โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 5 จุดบอดอันตราย GenAI ต้องรับมือ ก่อนธุรกิจสะดุด

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น — ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวของGenerative AI (GenAI) ที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำมาใช้เพื่อชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึง "จุดบอดที่มองไม่เห็น" (Hidden Risks) ซึ่งอาจเป็นคลื่นใต้น้ำที่บ่อนทำลายความสำเร็จในระยะยาว หากผู้บริหารสายงานไอที (CIO) ไม่รีบจัดการรับมือ

คุณอรุณ จันทรเศกการัน รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ ชี้ให้เห็นว่า แม้องค์กรส่วนใหญ่จะโฟกัสที่ความคุ้มค่า (ROI) และความปลอดภัยเบื้องต้น แต่ความเร็วของเทคโนโลยี GenAI ก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่ผู้บริหารมักมองข้าม ซึ่งอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของโครงการ AI ในที่สุด

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 จุดบอดเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แบ่งแยกระหว่าง "องค์กรที่ประสบความสำเร็จ" กับ "องค์กรที่ล้าหลัง" โดยมี 5 ความเสี่ยงสำคัญที่ CIO ต้องจับตา ดังนี้:

  • ภัยเงียบจาก Shadow AI (การแอบใช้ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต)

ผลสำรวจระบุว่ากว่า 69% ขององค์กรพบหลักฐานว่าพนักงานมีการใช้ GenAI สาธารณะที่องค์กรไม่อนุญาต ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหลและการละเมิดลิขสิทธิ์

  • ผลกระทบ: ภายในปี 2573 คาดว่า 40% ขององค์กรจะเจอปัญหาความปลอดภัยหรือข้อกฎหมายจาก Shadow AI

  • ทางแก้: CIO ต้องไม่ออกกฎ "ห้าม" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างนโยบายกำกับดูแลที่ชัดเจน และจัดหาเครื่องมือที่ปลอดภัยให้พนักงานเลือกใช้

  • กับดัก "หนี้ทางเทคนิค" (AI Technical Debt)

ความตื่นเต้นในความฉลาดของ GenAI มักมาพร้อมราคาที่ต้องจ่าย การ์ทเนอร์คาดว่า 50% ขององค์กรในปี 2573 จะเจอต้นทุนการบำรุงรักษาที่สูงลิ่วและการอัปเกรดที่ล่าช้า

  • ผลกระทบ: ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข Code หรือเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น อาจสูงจนกัดกินกำไรที่ควรจะได้รับ

  • ทางแก้: ต้องมีแดชบอร์ดติดตาม "หนี้ทางเทคนิค" และมีมาตรฐานการตรวจสอบสินทรัพย์ที่สร้างจาก AI อย่างเข้มงวด

  • อธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) ที่เข้มงวดขึ้น

รัฐบาลทั่วโลกกว่า 65% จะออกกฎหมายควบคุมข้อมูลและเทคโนโลยีภายในปี 2571 เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากต่างชาติ

  • ผลกระทบ: การใช้ Model AI ข้ามประเทศอาจติดขัด เพิ่มต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) และเสี่ยงผิดกฎหมาย

  • ทางแก้: ทีมกฎหมายต้องเข้ามามีบทบาทในกลยุทธ์ AI ตั้งแต่ต้น และเลือกผู้ให้บริการที่มีความยืดหยุ่นเรื่องที่ตั้งข้อมูล

  • ภาวะสมองไหลภายใน (Skills Erosion)

เมื่อพึ่งพา AI มากเกินไป ทักษะการตัดสินใจและความเชี่ยวชาญของ "มนุษย์" จะค่อยๆ เสื่อมถอยลงโดยไม่รู้ตัว

  • ผลกระทบ: เมื่อระบบ AI ล่ม หรือเจอปัญหาที่ AI แก้ไม่ได้ องค์กรจะขาดบุคลากรที่มีสัญชาตญาณและความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤต

  • ทางแก้: ออกแบบการทำงานให้ AI เป็นเพียง "ผู้ช่วย" (Co-pilot) ไม่ใช่ "ผู้ทำแทน" (Replacement) เพื่อรักษาทักษะของมนุษย์ไว้

  • การผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว (Vendor Lock-In)

การเลือกใช้บริการเจ้าใหญ่เจ้าเดียวเพื่อความง่าย อาจกลายเป็นความเสี่ยงระยะยาวเมื่อถูกผูกขาดราคาและเทคโนโลยี

  • ผลกระทบ: สูญเสียอำนาจการต่อรอง และขาดความคล่องตัวเมื่อต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีในอนาคต
  • ทางแก้: เน้นใช้สถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Standards) และ API ที่ยืดหยุ่น เพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งมากเกินไป

การนำ GenAI มาใช้ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย" แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ คุณอรุณทิ้งท้ายว่า CIO ที่ประสบความสำเร็จ คือผู้ที่สามารถมองเห็นคลื่นใต้น้ำเหล่านี้ และเตรียมการรับมือได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นสึนามิที่ซัดองค์กรให้ล้มลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...