ลือหึ่ง “นายกฯ หนู” ยุบสภา 16 ม.ค. 69
ลือหึ่ง “นายกฯ หนู” ยุบสภา 16 ม.ค. 69 ตามฤกษ์หรือถูกบีบ หลังผ่านร่างแก้ไข รธน.วาระ 3-ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม บนกระแสการเมืองต้องการสีเขียวจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุเดือด
วันที่ 8 ธ.ค. 68 สำนักข่าว The Room 44 รายงานว่า เมื่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งอีสานใต้กลับมาเดือดปุดอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ที่เคยถูกทหารเขมรยิ่งจรวด MB-21 ใส่ไทยเมื่อปลายเดือนก.ค. 68 คนไทยเสียชีวิต บาดเจ็บระนาว โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 เกิดเหตุปะทะพื้นที่ “ภูผาเหล็ก พลาญหินแปดก้อน” จ.ศรีสะเกษ พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ไทยตอบโตตามกฎการปะทะทันที คราวนี้กองทัพไทยจัดหนักทำลายฐานที่มั่นทางทหารกัมพูชา ที่ใช้อาวุธหนักยิงถล่มไทย โดยไทยใช้อาวุธหนักตอบโต้เข้าไปทำลายการหยุดยิงของทหารกัมพูชาใกล้ปราสาทตาควาย ด้านพื้นที่ภาคที่ 1 เตรียมพร้อมทุกมิติ สั่งกองกำลังบูรพาเตรียมตอบโต้ขั้นสูงสุด หลังทหารกัมพูชาจ้องเปิดแนวรบจ.สระแก้ว
ด้านผู้นำของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปลุกใจคนไทย ผ่านเพจของตัวเองว่า “หน้าที่เรารักษาสืบไป” ซึ่งเป็นท่อนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้”ของรัชกาลที่ 9 เป็นเพลงปลุกใจที่ทรงพระราชทานเป็นของขวัญปีใหม่แก่ทหารอาสาสมัครและตำรวจตระเวนชายแดน ในวันที่ 1 มกราคม 2517
เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อนายกฯ พร้อมพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ผบ.ทุกเหล่าทัพ และปลัดกระทรวงมหาดไทย ผนึกกำลังแถลงการณ์สื่อสารไปถึงชาวโลก ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แสดงถึงความพร้อมในทุกมิติสำหรับการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาลและศักยภาพกองทัพไทย ร่วมกันให้กำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้
ทั้งนี้มีรายงานว่าเป้าหมายกองทัพบก ปักหมุดทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางทหารไปอีกยาวนาน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานเรา โดย “เสธ.ทบ.”พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ระบุหลังเหตุการณ์ปะทะเข้าสู่วันที่สอง
ขณะที่กองทัพอากาศขยับส่งเครื่องบินรบ F 16 ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารภายในพื้นที่ปฏิบัติการของกัมพูชา ภารกิจทั้งหมดถูกวางแผนและดำเนินการภายใต้หลักปฏิบัติความมั่นคง กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ระบุ
ฝ่ายรมว.มหาดไทยเคลื่อนไหวทันที พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ได้เปิดตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ร่วมกับ 7 ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบด้วย ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี “สั่งดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ดูแลแผนการอพยพ” เน้นย้ำทุกหน่วยช่วยดูแลพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อให้แนวหน้าได้ทำงานโดยไม่ต้องห่วงข้างหลัง
ขณะที่ทุกพรรคการเมืองมีข้อเสนอที่หลากหลายในการปฏิบัติการศึกครั้งนี้ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ท่ามกลางทหารกัมพูชามีการเตรียมความพร้อมสู้รบขั้นสูงสุดจากกรณีปะทะที่พลาญหินแปดก้อน ปูทางต้อนรับผู้บังคับบัญชาที่จะเข้ามาบัญชาการรบ และทางการกัมพูชาสั่งอพยพประชาชนกัมพูชาฝั่งตรงข้ามชายแดนไทยออกจากแนวชายแดนตั้งแต่ช่วงกลางดึกของเมื่อคื่นวันที่ 7 ธ.ค. 68 เป็นข้อมูลที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 05.00 น. จนช่วงเช้ามืดก่อนการปะทะในหลายพื้นที่ โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.มีรายงานทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นายจากเหตุบริเวณช่องอานม้า ที่กัมพูชาใช้อาวุธปืนใหญ่บึมโจมตีฝ่ายไทยก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดปุดๆเป็นวันที่สอง เริ่มมีการปล่อยกระแส ณ เวลานี้ไม่เอาแดง ไม่เอาน้ำเงิน ไม่เอาส้ม แต่เอาเขียวเท่านั้น” ตรงกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชิมลางปล่อยกระแสออกมาถึงดีลลับ 3 พรรคใหญ่ ที่มีแนวโน้มไม่ยืนญัตติซักฟอกสูง เพื่อต้องการให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา ทั้งหมดคาดเสร็จต้นเดือนมกราคม 2569
ทำให้มีการปล่อยกระแสออกมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เตรียมยุบสภาในวันที่ 16 มกราคม 2569 จับตาดูว่า การยุบครั้งนี้เป็นไปตามฤกษ์งามยามดี เพื่อไปต่อ หรือการยุบสภาครั้งนี้ ถูกบีบจากหลายฝ่ายที่บริหารราชการแผ่นดินจนกระแสติดลบ