โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระทรวง พม. ประกาศเกณฑ์ความพิการฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 04.42 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคม คนและความมั่นคงของมนุษย์ ปรับเกณฑ์การประเมินรับสิทธิคนพิการรูปแบบใหม่ เพิ่มหลักเกณฑ์การตรวจสอบให้เหมาะสม มีผลบังคับใช้แล้ว ด้านกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เตรียมออกคู่มือให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว

นายอัครา พรหมผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน2,261,154 คน คิดเป็นร้อยละ 3.34 ของประชากรทั้งประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568) ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) มีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมคนพิการ และคนในครอบครัวเพื่อสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างทั่วถึง

ซึ่งที่ผ่านมา การใช้หลักเกณฑ์ทางกายภาพส่งผลให้คนพิการส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงหลักเกณฑ์ และไม่สามารถทำบัตรประจำตัวคนพิการได้ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิที่ควรได้รับจากภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่คนพิการ และคนในครอบครัวได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการมากที่สุด ตนจึงต้องเร่งให้มีการปรับหลักเกณฑ์ในการประเมินความพิการ เป็นหลักเกณฑ์ทางกายภาพในสังคม

ล่าสุดได้มีการประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ.2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

โดยมีการปรับปรุงเกี่ยวกับประเภทและหลักเกณฑ์การตรวจสอบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น คนตาบอดข้างเดียว นิ้วมือขาด นิ้วเท้าขาด หรือมีลักษณะอวัยวะในร่างกายไม่ครบ 32 ประการ เพื่อทำให้คนพิการสามารถทำบัตรประจำตัวคนพิการ และรับสิทธิสวัสดิการจากภาครัฐได้มากขึ้น เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนพิการทุกคน

อย่างไรก็ตาม การรับสิทธิคนพิการ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจในการเข้าทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือการใช้สิทธิสวัสดิการคนพิการ ทั้งนี้ ภายหลังจากประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว กระทรวง พม. โดยกรม พก. จะมีการจัดทำคู่มือการวินิจฉัย และตรวจประเมินความพิการ รวมถึงความพิการทางสังคม ให้สอดคล้องกับประกาศฯต่อไป

สำหรับประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ.2568 มีการกำหนดประเภทความพิการออกเป็น 7 ประเภท คือ ความพิการทางการเห็น การได้ยินหรือสื่อความหมาย การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ทางจิตใจหรือพฤติกรรม ทางสติปัญญา ทางการเรียนรู้ และความพิการออทิสติก ซึ่งแต่ละประเภทมีการกำหนดหลักเกณฑ์ความพิการแตกต่างกัน

ประกาศฉบับดังกล่าว ยังมีการระบุถึงเรื่องของการวินิจฉัยและการออกเอกสารรับรองความพิการ โดยข้อ 12 ของประกาศดังกล่าว ระบุให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและออกเอกสารรับรองความพิการ ตามข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 11 เพื่อประกอบคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556

ในกรณีที่บุคคลใดมีสภาพความพิการที่สามารถเห็นได้โดยประจักษ์หรือสามารถวินิจฉัยได้จากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม เช่น การวินิจฉัยโดยพิจารณาจากข้อมูลที่บ่งชี้สภาวะสุขภาพและความเป็นอยู่ของบุคคล ทั้งทางด้านการทำงานของร่างกายและโครงสร้างของร่างกาย จิตใจ การปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละบุคคล ความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือสภาวะสุขภาพของบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ผู้มีอำนาจออกบัตรจะออกบัตรประจำตัวคนพิการโดยไม่ต้องให้มีการตรวจวินิจฉัย ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประกาศกำหนด

ขณะที่ข้อ 13 ซึ่งพูดถึงผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการอยู่ก่อนหน้านั้น ระบุว่า ให้ผู้ซึ่งได้รับการวินิจฉัยความพิการตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 และมีบัตรประจำตัวคนพิการแล้ว ให้ใช้บัตรประจำตัวคนพิการนั้นต่อไปจนหมตอายุโดยไม่ต้องวินิจฉัยความพิการใหม่

อ่านประกาศเพิ่มเติม ที่นี่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กระทรวง พม. ประกาศเกณฑ์ความพิการฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...