ทำไม “ทรัมป์” จึงเล็ง “กรีนแลนด์” และผลสะเทือนต่อความมั่นคงนาโต
ความสนใจของทรัมป์ต่อ กรีนแลนด์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทรัพยากรหรือการเมืองภายในสหรัฐฯ แต่สะท้อนเกมยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาร์กติก ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลของสหรัฐ รัสเซีย และจีน
วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 06.44 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทำเนียบขาวระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และที่ปรึกษาคนใกล้ชิด กำลังหารือถึงทางเลือกต่าง ๆ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงย้ำว่าการทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศ ข้อเรียกร้องดังกล่าวถูกปฏิเสธโดยผู้นำกรีนแลนด์และโดยเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกนาโตและเป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือกรีนแลนด์ในฐานะดินแดนปกครองตนเองกึ่งอิสระ
กรีนแลนด์อยู่ที่ไหน และเหตุใดจึงสำคัญต่อทรัมป์?
กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งไม่ใช่ทวีป ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาร์กติก และเป็นดินแดนที่มีประชากรเบาบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีประชากรราว 56,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองอินูอิต ราว 80% ของพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้รอบเมืองหลวงนุก
เศรษฐกิจของกรีนแลนด์พึ่งพาการประมงเป็นหลัก และได้รับเงินอุดหนุนจำนวนมากจากรัฐบาลเดนมาร์ก อย่างไรก็ดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสนใจต่อทรัพยากรธรรมชาติของกรีนแลนด์เพิ่มขึ้น ทั้งแร่หายาก ยูเรเนียม และแร่เหล็ก ซึ่งอาจเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเมื่อภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขนาดมหึมาบนเกาะละลาย
ทรัพยากรแร่มีมูลค่าสูงเป็นประเด็นที่ทรัมป์ให้ความสำคัญในพื้นที่อื่นของโลกเช่นกัน รวมถึงในการติดต่อกับยูเครน อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า “เราต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ใช่เพื่อแร่” และยังกล่าวว่า “กรีนแลนด์มีเรือของรัสเซียและจีนอยู่ทั่วทุกแห่ง” ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากเห็นพ้องว่าความมั่นคงของสหรัฐกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสองประเทศที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญ
ทรัมป์พูดอย่างไรเกี่ยวกับการควบคุมกรีนแลนด์?
ทรัมป์ย้ำข้อเรียกร้องเดิมให้สหรัฐเข้าควบคุมกรีนแลนด์อีกครั้ง หลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในเวเนซุเอลา ซึ่งมีการจับกุมและนำประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และภรรยาไปยังนิวยอร์ก นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ เยนส์ เฟรเดอริก นีลเซน ตอบโต้ว่า “พอได้แล้ว” พร้อมระบุว่าความคิดเรื่องการควบคุมโดยสหรัฐเป็นเพียงจินตนาการ
อย่างไรก็ตามทรัมป์และพันธมิตรยังคงย้ำท่าทีแข็งกร้าว โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาเอาจริงเอาจังมาก และย้ำว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญต่อความมั่นคงของยุโรปและอเมริกา ที่ปรึกษาคนสำคัญอย่างสตีเฟน มิลเลอร์ กล่าวด้วยว่าจะไม่มีใครสู้กับสหรัฐ เรื่องอนาคตของกรีนแลนด์
ทั้งนี้สหรัฐยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหาร พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวต่อสภาคองเกรสในเดือนมิถุนายนว่า เพนตากอนมีแผนสำรองอยู่ไม่กี่วันหลังปฏิบัติการในเวเนซุเอลา ทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์และทีมกำลังพิจารณาทางเลือกในการได้มาซึ่งกรีนแลนด์ รวมถึงการใช้กองทัพสหรัฐ
ในปี 2562 ระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก ทรัมป์เคยเสนอซื้อกรีนแลนด์แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่ขาย เขากลับมาสนใจอีกครั้งหลังหวนคืนทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2568 และไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลัง มีการเยือนระดับสูงที่เป็นประเด็นถกเถียง เช่นเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เดินทางไปกรีนแลนด์ในเดือนมีนาคม และกล่าวหาเดนมาร์กว่าไม่ได้ลงทุนเพียงพอในการคุ้มครองดินแดน ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งปลายปี 2568 เมื่อทรัมป์แต่งตั้งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ เจฟฟ์ แลนดรี ซึ่งพูดอย่างเปิดเผยถึงการทำให้เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ
เดนมาร์กและพันธมิตนาโตกล่าวอย่างไร?
ท่าทีของทรัมป์สร้างความตกตะลึงให้เดนมาร์ก ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐมาโดยตลอด เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เตือนว่าความพยายามใด ๆ ในการยึดกรีนแลนด์จะหมายถึงจุดจบของนาโต
ด้าน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตอบคำถามว่าจะบอกทรัมป์ให้อย่ายุ่งกับกรีนแลนด์หรือไม่ว่า “ใช่” และได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมกับผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน และเดนมาร์ก ระบุว่า “กรีนแลนด์เป็นของประชาชนกรีนแลนด์ และมีเพียงเดนมาร์กกับกรีนแลนด์เท่านั้นที่ตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาได้”
เหตุใดเดนมาร์กจึงควบคุมกรีนแลนด์?
แม้กรีนแลนด์จะอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่เดนมาร์กซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 3,000 กิโลเมตร ได้ควบคุมดินแดนนี้มาราว 300 ปี ความสนใจด้านความมั่นคงของสหรัฐต่อกรีนแลนด์ก็มีมานาน และก่อนหน้าทรัมป์ มีรัฐบาลสหรัฐสองชุดที่เคยพยายามได้ครอบครองแต่ไม่สำเร็จ
กรีนแลนด์เคยเป็นอาณานิคมจนถึงกลางศตวรรษที่ 20 และค่อนข้างโดดเดี่ยวและยากจน เมื่อเยอรมนีนาซียึดครองเดนมาร์กในสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐเข้ายึดเกาะและตั้งฐานทหารและสถานีวิทยุ หลังสงคราม กองกำลังสหรัฐยังคงอยู่ต่อเนื่อง ฐานอวกาศพิตทูฟฟิก (เดิมคือฐานทัพอากาศทูเล) ถูกสหรัฐดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน
ในปี 1951 ข้อตกลงด้านกลาโหมกับเดนมาร์กเปิดทางให้สหรัฐมีบทบาทสำคัญในการป้องกันดินแดน รวมถึงสิทธิสร้างและดูแลฐานทัพ ปี 1953 กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และชาวกรีนแลนด์ได้รับสัญชาติเดนมาร์ก ปี 1979 การลงประชามติให้การปกครองตนเอง ทำให้กรีนแลนด์ควบคุมนโยบายภายในส่วนใหญ่ ขณะที่เดนมาร์กรับผิดชอบการต่างประเทศและการป้องกันประเทศ ปัจจุบันมีทั้งฐานทัพเดนมาร์กและสหรัฐอยู่บนเกาะ
ชาวกรีนแลนด์คิดอย่างไร?
เพื่อตอบโต้แรงกดดันของทรัมป์ต้นปี 2569 นายกรัฐมนตรีนีลเซนกล่าวว่า “ไม่เอาแรงกดดันอีกต่อไป ไม่เอาการ insinuation อีกต่อไป และไม่เอาจินตนาการเรื่องการผนวกดินแดน” พร้อมย้ำว่าเปิดรับการเจรจา แต่ต้องเป็นไปตามช่องทางที่เหมาะสมและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อผู้สื่อข่าวบีบีซีไปเยือนในปี 2568 ได้ยินประโยคซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์ ทรัมป์จะมาเยือนได้ แต่แค่นั้น” ประเด็นนี้เป็นหัวใจของการเลือกตั้งทั่วไปในปีนั้น โพลชี้ว่าชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่สนับสนุนเอกราชจากเดนมาร์ก แต่ก็ปฏิเสธอย่างท่วมท้นต่อแนวคิดการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ
เมื่อทรัมป์เสนอซื้อกรีนแลนด์ครั้งแรกในปี 2562 ชาวบ้านจำนวนมากคัดค้าน ไดเนส มิเคลเซน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกล่าวว่า “นี่เป็นแนวคิดที่อันตรายมาก” ขณะที่อเลกา แฮมมอนด์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของกรีนแลนด์กล่าวว่า “เขาปฏิบัติต่อเราเหมือนสินค้าอย่างหนึ่งที่สามารถซื้อได้”
อ้างอิง : bbc.com