กระทรวง พม. ประกาศเกณฑ์ความพิการฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว
กระทรวงการพัฒนาสังคม คนและความมั่นคงของมนุษย์ ปรับเกณฑ์การประเมินรับสิทธิคนพิการรูปแบบใหม่ เพิ่มหลักเกณฑ์การตรวจสอบให้เหมาะสม มีผลบังคับใช้แล้ว ด้านกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เตรียมออกคู่มือให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว
นายอัครา พรหมผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีจำนวน2,261,154 คน คิดเป็นร้อยละ 3.34 ของประชากรทั้งประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568) ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) มีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมคนพิการ และคนในครอบครัวเพื่อสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างทั่วถึง
ซึ่งที่ผ่านมา การใช้หลักเกณฑ์ทางกายภาพส่งผลให้คนพิการส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงหลักเกณฑ์ และไม่สามารถทำบัตรประจำตัวคนพิการได้ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิที่ควรได้รับจากภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่คนพิการ และคนในครอบครัวได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการมากที่สุด ตนจึงต้องเร่งให้มีการปรับหลักเกณฑ์ในการประเมินความพิการ เป็นหลักเกณฑ์ทางกายภาพในสังคม
ล่าสุดได้มีการประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ.2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
โดยมีการปรับปรุงเกี่ยวกับประเภทและหลักเกณฑ์การตรวจสอบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น คนตาบอดข้างเดียว นิ้วมือขาด นิ้วเท้าขาด หรือมีลักษณะอวัยวะในร่างกายไม่ครบ 32 ประการ เพื่อทำให้คนพิการสามารถทำบัตรประจำตัวคนพิการ และรับสิทธิสวัสดิการจากภาครัฐได้มากขึ้น เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนพิการทุกคน
อย่างไรก็ตาม การรับสิทธิคนพิการ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจในการเข้าทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือการใช้สิทธิสวัสดิการคนพิการ ทั้งนี้ ภายหลังจากประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว กระทรวง พม. โดยกรม พก. จะมีการจัดทำคู่มือการวินิจฉัย และตรวจประเมินความพิการ รวมถึงความพิการทางสังคม ให้สอดคล้องกับประกาศฯต่อไป
สำหรับประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ.2568 มีการกำหนดประเภทความพิการออกเป็น 7 ประเภท คือ ความพิการทางการเห็น การได้ยินหรือสื่อความหมาย การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ทางจิตใจหรือพฤติกรรม ทางสติปัญญา ทางการเรียนรู้ และความพิการออทิสติก ซึ่งแต่ละประเภทมีการกำหนดหลักเกณฑ์ความพิการแตกต่างกัน
ประกาศฉบับดังกล่าว ยังมีการระบุถึงเรื่องของการวินิจฉัยและการออกเอกสารรับรองความพิการ โดยข้อ 12 ของประกาศดังกล่าว ระบุให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและออกเอกสารรับรองความพิการ ตามข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 11 เพื่อประกอบคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556
ในกรณีที่บุคคลใดมีสภาพความพิการที่สามารถเห็นได้โดยประจักษ์หรือสามารถวินิจฉัยได้จากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม เช่น การวินิจฉัยโดยพิจารณาจากข้อมูลที่บ่งชี้สภาวะสุขภาพและความเป็นอยู่ของบุคคล ทั้งทางด้านการทำงานของร่างกายและโครงสร้างของร่างกาย จิตใจ การปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละบุคคล ความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือสภาวะสุขภาพของบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ผู้มีอำนาจออกบัตรจะออกบัตรประจำตัวคนพิการโดยไม่ต้องให้มีการตรวจวินิจฉัย ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประกาศกำหนด
ขณะที่ข้อ 13 ซึ่งพูดถึงผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการอยู่ก่อนหน้านั้น ระบุว่า ให้ผู้ซึ่งได้รับการวินิจฉัยความพิการตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 และมีบัตรประจำตัวคนพิการแล้ว ให้ใช้บัตรประจำตัวคนพิการนั้นต่อไปจนหมตอายุโดยไม่ต้องวินิจฉัยความพิการใหม่
อ่านประกาศเพิ่มเติม ที่นี่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กระทรวง พม. ประกาศเกณฑ์ความพิการฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net