื่องราวได้ฉับไว พร้อมกับพาสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ตัวพระเอกต้องรับมือ ยิ่งกลางถึงท้ายเรื่อง เจอกลุ่มผู้ต่อต้านใต้ดิน เช่น แบรดลีย์ ที่ทำวิดีโอแฉความจริงแบบทุกขั้นตอนเท่าที่จะเก็บฟุตเทจจากในอดีตได้ และ เอลตัน นักกิจกรรมที่เผยแพร่ข้อความต่อต้าน Network ที่กลายเป็นพันธมิตรให้เขารอดไปถึงสถานการณ์ท้าย ๆ
เอาเป็นว่าจินตนาการของ สตีเฟน คิง ในหนังสือเมื่อเกือบ 40 ปี ที่แล้ว มันช่างแม่นยำเสียนี่กระไร ใครที่ชอบหนังแอกชันพอประมาณพร้อมลุ้นว่าพระเอกจะไปได้ถึงไหน ก็คงเป็นเนื้อหาที่เหมาะกับคุณ พร้อมกับเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนให้นึกถึงสไตล์อารมณ์หนังยุค 80 ในเวอร์ชันภาพสวยกว่าก็จัดไป แถมจะว่าไป เกลน พาวเวลล์ ก็สามารถแบกหนังได้ทั้งเรื่องก็ถือว่าสอบผ่านพร้อมกับว่าที่พระเอกแห่งยุคคนต่อไปได้เลยหลังจากสร้างชื่อในวงการมาพักใหญ่แล้ว
สิ่งที่เราไม่ค่อยชอบ
ในความรู้สึกที่เดินออกมาจากโรงหนัง เรารู้สึกว่าหนังทำให้มีคนเข้าร่วมการแข่งขันน้อยไปหน่อย เปิดตัวมาคนเข้าร่วมดูเหมือนมีหลายคนแต่สุดท้ายโผล่มาไม่กี่คน แอบเสียดายนิดนึง เข้าใจว่าต้องไปโฟกัสที่พระเอก อีกทั้งพี่เป็นคนจนข้นแค้นยังไง กล้ามโตซะขนาดนั้นมันต้องคนมีเงินนะ (ขอแซวหน่อย)
ตัวหนังสร้างสถานการณ์ให้พระเอกต้องผ่านไปอย่างดูง่ายเกินไปหน่อย แบบเห้ย ไม่กดดันหนักกว่านี้เหรอ เอาตัวรอดไปได้ทุกครั้งแบบเจ็บตัวประมาณนึง อย่างฉากในโรงแรมที่โดนรุมกินโต๊ะขนาดนั้น ยังรอดไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดเฉย ๆ แบบไม่มีลูกเล่นอะไรให้แบบว่า ไปได้ไงว่ะ! ซึ่งชื่อ เอ็ดการ์ ไรท์ น่าจะทำให้เราเซอร์ไพร์สมากกว่านี้ ก็แอบเสียดายนิดหน่อยว่าน่าจะมีอะไรมาเสิร์ฟมากกว่านี้
เรื่องย่อ The Running Man
เบน ริชาร์ดส์ ชายผู้ยากจนในสังคมดิสโทเปีย จำเป็นต้องเข้าร่วมเกมโชว์มรณะ “The Running Man” เพื่อหาเงินรักษาลูกสาว โดยเขาต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ 30 วัน ในขณะที่ถูกตามล่าโดยนักฆ่ามืออาชีพ (Hunters) และสาธารณชน ถ่ายทอดสด ทุกวินาที ซึ่งเขาใช้เกมนี้เพื่อ เปิดโปงความชั่วร้ายของเครือข่ายทีวี ที่ควบคุมสังคม และเป็นผู้นำการปฏิวัติเพื่อโค่นล้มผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงทั้งหมด
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: TheRunning Man Movie via Facebook
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.