กำชับสังคายนาการข่าว ยันน้ำมันภาคใต้เพียงพอ
นายกฯ เรียกฝ่ายความมั่นคงถกเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. 3 จว.ใต้ กำชับเร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุดพร้อมเยียวยาผู้ประกอบการ ลั่น ศอ.บต.ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ต้องสังคายนาการข่าว ยกเลิก “เคอร์ฟิว” นราธิวาสเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทภ.4 เร่งล่าขบวนการ เชื่อเครือข่ายเดียวกับปล้นทองแต่คนละกลุ่ม "พล.อ.รังษี" ฟันธงโยงการเมืองระหว่างประเทศ "ก.พลังงาน" ยันภาคใต้ยังมีน้ำมันใช้เพียงพอ สามารถเติมน้ำมันจากสถานีต่างๆ ได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 12 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด เข้าหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ม.ค.ตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเสนาธิการทหารบก เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพล, นายฉัตรชัย รวมถึงรองเสนาธิการทหารสูงสุดมาหารือเพิ่มเติม โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในส่วนของ ศอ.บต.ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บที่มีทั้งสิ้นประมาณ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายคือปั๊ม ปตท.ทั้งหมด และตนได้โทร.หานายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ ปตท. มีส่วนในการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย โดยต้องให้เขาดำเนินกิจการต่อ เพราะถ้าเขาไม่ทำจะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจเขาเพราะเขาไม่มีบริษัทประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการก่อการร้าย
เมื่อถามว่า เบื้องต้นยืนยันไม่ใช่การก่อการร้ายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวสวนทันทีว่า “จะบอกว่าไม่ใช่ได้อย่างไร มันตั้ง 3 จังหวัดและเน้นเป้าหมาย”
เมื่อถามว่า เกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันหลายอย่างรวมกัน ก็สอบถามและให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ประเมินให้ฟัง มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี การไม่ต้องการเห็นความสงบสุขหรือสันติสุขเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องก่อนที่จะต่ออายุการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มักมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่เขาเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาคือการข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเหตุเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าสุดความสามารถในการที่จะไปทราบได้ ในฐานะผู้บริหารต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก
"เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย และท่านแม่ทัพบอกว่าช่วงที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อที่ระดมกำลังพลไปดูเรื่องวันเด็กด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แล้วก็เกิดเหตุขึ้นมาในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. และได้กำชับไปยังเลขาธิการ ศอ.บต.ว่าเกิดเหตุอย่างนี้เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอ ยังไงก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ" นายกฯ กล่าวตอบเมื่อถามว่า การเลือกตั้งระดับประเทศกำลังจะเกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้มงวดยาวไปเลยหรือไม่
วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแจ้งให้ประชาชนทราบว่า จากการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในปัจจุบัน พบว่าอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้ภาพรวมของสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสจึงได้มีคำสั่ง ยกเลิกประกาศเรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน การห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457
ทั้งนี้ การยกเลิกมาตรการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในพื้นที่
ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุเผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่งว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการ แกะรอยคนร้ายหลังพบคราบเลือดในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ เพราะเป็นช่วงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) พล.ท.นรธิปกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งไป ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีปล้นทองที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อปลายปีที่ผ่านมาหรือไม่นั้น เชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกัน แต่ผู้ก่อเหตุเป็นคนละกลุ่ม ทั้งนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับให้เร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ มองว่า เป็นการสร้างสถานการณ์และเป็นบ่อนทำลายเศรษฐกิจ โดยอาจจะมีเรื่องการเมืองเข้ามาโยง แต่เป็นการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ใช่การเมืองภายในประเทศ สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2547 จากการปล้นปืน ยาวนานมา 21 ปี ถือว่าประเทศไทยตอนนี้มีภัยคุกคามรอบด้าน และยังเผชิญกับปัญหาภัยความมั่นคงจากมหาอำนาจ 2 ขั้วที่รอเปิดฉากโจมตีกันอยู่ อาทิ สหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลาที่ทำสงครามกันอย่างชัดเจน
"มีหลายเหตุผล 1.อาจจะทำลายเศรษฐกิจ 2.สร้างสถานการณ์เพื่อการต่อรอง เนื่องจากการเจรจาหยุดลงไปเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ 3.อาจจะมีมือที่สาม เข้ามาดำเนินการทำให้ประเทศไทยเจอศึกสงคราม 3 ด้าน จากเหตุผลทั้งหมดทำให้นายกฯ คนที่ 33 ของประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาของประเทศที่เผชิญอยู่ตอนนี้ ทั้งในเรื่องของความมั่นคงและเศรษฐกิจ" พล.อ.รังษีกล่าว
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์และตรวจสอบด้านพลังงาน พบว่าปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในภาคใต้ แต่ได้มอบหมายให้บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ไปพิจารณาการเยียวยาผู้ประกอบการและดูในด้านประกันความเสียหายว่ามีหรือไม่ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประกอบการควบคู่กันไป กระทรวงพลังงานพร้อมให้ความสะดวก หากผู้ประกอบการต้องการฟื้นฟูสถานีบริการฯ ให้กลับมาให้บริการได้เหมือนเดิม เช่นการเข้าไปตรวจสอบสถานีบริการฯ และตรวจระบบความปลอดภัยต่างๆ ตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นต้น
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประชาชนยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากกรณีการลักลอบระเบิดสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. 11 แห่ง โดยประชาชนยังสามารถไปเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันอื่นๆ ที่มีอยู่ได้ และด้านการขนส่งน้ำมันยังสามารถจัดส่งให้สถานีบริการอื่นๆ ได้ตามปกติ
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะทำหน้าที่ตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนในภาคใต้หรือไม่ และระบบขนส่งน้ำมันยังเป็นปกติดีหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันตรวจสอบแล้วว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน และระบบขนส่งน้ำมันยังสามารถขนส่งได้ตามปกติ ส่วนในด้านความมั่นคงและปลอดภัยนั้น ฝ่ายปกครองและทหารดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว.