โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าตูบ” ติดรั้วข้ามคืน ร้องระงมลั่นซอย เจ้าหน้าที่ทุบรั้วช่วยชีวิต

Khaosod

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 17.25 น.

“เจ้าตูบ” ติดรั้วข้ามคืน ร้องระงมลั่นซอย เจ้าหน้าที่ทุบรั้วช่วยชีวิต หลังพยายามใช้น้ำมันหล่อลื่นช่วยแต่ไม่เป็นผล

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2568 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากศูนย์พระนางศรี ว่ามีสุนัขติดอยู่บริเวณรั้วบ้าน ถนนรอบเมืองใต้ เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ หลังชาวบ้านในละแวกนั้นได้ยินเสียงสุนัขร้องครวญครางตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะเกรงจะถูกกัด

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบสุนัขพันธุ์ไทยสีขาวน้ำตาล เพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ติดคาอยู่ในช่องรั้วเหล็กดัด ด้านลำตัวช่วงกลางถูกหนีบแน่นจนขยับแทบไม่ได้ มีอาการอิดโรยและหายใจหอบ จากการดิ้นรนทั้งคืนเพื่อให้หลุดออกมา

เจ้าหน้าที่จึงเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือทันที โดยใช้น้ำมันหล่อลื่นทาบริเวณรั้วและลำตัวของสุนัข ค่อย ๆ ขยับทีละน้อยเพื่อให้หลุดออก แต่พยายามอยู่นานกว่า 30 นาที ก็ไม่เป็นผล เพราะรั้วแน่นเกินไป เกรงว่าหากดึงแรงอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้ค้อนเหล็กทุบส่วนของรั้วออกบางส่วนอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถช่วยสุนัขออกมาได้สำเร็จ

ด้านเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า สุนัขตัวนี้ไม่ใช่ของตนเอง และไม่เคยเห็นมาก่อน คาดว่าน่าจะเป็นสุนัขเร่ร่อน หรืออาจหลุดมาจากบ้านใกล้เคียง แล้ววิ่งหนีอะไรบางอย่าง ก่อนจะเข้าไปติดในช่องรั้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจดูบาดแผลของ “เจ้าตูบ” พบว่ามีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง ก่อนจะนำไปพักให้ดื่มน้ำและให้อาหาร เพื่อฟื้นสภาพร่างกาย และได้ฝากให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยดูแลชั่วคราว พร้อมประสานหน่วยงานท้องถิ่นเข้ารับไปดูแลต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าตูบ” ติดรั้วข้ามคืน ร้องระงมลั่นซอย เจ้าหน้าที่ทุบรั้วช่วยชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...