“จาตุรนต์” ยื่นใบลาออกประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย เหตุ คกก.เดิมกำหนดยุทธศาสตร์เลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว
“จาตุรนต์” ยื่นใบลาออกประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย เหตุ คกก.เดิมกำหนดยุทธศาสตร์เลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่ยุบสภากระชั้นชิด เหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก ขอไปทุ่มเทภารกิจรณรงค์ประชามติรธน.ฉบับใหม่ อย่างเต็มที่ คู่การเลือกตั้ง
วันที่ 21 ธ.ค. 2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพท. พรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์หนังสือลาออกประธานยุทธศาสตร์พรรคพท.ถึงหัวหน้าพรรคพท. ผ่านเฟซบุ๊ก โดยเนื้อหาระบุว่า ตามที่พรรคพท.ได้มีคำสั่งที่ 0008/2568 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพท.ความทราบอยู่แล้วนั้น ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์และได้ร่วมทำงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วยดี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นต้นมา แต่จากการทำหน้าที่นี้มาระยะหนึ่ง พบว่าแกนนำของพรรคได้ร่วมกันวางยุทธศาสตร์ของพรรคและยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว เมื่อการยุบสภาเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การที่จะกำหนดกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าวขึ้นใหม่ก็ดี หรือการที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งเหล่านั้นก็ดีในระยะกระชั้นชิดเช่นนี้ ย่อมจะทำได้ยาก
นายจาตุรนต์ ระบุด้วยว่า การมอบให้ตนมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคจึงเปรียบเสมือนเป็นการเปลี่ยนม้ากลางศึก อาจจะไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่พรรคได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ในส่วนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นนั้น ตนเห็นว่าหากให้แกนนำของพรรคที่ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรคมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะเป็นการเหมาะสมกว่า
นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2568 ที่ประชุมได้มีมติอย่างท่วมทันเห็นชอบให้ส่งคำขอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้จัดให้มีการลงประชามติโดยมีคำถามว่าประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งการจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง การจัดทำประชามติในครั้งนี้จะผ่านความเห็นชอบของประชาชนหรือไม่เป็นเรื่องที่มีความหมายสำคัญอย่างมากต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ผมได้มีส่วนร่วมในการผลักดันและดำเนินการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด
ผมจึงเห็นว่าผมมีความจำเป็นในการมีส่วนร่วมชี้แจงและรณรงค์ให้การจัดทำประชามตินี้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของพรรค นอกจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ผมมีเวลาในการทำงานให้กับพรรคน้อยลงในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพท.ทั้งนี้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2568 นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ท้ายหนังสือได้มีหมายเหตุระบุว่า เนื่องจากในสัปดาห์นี้พรรคจะมีกิจกรรมสำคัญๆ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์งานการเมืองของพรรค ผมจึงยังจะไม่เปิดเผยหรือชี้แจงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งฯ ของผมต่อสาธารณชนจนกว่าการจัดกิจรรมสำคัญๆ ของพรรคในสัปดาห์นี้จะผ่านพ้นไปเสียก่อน
พร้อมโพสต์ข้อความว่า ขอแจ้งข่าวเล็กๆเรื่องหนึ่งครับ
ตลอดช่วงที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ผมทำหน้าที่ด้วยความยินดีและเป็นเกียรติ แต่เมื่อยุทธศาสตร์พรรคและยุทธศาสตร์การเลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่การยุบสภาเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน การปรับยุทธศาสตร์ในเวลาจำกัดอาจไม่เป็นผลดี จึงได้ขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้แกนนำที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว ได้ขับเคลื่อนงานได้ต่อเนื่อง
ที่สำคัญ ผมได้มีส่วนร่วมผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด และเห็นว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศชาติ จึงขอทุ่มเทให้ภารกิจรณรงค์ “ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง
ทราบว่าทางพรรคกำลังจะตั้งคณะกรรมการรณรงค์ในการออกเสียงประชามติในเร็ว ๆ นี้ และผมตั้งใจจะไปร่วมงานในส่วนนั้นต่อไปครับ