โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อังกฤษ” เผชิญอัตราว่างงานพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี ตลาดคาดแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยเดือนหน้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 09.28 น.

"อังกฤษ" เผชิญอัตราว่างงานพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแรง ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ 80% BoE เตรียมลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราว่างงานในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเกินคาดแตะ 5% ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน จาก 4.8% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2564 สมัยที่เศรษฐกิจยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดจากโควิด-19 ข้อมูลดังกล่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม

นักเศรษฐศาสตร์เดิมคาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 4.9% ขณะที่ข้อมูลภาษีแรงงานชี้ว่าจำนวนพนักงานที่อยู่ในบัญชีเงินเดือนลดลงอีก 32,000 คน ในเดือนตุลาคม ต่อเนื่องจากเดือนกันยายนที่ถูกปรับลดลงมาเท่ากัน

ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาล โดยกล่าวโทษ ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าเป็นต้นเหตุให้การว่างงานพุ่ง หลังขึ้นภาษีเงินสมทบประกันสังคมนายจ้าง มูลค่า 26,000 ล้านปอนด์ หรือราว 34,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเตือนว่าแผนเพิ่มสิทธิแรงงานของรัฐบาลอาจทำให้ภาคเอกชนชะลอการจ้างงานมากขึ้น

ONS ระบุว่า อัตราการเลิกจ้าง (redundancy rate) เพิ่มขึ้นแตะ 4.5 ตำแหน่งต่อพนักงาน 1,000 คน ในช่วงสามเดือนถึงกันยายน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 และเป็นระดับสูงสุดอันดับสองนับจากยุคโควิดในปี 2564

ภายหลังรายงานดังกล่าว นักลงทุนเพิ่มการเก็งกำไรว่า BOE จะปรับลดดอกเบี้ย โดยปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้กว่า 80% ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม จากระดับ 4.00% เหลือ 3.75% ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงทันทีราว 0.4% สู่ระดับ 1.3121 ดอลลาร์ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลง 5 จุดพื้นฐานมาที่ 4.42%

ในขณะเดียวกันอัตราการเติบโตของค่าจ้างภาคเอกชนชะลอตัวเหลือ 4.2% จาก 4.4% ถือเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2564 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และสะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BOE ซึ่งก่อนหน้านี้โหวตให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ยังส่งสัญญาณว่าอาจเห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย หากข้อมูลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ายืนยันว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย โดยเขากล่าวว่า“ความเสี่ยงด้านลบของเศรษฐกิจเริ่มมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงด้านบวก”

รายงานตลาดแรงงานฉบับนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญชุดแรกก่อนที่ BOE จะตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในการประชุมสุดท้ายของปี วันที่ 18 ธันวาคม โดยจะมีตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ออกมา และงบประมาณฉบับใหม่ของรัฐบาลในวันที่ 26 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะมีการขึ้นภาษีครัวเรือนเพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ ปัจจัยที่อาจกดดันเศรษฐกิจและลดแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม

นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่าย รวมถึง Ashley Webb จาก Capital Economics ระบุว่า“ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอครั้งนี้ เพิ่มโอกาสเล็กน้อยที่ BOE จะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีแนวโน้มใช้นโยบายการคลังแบบเข้มงวดในงบประมาณใหม่”

การประชุม BOE ครั้งล่าสุดมีมติ 5 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4% ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา ขณะเดียวกันฝ่ายนกพิราบภายในคณะกรรมการ เช่น รองผู้ว่าการ เดฟ แรมส์เดน และซาราห์ บรีเดน มีแนวโน้มจะผลักดันให้ปรับลดดอกเบี้ย หลังเห็นตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงกว่า 180,000 ตำแหน่ง นับตั้งแต่รัฐบาลเลเบอร์ขึ้นภาษีครั้งแรกเมื่อปีก่อน

ข้อมูลของ ONS ยังระบุว่าจำนวนตำแหน่งงานว่างในช่วงสามเดือนถึงตุลาคมเพิ่มขึ้นเพียง 2,000 ตำแหน่ง แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด โดยมีคนว่างงานต่อหนึ่งตำแหน่งว่างเฉลี่ย 2.5 คน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2558 แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานเริ่มหลวมตัวมากขึ้น

แม้ค่าจ้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 0.8% หลังปรับเงินเฟ้อ แต่เป็นอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่บางภาคส่วนยังคงมีแรงกดดันด้านค่าจ้างสูง เช่น ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 6.6% สูงสุดตั้งแต่ปลายปี 2566 และภาคค้าปลีก–โรงแรม–ร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น 5.7% ต่อปี โดยได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลเลเบอร์

นักเศรษฐศาสตร์ โทมัช วิเอลาเดก จาก T. Rowe Price กล่าวสรุปว่า “ตัวเลขเหล่านี้อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานอังกฤษกำลังเปลี่ยนจากภาวะตึงตัวไปสู่ความอ่อนแรงอย่างชัดเจน”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...