โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

'หมาก' ปรองดอง จาก รัฐบาล การทหาร แฝงมากับ การเมือง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยุทธการแดงเดือด พฤษภาเลือด

‘หมาก’ ปรองดอง จาก รัฐบาล

การทหาร แฝงมากับ การเมือง

หากดูจาก “ประมวลสถานการณ์” (นายกฯ แถลงจากสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ ประสานเข้ากับ “อภิสิทธิ์” ชู “โรดแมป” 5 ข้อ สู่ปรองดองเลือกตั้ง 14 พ.ย.” ในหนังสือพิมพ์ “มติชน” ฉบับประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2553)

ก็จะพบแต่ละจังหวะก้าวของการเคลื่อนไหวจากรัฐบาล

ดังที่ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” นำเสนอผ่านบทความ “ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตและความรุนแรงพฤษภาคม 53” ว่า

เวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีหลายสาเหตุและสะสมมาหลายปี

บางเรื่องเป็นปัญหาทางการเมืองโดยตรง บางเรื่องก็เป็นปัญหาอื่น

ในส่วนปัญหาทางการเมืองนั้นแนวทางการแก้ปัญหาคือ การสร้างกระบวนการปรองดองขึ้นมา

ซึ่งมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่

1 เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ไม่ให้ถูกดึงลงมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง

2 แก้ความไม่เป็นธรรมในสังคมโดยการปฏิรูปประเทศ

เนื่องจากความขัดแย้งมีรากฐานมาจากความไม่เป็นธรรมทางสังคมที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจด้วย

3 สร้างสื่อที่สร้างสรรค์ไม่ทำให้เกิดความแตกแยก

โดยสื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพ เป็นอิสระในการเสนอข้อมูลข่าวสาร แต่ต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง เกลียดชัง ต้องใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อให้สังคมกลับสู่ความสงบสุขได้อย่างรวดเร็ว

4 ต้องมีคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงและสูญเสียหลังการชุมนุม

และ 5 มีกติกาทางการเมืองที่ยอมรับทุกฝ่าย

เนื่องจากความขัดแย้งที่ผ่านมาเกิดจากความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหลายด้าน เช่น รัฐธรรมนูญ หรือสิทธิทางการเมือง ฯลฯ จึงต้องมีกลไกให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปจนถึงความผิดจากการชุมนุม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รัฐบาล รัฐสภาและองค์กรภาคประชาชนจะสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่

หากไม่มีการขัดขวางหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้เกิดการปะทะกัน

ซึ่งมั่นใจว่าจะนำความสงบสุขสู่บ้านเมืองได้ในไม่ช้า และถ้าบ้านเมืองสงบรัฐบาลก็พร้อมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553

จึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาข้อเสนอของตน

ซึ่งสำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือ นปช.นั้นสิ่งที่เสนอไม่สามารถตอบสนองการยุบสภาใน 15 วันได้ แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ระบบอย่างยั่งยืน เป็นการยึดมั่นในหลักนิติรัฐ

หากผู้ชุมนุมไม่ยอมรับข้อเสนอนี้รัฐบาลก็ยังจะเดินหน้าแนวทางนี้ต่อไป แต่คงไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนได้

ที่น่าจับตาเป็นอย่างมากคือการเคลื่อนไหวที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทางด้านคนเสื้อแดง นปช.

วันที่ 4 พฤษภาคม 2553

พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำคนเสื้อแดง 9 ราย ฐานร่วมกันกระทำความผิดก่อการร้าย

แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับตามพระราชกำหนดฉุกเฉินติดตัวอยู่แล้ว

จึงให้ดีเอสไอใช้หมายจับเดิมโดยให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมเมื่อจับกุมได้

ทางด้านผู้ชุมนุม นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. แถลงผลการประชุมของคณะกรรมการ นปช.ในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม ว่า มีมติเอกฉันท์ยินดีเข้าสู่กระบวนการปรองดองและต้องการสงวนชีวิตทุกชีวิตไม่ให้ล้มตายอีก

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตบางประการที่ต้องการความชัดเจนในการเข้าสู่กระบวนการเจรจา

กล่าวคือ นายกรัฐมนตรีน่าจะประกาศกรอบเวลายุบสภาซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่กรอบเวลาเลือกตั้ง และ นปช.ต้องการความจริงใจซึ่งรัฐบาลสามารถแสดงออกได้ด้วยการลดการคุกคามทุกรูปแบบในทันที

ส่วนเรื่องคดีความนั้น นปช.พร้อมสู้คดีไม่ขอนิรโทษกรรมในข้อหาโค่นล้มสถาบันและข้อหาการก่อการร้าย

นปช.เห็นว่าต้องยุติการนำสถาบันกษัตริย์ลงมาสู่ความขัดแย้งในทุกมิติ

ในการเคลื่อนไหวของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ก็มีการขยับของ ศอฉ.ในลักษณะอันเป็นกัมมันตะในทางการทหารประสานการเมือง

ไม่ว่าจะมองผ่าน “ไทยรัฐ” ไม่ว่าจะมองผ่าน “ข่าวทำเนียบรัฐบาล”

เห็นได้จากการแถลงของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ถึงผลการประชุมของ ศอฉ.ที่กรมทหารราบที่ 11 รอ. เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม 2553

ขณะนี้ ศอฉ.ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจออกเป็นด่านย่อยจากด่านใหญ่ที่มีอยู่ 6 ด่านรอบพื้นที่ราชประสงค์

เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธสงครามออกนอกพื้นที่

ที่ผ่านมา ศอฉ.ยืนยันตลอดว่า บริเวณพื้นที่ชุมนุมมีการเก็บอาวุธสงครามไว้จำนวนหนึ่ง และมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายพร้อมที่จะสร้างสถานการณ์ได้ตลอด

โฆษก ศอฉ.กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมมีโอกาสรับข้อมูลข่าวสารจากภายนอกน้อย ศอฉ.จึงพยายามส่งข้อความสั้นเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อให้รู้ว่าพื้นที่ราชประสงค์ไม่ปลอดภัยและเชิญชวนผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่

นายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนแล้วถึงแผนปรองดอง 6 ข้อ และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน

ทั้งนี้ แผนปรองดองของนายกรัฐมนตรีเป็นการประกาศกับคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะ นปช. ดังนั้น นปช.ไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ในแผน 5 ประการที่ประกาศไป

ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สลายการชุมนุม

เรื่องการแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าไปตามการแก้ปัญหาของรัฐบาล ส่วน ศอฉ.มีความจำเป็นที่ต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาเรื่องการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีการก่อการร้ายเข้าไปปะปน

ดังนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน

อย่างไรก็ดี ระหว่างที่ยังไม่มีข้อยุติเรื่องแผนการปรองดองและการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดินนั้น

ก็ได้เกิดเหตุความรุนแรงแทรกซ้อนขึ้นอีก

เมื่อปรากฏรายงานข่าวไม่ว่าจะเป็น “ข่าวสด” ไม่ว่าจะเป็น “มติชน” ไม่ว่าจะเป็น “ไทยรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2553 รายงานตรงกันว่า

ในกลางดึกของวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันต่อต้านคนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณหน้าธนาคารกรุง ไทยบนถนนสีลม แยกศาลาแดง

และถัดมาได้เกิดเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ด่านตรวจร่วมตำรวจ-ทหารบนถนนพระราม 4 บริเวณหน้าสวนลุมพินี

ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่กับประชาชนบาดเจ็บหลายราย

และ ส.ต.ท.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ กับ จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี เสียชีวิตในเวลาต่อมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หมาก’ ปรองดอง จาก รัฐบาล การทหาร แฝงมากับ การเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...