โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อัปเดตอาการ พังข้าวต้ม สุขภาพดีขึ้น แต่ทีมแพทย์ยังเฝ้าระวัง

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 15.31 น.

ความคืบหน้าการช่วยเหลือสัตว์ป่าวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ได้รายงานความคืบหน้าการอนุรักษ์และฟื้นฟูสุขภาพ ลูกช้างป่าข้าวต้มลูกช้างเพศเมียที่พลัดหลงจากโขลง ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่เอาใจช่วยของประชาชนทั่วประเทศ

อัปเดตอาการลูกช้าง พังข้าวต้ม ล่าสุดสุขภาพดีขึ้น แต่ทีมแพทย์ยังเฝ้าระวัง

สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยถึงสัญญาณที่ดีว่า ลูกช้างป่าเริ่มมีอาการคงที่และดีขึ้นตามลำดับ โดยสามารถกินนมได้เอง แม้ปริมาณจะยังไม่มากเท่าที่คำนวณไว้ แต่ระบบขับถ่ายเริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น แม้จะยังพบเนื้อเยื่อลำไส้ลอกหลุดบ้างในบางช่วง และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเล็กน้อย ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์และ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ร่วมกันดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

อัปเดตอาการลูกช้าง พังข้าวต้ม ล่าสุดสุขภาพดีขึ้น แต่ทีมแพทย์ยังเฝ้าระวัง

สำหรับการรักษา น้องข้าวต้มทางทีมแพทย์ได้วางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ (Comprehensive Care) ดังนี้:
การประคับประคองทางร่างกาย:ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ วิตามินบำรุงตับ และยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
นวัตกรรมการรักษา:ใช้เครื่องเลเซอร์บำบัดและเครื่องยิงคลื่นอัลตร้าซาวน์ เพื่อเร่งการสมานแผลและลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
กายภาพบำบัด:มีการพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ พร้อมพาเดินออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
ภารกิจดูแล ลูกช้างป่าพลัดหลงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยชีวิตสัตว์ป่าหนึ่งตัวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความทุ่มเทของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่มุ่งมั่นรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

อัปเดตอาการลูกช้าง พังข้าวต้ม ล่าสุดสุขภาพดีขึ้น แต่ทีมแพทย์ยังเฝ้าระวัง

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...