โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สั่งกฟผ.รับมือพายุบริหารจัดการน้ำในเขื่อนใกล้ชิดไม่กระทบประชาชน

The Better

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 10.30 น. • THE BETTER
“อรรถพล” ลงพื้นที่เขื่อนสิริกิติ์ ติดตามแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำรอชงครม.เคาะงบ 2 พันล้าน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ปริมาณน้ำทุกเขื่อนอย่างใกล้ชิด

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังลงพื้นที่ดูงานเขื่อนสิริกิติ์ โดยมีนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน ให้การต้อนรับว่า ได้ติดตามแผนการดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์เครื่องที่ 4 ซึ่งกระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2593 ของไทย

ทั้งนี้โรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีความเสถียรที่สุด เป็นพลังงานสะอาดและตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น โดยใช้เวลาไม่เกิน 7 นาที อีกทั้งมีราคาต้นทุนต่ำที่สุด

ปัจจุบันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ใช้งานมานานกว่า 30 ปีและครบอายุการใช้งาน อุปกรณ์หลายส่วนเสื่อมสภาพ จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อรักษาความพร้อมและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยต่ออายุโรงไฟฟ้าอีก 30 ปี เป็นการใช้ทรัพยากรเดิมให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุด ใช้งบประมาณในการปรับปรุง 2,088 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอขออนุมัติ ครม.ภายในปี 2568 นี้ โดยคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนธันวาคม 2572

ด้านสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีเพิ่มมากขึ้นหลังจากไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งมีปริมาณสูงเกือบเต็มความจุเขื่อน ซึ่งเขื่อนสิริกิติ์ในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำมากถึง 97% ของความจุเขื่อน จึงได้สั่งการให้ กฟผ. เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์พายุที่อาจจะส่งผลกระทบกับไทยอีกในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อน และบริหารจัดการน้ำไม่ให้ประชาชนใต้เขื่อนได้รับผลกระทบโดยด่วน

“เขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กั้นแม่น้ำน่าน บริเวณ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนภูมิพล สร้างประโยชน์ด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค ช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่านและร่วมกับเขื่อนภูมิพลบรรเทาอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา การวางแผนปรับปรุงเพื่อรักษาความพร้อมและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญ เพราะไฟฟ้าที่ได้จากเขื่อนสิริกิติ์ นอกจากมีความเสถียร และเป็นพลังงานสะอาดแล้ว ยังมีต้นทุนที่ต่ำ จึงได้สั่งการให้ กฟผ. เร่งดำเนินการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่4 ให้เป็นไปตามแผน ส่วนสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งมีปริมาณสูงขึ้นมาก หลังจากไทยได้รับผลกระทบจากพายุหลายลูก จึงสั่งการให้ กฟผ. ติดตามสถานการณ์พายุที่อาจจะเข้ามาไทยอีกในช่วงนี้ ขอให้ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนทุกเขื่อนภายใต้การดูแลของ กฟผ. ขอให้บริหารจัดการน้ำไม่ให้ประชาชนใต้เขื่อนได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...