โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สหรัฐฯ รุกคืบแผนสร้าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บนดวงจันทร์” ตั้งเป้าใช้งานจริงภายในปี พ.ศ. 2573

SPACEMAN

อัพเดต 14 มกราคม 2569 เวลา 20.17 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

องค์การนาซา (NASA) ร่วมกับกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในการวิจัยและพัฒนา "ระบบพลังงานฟิชชันบนพื้นผิว" (Fission Surface Power System) เพื่อติดตั้งบนดวงจันทร์ภายใต้โครงการอาร์เทมิส (Artemis) โดยวางเป้าหมายที่จะส่งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขึ้นไปปฏิบัติงานบนดวงจันทร์ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อวางรากฐานการสำรวจอวกาศในระยะยาวและการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการสร้างความเป็นผู้นำด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกา การติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งบนพื้นผิวดวงจันทร์และในวงโคจร จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การตั้งถิ่นฐานและการดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอวกาศมีความมั่นคงและยั่งยืน

นายจาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารองค์การนาซา ระบุว่าภายใต้โยบายอวกาศแห่งชาตินี้ สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะกลับไปเยือนดวงจันทร์และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยอย่างถาวร ซึ่งการจะก้าวไปให้ถึงจุดนั้นรวมถึงการเดินทางต่อไปยังดาวอังคาร จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงานในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ยุคทองของการสำรวจและค้นพบทางอวกาศอย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือระบบพลังงานฟิชชันที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีปริมาณมากพอที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องหลายปีโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์คือความสามารถในการจ่ายไฟได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นช่วงคืนอันยาวนานบนดวงจันทร์ที่ไม่มีแสงแดด หรือในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสุดขั้ว ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

U.S. Department of Energy (DOE) Secretary Chris Wright, left, and NASA Administrator Jared Isaacman, right, speak at the DOE headquarters in Washington, Thursday, Jan. 8, 2026. The DOE and NASA signed a memorandum of understanding to support the research and development of a fission surface power system for use on the Moon and future NASA missions to Mars. Photo Credit: (NASA/John Kraus)

ทางด้านนายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวเสริมว่าความสำเร็จในอดีตตั้งแต่อดีตจนถึงโครงการอพอลโล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรรมของอเมริกาได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลกเสมอมา การพัฒนาเตาปฏิกรณ์บนดวงจันทร์ครั้งนี้จะถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางเทคนิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพลังงานนิวเคลียร์และการสำรวจอวกาศ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและอุตสาหกรรมอวกาศภาคเอกชน

ความร่วมมือในการพัฒนาเชื้อเพลิงและการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขึ้นสู่อวกาศในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ระหว่างนาซาและกระทรวงพลังงาน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมเทคโนโลยีอวกาศให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงและศักยภาพทางการแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย

ในภาพรวม การสร้างระบบพลังงานฟิชชันบนพื้นผิวดวงจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างโรงไฟฟ้า แต่มันคือการสร้าง "ปั๊มน้ำมันและสถานีพลังงาน" แห่งแรกบนเทหวัตถุอื่น เพื่อรองรับการขยายตัวของมนุษยชาติไปสู่ดวงดาวที่ไกลออกไป โดยข้อมูลจากการทดสอบบนดวงจันทร์จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างระบบสนับสนุนชีวิตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นสำหรับการส่งมนุษย์ไปประทับรอยเท้าบนดาวอังคารเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ข้อมูลอ้างอิง: NASA

  • NASA, Department of Energy to Develop Lunar Surface Reactor by 2030
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...