โตโจมาเยือนไทย (2)
My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง
โตโจมาเยือนไทย (2)
ต้นเดือนกรกฎาคม 2486 โตโจ นายกฯ ญี่ปุ่นเดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับสัมพันธ์กับไทย ด้วยเหตุที่ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในสงครามมหาเอเชียบูรพาจึงอาจวิเคราะห์ได้ว่า ญี่ปุ่นต้องการกระชับความสัมพันธ์กับไทยให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ของสงครามที่กำลังเปลี่ยนแปลงด้วยการมอบดินแดนที่ไทยเคยสูญเสียไปและดินแดนที่ไทยมีความต้องการให้ไทย
การเดินทางมาถึงไทยของโตโจเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม จอมพล ป.ให้การต้อนรับด้วยตนเอง หลังจากเสร็จพิธีต้อนรับที่สนามบินดอนเมืองแล้ว นายพลโตโจและจอมพล ป.ได้เดินทางไปวางพวงมาลาวีรชนไทยผู้สละชีวิตรักษาประชาธิปไตยที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
และสักการะพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
โตโจเยี่ยมชมวัดพระแก้ว
จอมพล ป.ในฐานะเจ้าบ้านนำโตโจชมวัดพระแก้วด้วยตนเอง ดังในภาพคณะชาวญี่ปุ่นและชาวไทยเดินชมวัดพระแก้วระหว่างพระอุโบสถและปราสาทพระเทพบิดร ภายหลังเมื่อโตโจได้เยือนวัดพระแก้วแล้ว เขาประทับใจในความงดงามของวัดพระแก้วมากจึงได้กล่าวกับนากามูระว่า “วัดนี้คือสิ่งสุดยอดของอารยธรรมตะวันออกและเป็นสมบัติล้ำค่า ควรใช้ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานรักษาไว้”
นากามูระจึงตอบว่า อาวุธในการรักษาพระนครมีปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานเพียงหนึ่งหมวดเท่านั้น ส่วนของไทยเองก็มีปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานไม่มากนัก และตอนนี้ทางญี่ปุ่นไม่มีเครื่องบินรบในการป้องกันน่านฟ้าพระนครเลย
โตโจได้ฟังก็เงียบไม่ได้พูดคุยต่อ จากนั้น โตโจเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป
หลังจากโตโจเสร็จภารกิจในการเยี่ยมเยือนทหารญี่ปุ่นในภูมิภาคแล้ว ไม่นาน ทางญี่ปุ่นได้มอบเครื่องบิน Ki-43 Hayabusha ให้แก่กองทัพอากาศไทยเป็นจำนวน 21 ลำ
จากนั้น รัฐบาลส่งนักบินไทยเดินทางไปที่ชวาเพื่อรับการฝึกในการใช้เครื่องบินรุ่นนี้ (นากามูระ, 2546, 79-80)
กระทรวงกิจการมหาเอเชียบูรพา
ในช่วงต้นสงคราม เมื่อไทยลงนามในความตกลงกติกาสัญญาพันธไมตรีไทย-ญี่ปุ่นเมื่อธันวาคม 2484 ในฐานะพันธมิตรกับญี่ปุ่นแล้ว ต่อมา เมื่อ 2485 รัฐบาลจอมพล ป.ส่งทหารบุกเข้ารัฐฉานหรือเชียงตุงของอังกฤษ และเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าว ต่อมาเรียกดินแดนนี้ว่า “สหรัฐไทยเดิม” (Eiji Murashima, 2006, 1053-1096)
ควรบันทึกด้วยว่า ปลายปี 2485 ญี่ปุ่นตั้งกระทรวงใหม่เรียกว่า “กระทรวงกิจการมหาเอเชียบูรพา” (Ministry of Great East-Asia Affaires) ในเดือนตุลาคมและเปิดทำการเดือนพฤศจิกายน 2485 บรรดาการทูตของรัฐที่ญี่ปุ่นตั้งขึ้น เช่น แมนจูกัว, จีนของวังจิงไว, พม่าของบามอ ฯลฯ รวมทั้งไทยต้องติดต่อกับกระทรวงใหม่แทนกระทรวงการต่างประเทศ สร้างความกังขาให้กับไทยว่าทำไมไทยซึ่งเป็นประเทศเอกราชจึงอยู่ภายใต้กระทรวงดังกล่าว
โตโจอธิบายให้นายดิเรก ชัยนาม เอกอัครราชทูตประจำโตเกียวทราบ ตามที่ดิเรกบันทึกไว้ว่า
“พล.อ.โตโจได้อธิบายให้ฟังยืดยาวว่า ขอชี้แจงอย่างเราเป็นพี่น้องกัน การต่างประเทศเรา (ญี่ปุ่น) แบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทหนึ่งคือยุโรปและอเมริกา ซึ่งเราถือว่าไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขอะไร อีกประเภทหนึ่งคือเอเชีย เราถือว่าชาวเอเชียเป็นพี่น้องกัน เฉพาะอย่างยิ่งไทยกับญี่ปุ่นมีธรรมเนียมประเพณีคล้ายกัน ลักษณะหน้าตาก็คล้ายกันเหมือนพี่น้องกัน เรื่องพิธีรีตองหรือแบบอย่างจะถูกต้องหรือไม่นั้น อย่าไปคำนึงนัก อย่างที่ต้อนรับข้าพเจ้าในวันนี้เราก็สนทนากันอย่างญาติ เมื่อสักครู่รับทูตทางยุโรปหลายคน ก็รับอย่างธรรมเนียม ขอให้นึกถึงหัวใจว่า ญี่ปุ่นกับไทยต้องร่วมเป็นร่วมตาย เพราะเราเป็นพี่น้องกัน
ฉะนั้นติดต่อกับกระทรวงใหม่นี้ดีกว่าและได้ประโยชน์รวดเร็วด้วย พล.อ.โตโจยกตัวอย่างว่า เช่น ในวงญาติการไปเยี่ยมไปมาหาสู่ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไม่ต้องนัดเวลา เราคิดถึงกันก็ไปเยี่ยมกัน ขอฝากข้าพเจ้าช่วยชี้แจงไปยังรัฐบาลไทยให้ทราบไว้ด้วยเพื่อให้นำให้ราษฎรของเราทั้งสองชาติเข้าใจซึ่งกันและกัน ข้าพเจ้าตอบว่ายินดีจะรายงานโดยละเอียดไปให้รัฐบาลทราบ”
(ปรีดี พนมยงค์, 2558, 240-241)
การมอบดินแดนให้ไทย
เมื่อโตโจเดินทางมาเยือนไทยในต้นเดือนกรกฎาคม 2486 และมอบ “สหรัฐไทยเดิม” และ “สี่รัฐมาลัย” ให้ไทยเพื่อเป็นการตอบแทนไมตรีที่ไทยช่วยเหลือให้ญี่ปุ่นผ่านแดนข้ามไปยังพม่าและมาลายา ตามกติกาพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่น (21 ธันวาคม 2484) เพื่อส่งเสริมวงไพบูลย์ร่วมกันแห่งเอเชียบูรพา (แถมสุข, 2544, 116)
มีการกำหนดพิธีการในการมอบดินแดนคืนไทยตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบสามัคคีชัย (ทำเนียบรัฐบาล) ฝ่ายไทยประกอบด้วย จอมพล ป. หลวงวิจิตรวาทการ รมต.ต่างประเทศ พ.อ.ไชย ประทีปะเสน เลขานุการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายญี่ปุ่นมี โตโจ ทสุโบกามิ เอกอัครราชทูต และนากามูระ เป็นต้น
พิธีการในวันนั้น โตโจได้กล่าวต่อฝ่ายไทยถึงความหมายของสงครามมหาเอเชียบูรพา วัตถุประสงค์และความสำคัญของพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งการเรียกร้องถึงฝ่ายไทยเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เป้าหมายสูงสุดบรรลุ
จากนั้น โตโจประกาศมอบ 2 รัฐฉาน คือ เชียงตุงและเมืองพัน กับ 4 รัฐมาลายู คือ ปะลิส ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานู รวม 6 รัฐให้รวมกับผืนแผ่นดินไทยเพื่อตอบแทนในบุญคุณที่ไทยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรและเพื่อความสะดวกในการต่อสู้ร่วมกันต่อไป (นากามูระ, 2544, 93)
นากามูระบันทึกว่า ในระหว่างโตโจกล่าวถึงความสำคัญของการเป็นพันธมิตรและข้อเรียกร้องต่อไทยนั้น โตโจเหลือบมองจอมพล ป. เป็นครั้งคราว แต่ใบหน้าของผู้นำไทยนั้นเรียบเฉย สุขุม และมีอาการใจเย็นมาก
เมื่อคำพูดมาถึงเรื่องการมอบดินแดนให้ไทยนั้น
นากามูระเล่าว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกว่าหน้าตาของนายกฯ พิบูลนั้นแสดงอาการดีใจขึ้นแต่เพียงเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับยิ้มจนแก้มปริ…นายกฯ โตโจเพ่งดูใบหน้านายกฯ พิบูล ข้าพเจ้าเข้าใจว่า นายกฯ โตโจคงมีความรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมนายกฯ พิบูลไม่แสดงอาการดีใจมากกว่านี้ แต่สำหรับนายกฯ พิบูลซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีความสุขุมรอบคอบและมีสายตากว้างไกลนั้น การรับมอบ 6 รัฐนั้น ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีโดยไม่มีเงื่อนไข”
หลังเสร็จพิธีการ มีการประกาศร่วมอย่างเป็นทางการว่า “ในเวลา 11.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2486 นายกฯ โตโจและคณะผู้ติดตามคือเอกอัครราชทูตทสุโบกามิและผู้บัญชาการนากามูระได้เข้าพบปะนายกฯ พิบูลที่ทำเนียบสามัคคีชัย นับเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งทั้งฝ่ายมีความเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง” (นากามูระ, 94)
จากภาพแผนที่ประเทศไทยในช่วงสงคราม ที่ญี่ปุ่นจัดทำขึ้น บนแผนที่ประเทศไทยประกอบไปด้วยพื้นที่ของเชียงตุงและเมืองพันหรือสหรัฐไทยเดิม และพื้นที่ทางใต้ประกอบด้วยรัฐกลันตัน, ตรังกานู, ไทรบุรี และปะลิส และพื้นที่ทางตะวันออกคือจังหวัดพิบูลสงคราม จังหวัดจำปาศักดิ์ จังหวัดล้านช้าง ดินแดนทั้งหมดเป็นพื้นที่อันได้คืนก่อนสงครามและในช่วงสงครามไทยได้ดินแดนคืนมาเพิ่มอีก
ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ไทยจึงมีสถานะเสมือนหนึ่งเป็นมหาอำนาจในแหลมทอง โดยมีดินแดนต่างๆ ทั้งที่เคยเป็นของไทยในอดีตและดินแดนใหม่ที่ไทยครอบครองเพิ่มเติมอยู่รายรอบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โตโจมาเยือนไทย (2)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly