โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“สีหศักดิ์” แจงคณะทูต ปม ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ สิ่งที่สำคัญคือการหยุดยิงที่ยั่งยืน

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 09.54 น.

“สีหศักดิ์” แจงคณะทูต ปม ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ สิ่งที่สำคัญคือการหยุดยิงที่ยั่งยืน เหตุ สถานการณ์ยังเปราะบาง หวัง หยุดยิงถาวร วอน กัมพูชาสร้างความไว้ใจก่อน ยัน จีน ไม่เข้าแทรกแซง ขณะที่ “โฆษก กต.” ชี้ รัฐบาลรักษาการไม่มีสถานะส่งผู้แทนร่วมเจรจา

วันที่ 30 ธ.ค. 68 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบรรยายสรุปคณะทูต เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ว่า วันนี้ได้เชิญคณะทูตมาบรรยายสรุปเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่การประชุมสมัยพิเศษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการประชุมเราพูดถึงการหยุดยิง ซึ่งท่าทีของไทยคงไม่ประกาศอย่างเดียว แต่จะต้องมีการหารือกันระหว่างฝ่ายทหารของทั้งสองประเทศ ซึ่งในที่ประชุมตกลงให้ทั้งสองฝ่ายได้เจอกัน

หลังจากนั้นมีการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 24-26 ธ.ค.68 นำมาสู่ข้อตกลงหยุดยิง ภายในวันที่ 27 ธ.ค.68 เวลา 12.00 น. ทั้งยังมีมาตรการลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน และการเสริมสร้างกลไกสังเกตการณ์หยุดยิงผ่าน คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT)

ส่วนการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และจีน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝ่ายจีนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก การประชุมเป็นไปด้วยดี ตนเองได้เจอกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ทั้งยังได้มีการพูดคุยกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา เกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่จะมีการเดินหน้าต่อหลังจากการหยุดยิง

โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาจีนย้ำว่า จะไม่เข้ามาแทรกแซงระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งตรงกับท่าทีของไทย แต่ส่วนไหนที่จีนช่วยสนับสนุนได้ เขาก็ยินดี เป็นไปตามจังหวะเวลาตามแต่ที่ไทยและกัมพูชาจะหารือกัน สำหรับไทยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การหยุดยิงที่ยั่งยืน เนื่องจากสถานการณ์ยังเปราะบาง เรารบกันมาหลายวัน ดังนั้นจะต้องมีการหยุดยิงจริง ๆ ต้องมีการสร้างมาตรการและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันด้วย

พร้อมย้ำว่า เราต้องการเน้นให้การหยุดยิงยั่งยืนถาวรและมีมาตรการต่าง ๆ ส่วนจะเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อไปอย่างไร เราทำไปทีละขั้นตอน คงจะต้องมีการเจอกันระหว่างตนเองกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรบ้าง เช่น การมีเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศหรือการฟื้นฟูการติดต่อแลกเปลี่ยน แต่ขอให้ช่วงนี้ทำให้การหยุดยิงมีความเข้มแข็งสร้างความไว้ในเชื่อใจระหว่างกันทุกอย่างก็จะตามมาเอง

ทั้งนี้ตามสถานการณ์ขณะนี้ยังมีความเปราะบาง สถานการณ์ในพื้นที่อาจจะเกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่ถ้าหากตั้งใจก็จะต้องมีการโต้ตอบ ดังนั้นจะต้องมีการพูดคุยติดต่อกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างกัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญ ไทยมีความจริงใจและจริงจังที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

“โฆษก กต.” เผย ประชุม JBC ต้องคุยเก็บกู้ทุนระเบิดก่อน ชี้ รัฐบาลรักษาการไม่มีสถานะส่งผู้แทนร่วมเจรจา

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวภายหลัง การบรรยายสรุปแก่คณะทูต เกี่ยวกับการประชุมสันไฟล์เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด โดยเฉพาะการเดินทางเยือนมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีคณะทูตจาก 60 ประเทศ 1 องค์กร และ 4 องค์การระหว่างประเทศรวม 78 คน เข้าร่วม

ประเด็นสำคัญของการบรรยายสรุปแบ่งเป็นผลการเยือนจีน เพื่อหารือทวิภาคีกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และเข้าร่วมการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และจีนเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในการหารือทวิภาคีกับฝ่ายจีน ไทยได้ขอบคุณจีนที่สนับสนุนสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชาในแนวทางแบบเอเชีย ฝ่ายจีนยินดีต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยเน้นย้ำในการเคารพหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ประสงค์เป็นช่องทางในการสนับสนุนการดำเนินการเพื่อสันติภาพยั่งยืนระหว่างสองประเทศ โดยการหารือไตรภาคีทั้งสามฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ ฃภายหลังข้อตกลงหยุดยิง แนวทางการส่งเสริมการหยุดยิงที่แท้จริง และสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ เรื่องสำคัญคือ การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือ การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ฝ่ายไทยยังย้ำความประสงค์ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างเป็นขั้นตอน ภายหลังการหยุดยิงโดยไทยเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพเสมอมา ต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลกับประชาชนทั้งสองฝ่าย โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ เช่นการลดการเผชิญหน้า การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การถอนอาวุธหนัก การปราบปรามสแกมเมอร์ เพื่อนำความปลอดภัยกลับมาสู่ประชาชนทั้งสองฝั่งให้ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ

ฝ่ายจีนยินดีกับไทยและกัมพูชาที่สามารถบรรลุข้อตกลงผ่านกลไกทวิภาคีและพร้อมให้การสนับสนุนที่จำเป็นในการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมเท่าที่จำเป็น ผ่านคณะทำงานประสานงานร่วม และความร่วมมือทวิภาคีอื่นๆ รวมถึงความให้เป็นรูปธรรมรวมถึง คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เพื่อให้การดำเนินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและกองทัพจีนจะติดต่อกับกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทย เพื่อสนับสนุนเสริมสร้างความยั่งยืนของการหยุดยิงเมื่อจำเป็น และได้รับการร้องขอจากไทยและกัมพูชา

ประเด็นที่สองคือ การดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ในการประชุมครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามถ้อยแถลงร่วมเกี่ยวกับการหยุดยิง ซึ่งการหยุดยิงได้เริ่มต้นตั้งแต่ 12.00 น. ของวันที่ 27 ธ.ค.67 ซึ่งมีการเฝ้าสังเกตุการณ์ 72 ชั่วโมง ซึ่งครบกำหนดเมื่อเวลา 12.00 น.ของวันนี้

ที่ผ่านมาไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงอย่างเคร่งครัด แต่ฝ่ายความมั่นคงตรวจพบโดรนกัมพูชาบินล้ำเข้ามายังพื้นที่ของไทย เข้าข่ายละเมิดถ้อยแถลงร่วมข้อ 6 ละเว้นจากการยั่วยุและการปฎิบัติการทางทหารที่รุกล้ำน่านฟ้าดินแดนหรือเป็นที่ตั้งของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งฝ่ายไทยจึงกำลังพิจารณาเรื่องการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ทราบว่าได้มีการสื่อสารระหว่างกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายโดยตรงแล้ว เป็นไปตามข้อ 14 ของถ้อยแถลงร่วม โดยกัมพูชาได้ออกประกาศห้ามบินโดรนในประเทศ โดยเฉพาะบริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว ส่วนวันเวลาในการปล่อยตัวขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคง คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ประเด็นสุดท้ายคือ ไทยและกัมพูชาจะต้องเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งรวมถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด สำหรับเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดครั้งล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์แล้ว ฝ่ายไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาจะรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ โดยละเอียด เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามกรอบการปฎิบัติตามข้อตกลงแถลงร่วมและมีหนังสือประท้วงถึงกัมพูชาแล้ว ประเมินเบื้องต้นคาดว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาติดตั้งใหม่ในเป็นพื้นที่ชายแดนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมก่อนมีการลงนามถ้อยแถลงร่วม เมื่อใดที่มีเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ไทยจะต้องมีการยื่นเรื่องประท้วง ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีของไทยที่มีผลเชิงกฎหมายและมีผลทางการทูตอย่างชัดเจน

สิ่งสำคัญขณะนี้คือ ประชาชนต้องสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองในการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ และเพื่อความมั่นใจของประชาชน

เมื่อถามว่าหากภายหลัง 72 ชั่วโมง มีการปะทะอีกครั้ง จะเตรียมตอบโต้ประสานงานประเทศต่าง ๆ อย่างไร นายนิกรเดช กล่าวว่าหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ได้คุยใน GBC ล่าสุดวางกลไกล เช่น ปัญหาเรื่องโดรน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีการติดต่อไปยังรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีกลไกอยู่แล้ว หากมีการสู้รบ ซึ่งตอนนี้ต้องกลับไปดูถ้อยแถลงร่วมในการประชุม GBC ซึ่งจะเป็นตัวกำกับว่าสองฝ่ายจะทำอย่างไรกันต่อ

เมื่อถามว่าจะมีการประสานกัมพูชาในการเตรียมประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) นายสีหศักดิ์ ได้ตอบคำถามไปแล้ว ข้อเสนอ JBC รับฟังได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่กัมพูชาเสนอเกิดขึ้นก่อนการประชุมอาเซียนซัมมิท และการประชุม GBC ดังนั้นข้อเสนอนี้ต้องถูกทบทวน เพราะสถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ประเทศไทยเห็นด้วยกับการใช้กลไกทวิภาคีแก้ปัญหา แต่ในวันนี้มีปัญหาทหารไทยโดนทุ่นระเบิด จำนวน 11 ราย

นายนิกรเดช มองว่าการประชุม JBC ต้องมีการพูดเรื่องเก็บกู้ทุนระเบิดก่อน ไม่สามารถพูดเรื่องการปักหลักเขตแดนในที่ที่มีทุ่นระเบิดได้ การประชุม JBC จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีกลไกเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ชัดเจน และปัจจุบันรัฐบาลได้ยุบสภาไปแล้ว กลไกต่าง ๆ การประชุม JBC ครั้งที่ผ่านมาต้องนำสิ่งที่จะนำไปคุยเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำผลการประชุมก่อนจะตกลงเข้า ครม.ก่อน ซึ่ง ครม.เป็นรัฐบาลรักษาการ จึงมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไม่อยู่ในสถานะที่จะส่งผู้แทนไปเจรจาภายในรัฐบาลนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...