สัญญาณเตือน จาก Warren Buffett หลัง "เก็บเงินสด" สูงเป็นประวัติการณ์ เขาเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น ?
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกต่างมอง “Warren Buffett ไม่เพียงในฐานะนักลงทุนแนวคุณค่า (Value Investor) แต่ยังมองเป็น “เครื่องวัดอารมณ์ตลาด” (Market Barometer)
และวันนี้ ชายผู้ได้ชื่อว่า “เทพแห่งโอมาฮา” คนนี้ ก็ได้กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเขากำลัง “ซื้อหุ้น” แต่เพราะเขากำลัง “เก็บเงินสด” ไว้ในระดับที่เรียกว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์
คำถามคือ เขาเห็นอะไรที่คนอื่นยังไม่เห็น? และเงินสดมหาศาลกองนี้กำลังบอกว่าพายุใหญ่กำลังจะมาหรือไม่?
เงินสดของ Berkshire พุ่งทำสถิติใหม่
ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ Warren Buffet
เงินสดและสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดของ Berkshire Hathaway พุ่งแตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 334 พันล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2024
มีการขายมากกว่าการซื้อ:โดย Warren Buffett เป็น “ผู้ขายสุทธิ” ต่อเนื่องหลายไตรมาส ลดการถือหุ้นในตลาด พร้อมเพิ่มการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล (Treasury)
มีการลดการซื้อหุ้นคืน:แม้แต่หุ้นของ Berkshire เอง เขายังซื้อกลับน้อยลง สะท้อนว่าเขาเห็นว่าราคาปัจจุบันแพงเกินไป แม้จะเป็นบริษัทของตัวเอง
สัดส่วนเงินสดเพิ่มขึ้นมาก:ในตอนนี้ เงินสดคิดเป็นราว 30% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของ Berkshireซึ่งเป็นระดับที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในรอบกว่า 60 ปีของบริษัท
มีหลายปัจจัยที่อาจจะเป็นต้นเหตุของการตัดสินใจอย่างระมัดระวังของWarren Buffett ในครั้งนี้ เช่น
ตลาดหุ้นแพงเกินไป: เขาเคยพูดไว้ว่า “ให้กล้าเมื่อคนอื่นกลัว”แต่ตอนนี้อาจเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะค่า P/E ล่วงหน้าของดัชนี S&P 500 ยังอยู่เหนือระดับ 20 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ราว 16–17 เท่า และอย่างที่ Investopedia วิเคราะห์ไว้ว่า Buffett อาจเห็นว่า ตลาดตอนนี้มีความคาดหวังมากเกินไป และเหลือพื้นที่ปลอดภัย (Margin of Safety) น้อยเกินไป
ไม่มีดีลใหญ่ที่ “ถูกและดี” ให้ลงทุน:แนวทางของ Warren Buffet ชัดเจนเสมอ โดยเขาจะรอจนกว่าจะเจอโอกาสที่ “ดีพอและราคาถูกพอ” ที่จะสร้างความแตกต่างให้บริษัทได้ แต่ในปี 2025 ตลาดกระจุกตัวในบริษัทเทคโนโลยี AI ที่มูลค่าสูง ซึ่งแม้แต่ Buffett ก็อาจจะยังหา “ของดีราคาถูก” ไม่เจอ
พลังของ “เงินสดพร้อมรบ”:การถือเงินสดหลายแสนล้านดอลลาร์ในพันธบัตรรัฐบาล ทำให้เขาได้ดอกเบี้ยกว่า 5% แบบแทบไม่มีความเสี่ยงเลยและที่สำคัญคือ มันให้โอกาสในการช้อนซื้อหุ้นดีๆ ในวันที่ตลาดสะดุด เหมือนในปี 2008 และ 2020
หากมองย้อนไปในอดีต ช่วงที่ Warren Buffett ถือเงินสดมากผิดปกติ มักเกิดก่อนที่ตลาดจะเกิดความผันผวนครั้งใหญ่
ปลายยุค 1990s:Warren Buffett ถือเงินสดสูงผิดปกติ (ราว 15 พันล้านดอลลาร์) ในช่วงฟองสบู่ดอตคอม เพราะมองว่าหุ้นเทคโนโลยี “แพงเกินจริง”
ปี 2007:ก่อนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เงินสดของ Berkshire อยู่ที่ราว 47 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เขามีเงินพร้อมซื้อของดีราคาถูกตอนตลาดตก
ปี 2020:ก่อน COVID-19 เขาถือเงินสดกว่า 130 พันล้านดอลลาร์ และผ่านช่วงผันผวนได้อย่างสบาย
ปี 2025:เงินสดสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 382 พันล้านดอลลาร์ ขณะตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในระดับ “แพงสุดในรอบหลายปี”
แม้นี่จะไม่ใช่หลักฐานยืนยันที่แน่ชัด แต่ในอดีต การที่ Warren Buffett เก็บเงินสดมาก ก็มักเกิดในช่วงที่ตลาด “ร้อนแรงเกินไป” หรือที่เรียกกันว่า “ช่วงคนกลัวพลาด (FOMO)”
แล้วนี่คือสัญญาณให้ “ขายหุ้น” หรือเปล่า?
อาจจะไม่ถึงกับต้องขายทั้งหมด แต่ควรมองว่าเป็นเหมือนสัญญาณ “ไฟเหลือง”
การที่ Warren Buffett ถือเงินสด แปลได้ว่าตอนนี้ยังไม่มีของถูกพอให้ซื้อ และเขากำลังรอราคาที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล ไม่ใช่การถือเงินสดเพราะกลัวเกิดวิกฤติโดย Reuters เขียนว่า “เงินสดกองโตของ Buffett ไม่ใช่การเดิมพันว่าตลาดจะพัง แต่คือการบอกว่าเขาจะไม่ซื้อของแพงเกินไป” เช่นเดียวกับ Business Insider ที่สรุปไว้ว่า “Buffett ไม่ได้กลัว เขาแค่กำลังรออย่างอดทน”
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนทั่วโลกและไทย
ถ้าแม้แต่ Warren Buffett ยังเลือกที่ถือเงินสด นักลงทุนทั่วไปก็ควรจะชะลอจังหวะในการซื้อหุ้นลง
เพราะแม้ Fed จะเข้าใกล้รอบลดดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน และตลาดหุ้นหลายประเทศ ตั้งแต่สหรัฐฯ ไปจนถึงญี่ปุ่น ต่างมีราคาที่สะท้อนความคาดหวังสูงสุดไปแล้ว
สำหรับนักลงทุนไทย สิ่งนี้ไม่ใช่เหตุให้ตกใจ แต่คือเหตุให้ “มีความรอบคอบมากขึ้น”
ทบทวนพอร์ตการลงทุน:มีหุ้นเทคหรือธีมเก็งกำไรเกินไปหรือเปล่า?
ป้องกันพอร์ตด้วยสภาพคล่อง:ถือเงินสดหรือพันธบัตรระยะสั้นไว้บางส่วน
รอโอกาสใหญ่:ตามคำของ Buffett “เมื่อฝนทองคำตก อย่าเอาถ้วยเล็กมารอง” (“When it’s raining gold, put out the bucket, not the thimble“)
บทสรุป: ความอดทน คือ กลยุทธ์
เงินสดระดับประวัติการณ์ของ Buffett ไม่ได้บอกว่า ตลาดจะพัง แต่มันบอกว่านักลงทุนที่มีวินัยที่สุดคนหนึ่งของโลก ยังไม่เจอของที่คุ้มค่าจะซื้อ และบางครั้งเสียงเตือนที่ดังที่สุดจาก Buffett คือ “สิ่งที่เขาไม่ทำ” นั่นเอง