“ทรัมป์” ขู่ฟ้อง BBC 1 พันล้านดอลลาร์ เหตุตัดต่อสารคดีเลือกตั้งสหรัฐปี 2567 ผิดพลาด
BBC เผชิญวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ หลังทรัมป์ส่งจดหมายขู่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ กล่าวหาสารคดีของ BBC ตัดต่อคำพูดในสุนทรพจน์ปี 2564 ให้เข้าใจผิดว่าเป็นการปลุกระดมใช้ความรุนแรง
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.13 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า สำนักข่าว CNN และ The Telegraph รายงานว่าองค์กรกระจายเสียงแห่งสหราชอาณาจักร (BBC) กำลังเผชิญกับการโจมตีทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี หลังเกิดกรณีตัดต่อผิดพลาดในสารคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2024 ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกบิดเบือนและกลายเป็นประเด็นร้อนในทั้งสองประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ส่งจดหมายทางกฎหมายไปยัง BBC กล่าวหาว่าบริษัทบิดเบือนและตัดต่ออย่างจงใจ เพื่อทำลายชื่อเสียงของตนในสารคดีว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งใหม่ของเขา พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโฆษกของ BBC ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า“เราจะพิจารณาจดหมายและตอบกลับในเวลาที่เหมาะสม” ทั้งนี้ทรัมป์เคยส่งจดหมายลักษณะเดียวกันไปยังสื่ออื่น เช่น CNN และเคยยื่นฟ้องสำนักข่าวใหญ่หลายแห่งในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งส่วนใหญ่ไม่คืบหน้าไปถึงขั้นศาล
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ทิม เดวี ผู้อำนวยการใหญ่ของ BBC และเดโบราห์ เทอร์เนสหัวหน้าฝ่ายข่าว ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่ง หลังกรณีสารคดีตัดต่อกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสื่ออังกฤษ ขณะที่ ซามีร์ ชาห์ ประธาน BBC ได้ออกแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจที่ร้ายแรง
สารคดีที่ออกอากาศในเดือนตุลาคม 2567 ถูกเปิดโปงโดย The Telegraph ว่ามีการตัดต่อคำพูดของทรัมป์ในสุนทรพจน์วันที่ 6 มกราคม ให้น่าสื่อความหมายว่าเขาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนต่อสู้และเดินไปยังอาคารรัฐสภา ทั้งที่ในความเป็นจริง คำพูดทั้งสองช่วงไม่ได้อยู่ติดกันและมีบริบทต่างกัน BBC ยอมรับในจดหมายถึงคณะกรรมาธิการรัฐสภาว่า“การตัดต่อเช่นนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดราวกับเป็นการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงโดยตรง”
กรณีนี้ลุกลามกลายเป็นสงครามทางการเมือง เรื่องอนาคตของ BBC โดยฝ่ายอนุรักษนิยม (conservatives) ใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสโจมตีสถาบัน โดยกล่าวหาว่า BBC มีอคติทางการเมืองและบิดเบือนข้อมูล ขณะที่ฝ่ายเสรีนิยม (liberals) เห็นว่า BBC มีข้อบกพร่องจริง แต่ยังคงเป็นสื่อสาธารณะที่ควรได้รับการปกป้อง
ลิซ ทรัสส์ อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษนิยม โพสต์ข้อความว่า“ฉันดีใจที่ประธานาธิบดีสหรัฐและทั่วโลกได้เห็น BBC ในสภาพที่แท้จริง ความล้มเหลวในการรายงานความจริง ตั้งแต่เรื่องอุดมการณ์เพศสภาพไปจนถึงเศรษฐกิจและสงครามกาซา ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศนี้” พร้อมเรียกร้องให้ยุติระบบสื่อแห่งชาติที่รัฐอุดหนุน ทั้งนี้รัฐบาลอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการทบทวน “Royal Charter” ของ BBC ซึ่งจะหมดอายุในปี 2570 รวมถึงโครงสร้างค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (license fee) ที่ประชาชนต้องจ่าย ซึ่งฝ่ายขวาเรียกร้องให้ยกเลิกหรือปรับระบบใหม่ทั้งหมด
รายงานของ The Telegraph ยังอ้างอิงบันทึกภายในที่จัดทำโดยไมเคิล เพรสคอตต์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานสื่อของ BBC ซึ่งระบุถึง “ความบกพร่องเชิงระบบ” ในการรายงานข่าวหลายประเด็น ตั้งแต่สงครามอิสราเอล–ฮามาส ไปจนถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติและอัตลักษณ์ทางเพศ
ซามีร์ ชาห์ ตอบโต้ว่า BBC ได้ดำเนินการปรับปรุงแล้ว ทั้งในด้านแนวทางบรรณาธิการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร และการลงโทษทางวินัยในกรณีจำเป็น พร้อมขอให้สังคมมองภาพรวม โดยย้ำว่า BBC ยังผลิตงานข่าวคุณภาพนับพันชั่วโมงต่อปี
อลัน รัสบริดเจอร์ อดีตบรรณาธิการ The Guardian เขียนว่า“ความผิดพลาดครั้งนี้ร้ายแรง แต่ศัตรูของ BBC ต้องการเห็นองค์กรนี้ล่มสลาย ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้สังคมแย่ลง” ขณะที่โรเบิร์ต ชริมส์ลีย์ จาก Financial Times ระบุว่า “BBC อาจผิดพลาดจริง แต่ก็มีการรณรงค์ทางการเมืองจากสื่อฝ่ายขวาที่ต้องการทำลายสื่อสาธารณะเช่นกัน ทั้งสองอย่างเป็นจริงได้พร้อมกัน”
เจมส์ แลนเดล ผู้สื่อข่าวการทูต BBC กล่าวจากกรุงเคียฟว่า“เราไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราพยายามทำให้ดีขึ้นเสมอ ในโลกที่มืดมิดลงทุกวัน BBC ยังคงเป็นแสงสว่างส่องทางอยู่เสมอ”
โดยสรุป เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือของ BBC เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างเสรีนิยม–อนุรักษนิยม ในสหราชอาณาจักร ที่กำลังแย่งชิงความไว้วางใจของสาธารณชนต่อสื่อสาธารณะรายสำคัญที่สุดของประเทศอีกด้วย
อ้างอิง : edition.cnn.com