โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

EU เขย่า อีวี ผู้ผลิตลุ้นปรับแผน CO2

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 01.44 น.

คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อ 16 ธันวาคม ให้ยกเลิกข้อห้ามที่มีผลบังคับใช้ใน สหภาพยุโรป (อียู) เกี่ยวกับการขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป โดยอนุญาตให้ยังคงจำหน่ายรถยนต์ที่ไม่ใช้ไฟฟ้าบางประเภทต่อไปได้ หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากผู้ผลิตรถจากเยอรมนี อิตาลี และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป

ดูเหมือนว่าคณะผู้บริหารอียูจะยอมอ่อนข้อต่อเสียงเรียกร้องจากผู้ผลิตรถที่ต้องการให้ยังคงจำหน่ายรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงต่อไป เนื่องจากกำลังดิ้นรนเพื่อแข่งขันกับเทสลา และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน

กฎระเบียบปัจจุบันกำหนดให้รถยนต์และรถตู้ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป ต้องปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ เพื่อเป้าหมายจะเปลี่ยนเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 90% จากปี 2021 แทนที่จะเป็น 100%

ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่โดยการใช้เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำที่ผลิตในอียู และเชื้อเพลิงสังเคราะห์ หรือเชื้อเพลิงชีวภาพที่ไม่ใช่พืชอาหาร เช่น ของเสียทางการเกษตรและน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว

โดยให้เวลาผู้ผลิตรถยนต์ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2030-2032 ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ลง 55% จากระดับปี 2021 ในขณะที่เป้าหมายสำหรับรถตู้ในปี 2030 จะลดลงเหลือ 40% จาก 50%

ข้อเสนอใหม่นี้ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลและรัฐสภาอียู ถือเป็นการถอยครั้งใหญ่ที่สุด

บริบทของข้อเสนอเกิดขึ้นหลังจากที่ฟอร์ด มอเตอร์ ประกาศว่าจะลดมูลค่าสินทรัพย์ลงราว 6 พันล้านบาท เนื่องจากการยกเลิกรถอีวีหลายรุ่น เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของทรัมป์และความต้องการรถอีวีลดลง

ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ต่างส่งสัญญาณถึงความต้องการรถยนต์อีวีที่อ่อนตัวลง และเรียกร้องให้มีการกำหนดเป้าหมายที่ยืดหยุ่นขึ้น และลดค่าปรับสำหรับผู้ที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ซิกริด เดอ วรีส์ ผอ.ใหญ่สมาคมยานยนต์ยุโรป (ACEA) เผยว่า ความยืดหยุ่นสำหรับผู้ผลิตเป็นเรื่องเร่งด่วน ปี และความต้องการของตลาดยังต่ำเกินไป ทำให้ผู้ผลิตเสี่ยงถูกปรับหลายพันล้านยูโร ผู้กำหนดนโยบายต้องให้เวลาแก่ผู้ผลิตในการรักษาตำแหน่งงาน นวัตกรรม และการลงทุน

ผู้ผลิตรถเยอรมันกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในจีนให้คู่แข่งท้องถิ่น และเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในประเทศจากรถยนต์อีวีนำเข้าจากจีน ภาษีของสหภาพยุโรปสำหรับรถอีวีที่ผลิตในจีนช่วยบรรเทาปัญหาได้เล็กน้อย

ขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์อีวีเตือนว่า การผ่อนปรนเป้าหมายการปล่อยมลพิษอาจบั่นทอนการลงทุนทำให้ยุโรปล้าหลังจีนมากขึ้นในการเปลี่ยนไปสู่การขับขี่ที่สะอาดขึ้น

วิลเลียม ทอดต์ส กรรมการบริหารของกลุ่มสนับสนุนการขนส่งที่สะอาด T&E กล่าวว่า ยุโรปกำลังเล่นเพื่อถ่วงเวลา ในขณะที่จีนกำลังเร่งไปข้างหน้า “การยึดติดกับเครื่องยนต์สันดาปจะไม่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

คณะกรรมาธิการได้วางแผนที่จะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถยนต์ขององค์กร ซึ่งคิดเป็น 60% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในยุโรป โดยจะกำหนดเป้าหมายระดับชาติสำหรับปี 2030 และ 2035 โดยอิงจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวประชากร และปล่อยให้แต่ละประเทศตัดสินใจเองว่าจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร

และยังเสนอให้สร้างหมวดหมู่การกำกับดูแลใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ผ่อนปรนกว่า และมีสิทธิได้รับเครดิตเพิ่มสำหรับเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หากผลิตในอียู

สะท้อนผ่าน ดัชนีผู้บริโภค EY Mobility Consumer Index (MCI) ระบุว่า ผลสำรวจในเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ซื้อรถทั่วโลกกลับมาสนใจรถสันดาปความต้องการรถอีวีและไฮบริดลดลงต่อเนื่อง โดยครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อรถทั่วโลกวางแผนจะซื้อรถสันดาปเพิ่มขึ้น 13% ในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับข้อมูลปี 2567

การที่สหภาพยุโรปผ่อนปรนมาตรการห้ามใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเข้มงวดในปี 2035 เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน เพราะเป็นการรักษาส่วนแบ่งตลาดสำหรับเทคโนโลยีไฮบริด (HEV) และอาจรวมถึงเทคโนโลยีไฮโดรเจน (FCEV) อันเป็นจุดแข็งของค่ายญี่ปุ่น แทนที่จะบังคับให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งมีต้นทุนสูง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : EU เขย่า อีวี ผู้ผลิตลุ้นปรับแผน CO2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...