แฉ ‘กลโกงสมัครงาน’ ภัยแฝงยุคหางานออนไลน์
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 02.33 น. • The Bangkok Insightแฉเทรนด์ล่าสุด "กลโกงสมัครงาน" เตือนผู้หางานระวังมิจฉาชีพที่มุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น มิจฉาชีพปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การหลอกลวงให้แตกต่างกันสำหรับแต่ละประเทศในภูมิภาค
บริษัท SEEK บริษัทแม่ของ Jobsdb และ Jobstreet เปิดเผยข้อมูลเทรนด์ล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มกลโกงในการหางานทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทย โดยพบว่ามิจฉาชีพมีแนวโน้มปรับกลยุทธ์ให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นตามบริบททางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้สมัครงานในแต่ละประเทศ
ระบบตรวจจับการโกงของ SEEK พบว่ากลโกงการหลอกลวงในตลาดแต่ละประเทศมีรูปแบบพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงระหว่างเดือนก.ค. 2567 ถึงมิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของตลาดงานในประเทศนั้น ๆ ซึ่งรวมถึงตลาดงานประเทศไทย และช่องโหว่ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงผู้สมัครงานชาวไทย
ข้อมูลการวิเคราะห์เทรนด์ในครั้งนี้ อ้างอิงจากข้อมูลภายในของระบบตรวจจับกลโกงบนแพลตฟอร์มของ SEEK โดยดึงข้อมูลจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ทั้งยังรวมไปถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจเพื่อวางแนวทางการปกป้องแรงงาน ในยุคที่การหางานกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
รูปแบบการหลอกลวงที่ต่างกันในแต่ละประเทศ
ข้อมูลในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ตำแหน่งงานด้านธุรการและสำนักงาน (Administration & Office Support) ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพในทุกตลาด คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของจำนวนประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด โดยเฉพาะในตลาดภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ตำแหน่งเหล่านี้จะเป็นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น
ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่พบการฉ้อโกงด้านการจ้างงานมากที่สุด โดยคิดเป็น 38% จากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 62% จากทั้งภูมิภาคเอเชีย รองลงมาคือประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีภัยคุกคามด้านการจ้างงานคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สำหรับตลาดเอเชีย ในภาพรวมยังพบว่าการหลอกลวงด้านการจ้างงานส่วนมากจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ (16%) โดยมิจฉาชีพมักฉวยโอกาสจากผู้ที่กำลังต้องการหางานอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ตำแหน่งงานด้านการขาย (7% จากทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ยังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ในขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZ) พบว่ามีการหลอกลวงในกลุ่มงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) คิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ซึ่งอยู่ที่ 9% เทียบกับเพียง 2% ในภูมิภาคเอเชีย
ประกาศงานหลอกลวงในไทย กระจุกตัวสูงในกลุ่มงานขาย
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลบ่งชี้ว่าปริมาณการหลอกลวงด้านการจ้างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนให้เห็นว่าประกาศงานทั้งหมดที่อยู่บนแพลตฟอร์ม SEEK ของประเทศไทยมีจำนวนน้อยกว่าหากเทียบกับตลาดประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งยังมีรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างออกไป
สำหรับตำแหน่งงานที่พบการหลอกลวงสูงสุด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด คืองานด้านการขาย รองลงมาคืองานด้านบัญชี (17%) และงานด้านสื่อ โฆษณา และศิลปะ (17%) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้สมัครที่กำลังมองหางานอย่างเร่งด่วน หรืองานที่ให้ค่าตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชัน ซึ่งทำให้ผู้สมัครกลุ่มนี้มักตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย จากข้ออ้างเรื่องรายได้ดีและได้เงินไว
ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า มิจฉาชีพจากทั่วทั้งภูมิภาคนี้ได้พัฒนาเทคนิคหลอกลวงให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงให้เข้ากับแต่ละประเทศ ตำแหน่งงาน และภาคอุตสาหกรรมที่ผู้สมัครน่าจะมีความเปราะบางมากที่สุด
ในฐานะที่ Jobsdb by SEEK เป็นแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของไทย เรามองว่า ปัญหาเรื่องประกาศงานที่หลอกลวงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบกับตัวผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่ออีโคซิสเต็มของการจัดหางานในภาพรวม
ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบที่จะตรวจจับกลโกงและประกาศงานที่หลอกลวงได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ต่อนายจ้างและผู้สมัครงานเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมในการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง
มาตรการของ SEEK ในการป้องกันการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม เริ่มต้นจากการตรวจสอบผู้ว่าจ้าง เพื่อยืนยันและรับรองความน่าเชื่อถือของนายจ้าง ตามด้วยกระบวนการกรองเนื้อหาของประกาศงานต่าง ๆ ซึ่งจะใช้ระบบสแกนอัตโนมัติ และในกรณีที่พบความเสี่ยง เนื้อหานั้นจะได้รับการส่งต่อไปให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้ง เปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถรายงานประกาศงานที่น่าสงสัยโดยตรงได้ด้วยเช่นกัน
มาตรการป้องกันเหล่านี้สร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นในปีงบประมาณ 2568 ของ SEEK (ระหว่างเดือนก.ค. 2567 ถึงมิ.ย. 2568) ซึ่งระบบของ SEEK ได้สแกนประกาศงานเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 4.3 ล้านรายการทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุม 100% ของประกาศงานทั้งหมด โดย 8% จากในจำนวนดังกล่าวยังได้รับการส่งต่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแบบละเอียดเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังป้องกันไม่ให้ผู้จ้างงานกว่า 3,600 รายที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นเข้าสู่แพลตฟอร์ม รวมถึงได้ปิดบัญชีผู้จ้างงานที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการฉ้อโกงไปกว่า 650 บัญชี และยังลบประกาศงานที่มีความเสี่ยงกว่า 2,800 รายการหลังการตรวจสอบ
วิธีการรับมือและตามทันกลโกง
ปัจจุบันเหล่ามิจฉาชีพเริ่มใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาสร้างกลโกงให้แนบเนียนยิ่งขึ้น และยังมีการแอบอ้างชื่อ SEEK, Jobsdb หรือ Jobstreet ในการติดต่อผู้สมัครงานผ่านข้อความ SMS แอปพลิเคชันรวมถึงโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ อีกด้วย
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ SEEK จึงได้ยกระดับมาตรการและพัฒนาระบบตรวจจับการฉ้อโกงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับปรุงระบบบล็อกอัตโนมัติ กระบวนการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หนึ่งในพันธกิจของ SEEK คือเรื่องความปลอดภัยของผู้สมัคร โดยบริษัทได้สนับสนุนการให้ความรู้สู่สาธารณะด้วย ศูนย์ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (Security & Privacy Hub) ซึ่งรวบรวมข้อมูลการหลอกลวงในปัจจุบัน การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงยังให้คำแนะนำในการหางานอย่างปลอดภัย พร้อมเคล็ดลับการปกป้องข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์อีกด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ตรีนุช' เร่งอัปสกิลแรงงาน 4 เดือนกว่า 1.4 หมื่นคน รับอุตสาหกรรมอนาคต-อีอีซี
- หอการค้าฯ หารือ ‘ตรีนุช’ เสนอ 6 ข้อ เร่งแก้ปัญหาแรงงานภายใน 4 เดือน
- เผยแรงงานกัมพูชาภาคก่อสร้าง ไม่อยากกลับประเทศ ชี้ค่าแรงในไทยสูงกว่า 3 เท่า
ติดตามเราได้ที่