โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Quiet Divorcing อยู่ๆ กันไปแต่หมดใจ แค่อยู่ร่วมบ้านแต่ไม่ได้รัก อีกหนึ่งปัญหาครอบครัวที่ส่งผลร้ายใต้พรม

Mirror Thailand

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 13.28 น.
ภาพไฮไลต์

ถ้าในโลกของการทำงานมี Quiet Quitting หรือการยังคงทำงานไปวันๆ แต่เลิกทุ่มใจถวายหัว ในโลกของการแต่งงานก็มี Quiet Divorcing ที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน นั่นคือคู่แต่งงานที่อาจมีฝ่ายหนึ่งหรือกระทั่งทั้งสองฝ่ายถอดใจและเลิกเอาใจลงไปเล่นในชีวิตแต่งงาน อยู่ด้วยกันในฐานะเพื่อนร่วมบ้านหรือคนที่ต้องจ่ายบิลร่วมกัน แต่ไม่ได้อยู่ในสถานะ ‘คนรัก’ กันอีกต่อไป และไม่ได้เลือกจะจดทะเบียนหย่า เพราะมันเต็มไปด้วยเรื่องยุ่งยาก ทั้งกระบวนการหย่าร้าง และเรื่องทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายที่ต้องแบ่งสรรปันส่วนหลังจากหย่ากันไป และอาจยิ่งยากเข้าไปใหญ่คือเมื่อทั้งคู่มีลูกด้วยกัน ฯลฯ

Quiet Divorcing เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสื่อหลายเจ้าตั้งแต่ The Cut จนถึง The Conversation ได้นำเสนอประเด็นนี้ บ้างก็เข้าไปพูดคุยกับเหล่าคู่แต่งงาน ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์ จนถึงทนายความด้านการหย่าร้าง ฯลฯ ที่หลายคนเห็นภาพตรงกันว่าทุกวันนี้คู่แต่งงานโดยเฉพาะคู่ที่มีอายุ 40 ขึ้นไป กำลังอยู่ในสถานะ Quiet Divorcing ซึ่งสำหรับพวกเขา แม้จะไม่ตอบโจทย์หัวใจ แต่มันดูจะตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า

ผู้หญิงบางส่วนที่ให้สัมภาษณ์กับ The Cut มองว่า Quiet Divorcing นั้นไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับพวกเธอ มันทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระดีแม้จะมีสถานะ ‘นาง’ ติดอยู่กับตัว ขณะเดียวกันมันก็เป็นการลดความคาดหวังทั้งต่อตัวสามีและต่อตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกเบาสบายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้มันจะเป็นคำที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นใหม่ แต่ใช่หรือไม่ว่า สถานะ ‘อยู่กันไปอย่างนั้น’ ได้เกิดขึ้นในคู่แต่งงานจำนวนมากบนโลกใบนี้มาเนิ่นนานแล้ว และแม้ในบางคู่จะพบว่าลงตัวดีสามารถหาขอบเขตให้ตัวเองได้โดยไม่กระทบกับข้างในตัวเองมากนัก แต่ในอีกหลายๆ คู่และหลายๆ ครอบครัว สิ่งนี้เรียกว่า ‘ปัญหา’ ที่แค่ถูกกวาดไปไว้ใต้พรม

เพราะการเมินเฉยนั้นร้ายกาจยิ่งกว่าความเกลียดชัง

ความเกลียดชังอาจดูน่ากลัว แต่มันยังแฝงไว้ด้วย ‘ความรู้สึก’ ที่บอกว่าอีกฝ่ายยังมีตัวตนและมีอิทธิพลต่อใจเราอยู่ แต่ความเฉยชาต่างหากที่เป็นขั้วตรงข้ามของความรัก มันคือการลดทอนคุณค่าของคู่ชีวิตให้เหลือเพียงอากาศธาตุหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน การถูกมองข้ามเหมือนไม่มีตัวตนในพื้นที่ที่ควรจะอบอุ่นที่สุด อาจสร้างบาดแผลทางใจที่ลึกและเรื้อรังกว่าการทะเลาะเบาะแว้ง และอาจส่งผลต่อ Slef-Esteem ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้มากกว่าที่คิด

เพราะลูกคือคนที่ต้องเติบโตมากับการเห็นพ่อแม่เฉยชาต่อกัน

หลายคู่เลือกสถานะ Quiet Divorcing เอาไว้ ‘เพื่อลูก’ โดยอาจจะลืมไปว่าเด็กคือสิ่งมีชีวิตที่เรียนรู้ผ่านการสังเกต มากกว่าคำสอน สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การที่ลูกเห็นพ่อแม่แยกทาง แต่เป็นการที่ลูกเติบโตมาโดยซึมซับภาพความสัมพันธ์ที่แห้งแล้งหรือบิดเบี้ยว พวกเขาจะเรียนรู้ว่าความรักคือความอดทนที่ไร้ความสุข ความเย็นชาคือเรื่องปกติในบ้าน การอยู่ร่วมกันโดยปราศจากความไยดีคือเป้าหมายของชีวิตคู่ และที่สำคัญคือความรู้สึกของลูกที่เห็นพ่อแม่วางตัวเย็นชาหรือเป็นศัตรู โดยเด็กหลายคนที่โตมาในบ้านแบบนี้ มักกล่วว่า ให้พ่อแม่หย่ากันไปตั้งแต่แรกอาจจะยังดีกว่า

เพราะปัญหาไม่ได้จบลง แค่ไม่ได้ถูกหยิบมาพูดถึง

ความเงียบใน Quiet Divorcing ไม่ใช่สัญญาณของความสงบสุข แต่มันเป็นเพียงการสงบศึกชั่วคราวบนกองปัญหาที่ถูกกวาดไปซุกไว้ใต้พรม ความขุ่นเคืองใจและความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองไม่ได้หายไปไหน แต่มันจะค่อยๆ หมักหมมกลายเป็นตะกอนอารมณ์ที่รอวันปะทุ หรือแปรเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมดื้อเงียบ หรือกระทั่งการนอกใจ ที่บั่นทอนสุขภาพจิตของทั้งสองฝ่าย การแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นปัญหาหรือไม่พูดคุยถึงปัญหา ไม่ได้ช่วยให้แผลหายดี แต่กลับทำให้แผลนั้นยิ่งเน่าเฟะลึกลงไปข้างใน

เพราะการกอดทะเบียนสมรสอาจกลายเป็นการเสียโอกาสในการเจอความสุขใหม่ๆ ในชีวิต

เราต่างมีเวลาบนโลกนี้จำกัด การยื้อยุดอยู่กับความสัมพันธ์ที่ตายด้านเพียงเพราะความกลัวความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเรื่องจิตใจหรือเศรษฐกิจการเงิน ในแง่หนึ่งอาจกลายเป็นการเปลืองเวลาชีวิต การยอมรับความจริงและปล่อยมือจากสิ่งที่บั่นทอนเราอยู่ทุกวัน จึงอาจเป็นการเปิดประตูบานใหม่ไปพบเจอกับความสัมพันธ์ที่ทำให้เราได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกรักถูกเห็นคุณค่า อย่างแท้จริงอีกครั้ง เพราะบางทีความสุขทางใจก็อาจสำคัญไม่แพ้ความมั่นคงทางสถานะเลย

เพราะ Quiet Divorce ในวันนี้ อาจกลายเป็น Gray Divorce ในวันหน้า

ในวันนี้บางคู่อาจยังโอเคที่จะติดอยู่ในสถานะคู่แต่งงาน ยังคงมีลูกหรือเงินเป็นข้ออ้างในการอยู่ร่วมกันแบบต่างคนต่างอยู่ แต่เมื่อวันหนึ่งที่ลูกเติบโตแยกย้ายออกไป หรือเมื่อเกษียณอายุจากงาน ความเงียบเหงาและบาดแผลต่างๆ ที่สะสมมาอาจปะทุขึ้น หลายคู่พบว่าเมื่อถึงวัยชรา พวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกันที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันอีกต่อไป และสุดท้ายก็ต้องหย่าร้างกันในวัยผมหงอกขาว (Gray Divorce) อยู่ดี ซึ่งอาจเต็มไปด้วยความเสี่ยงและเปราะบางกว่าเดิมมาก เพราะเรื่องการเงินที่ผูกพันกันอยู่อาจซับซ้อนยิ่งขึ้น และการเริ่มปรับตัวให้อยู่คนเดียวในบั้นปลายนั้นก็อาจยากยิ่งกว่าเช่นกัน

ที่สุดแล้ว Quiet Divorce อาจตอบโจทย์ชีวิตของบางคนและบางคู่ ณ เวลานี้ แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ไม่ต่างหรืออาจจะมากกว่าการหย่าร้างให้จบๆ และอาจเป็นเรื่องที่คนในความสัมพันธ์จำเป็นต้องลองหาคำตอบระหว่างกันและกันดู

อ้างอิง

https://www.thecut.com/article/midlife-quiet-divorce.html

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2025/nov/26/quiet-divorce-why-people-are-checking-out-of-their-marriage-emotionally-without-telling-their-partner

https://theconversation.com/quiet-divorcing-puts-a-new-name-to-an-old-problem-the-slow-erosion-of-intimacy-270871

https://www.verywellmind.com/gray-divorce-8646068#:~:text=person's%20well%2Dbeing.-,What%20Is%20a%20Gray%20Divorce?,have%20less%20time%20to%20recover.

บทความต้นฉบับได้ที่ : Quiet Divorcing อยู่ๆ กันไปแต่หมดใจ แค่อยู่ร่วมบ้านแต่ไม่ได้รัก อีกหนึ่งปัญหาครอบครัวที่ส่งผลร้ายใต้พรม

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...