โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ดึงสหรัฐถอนตัวองค์กรโลกร้อน UN-IPCC ซ้ำรอยปารีส

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 04.49 น.

"ทรัมป์" ดึงสหรัฐถอนตัวองค์กรโลกร้อน UN-IPCC ซ้ำรอยปารีส ลดบทบาทสหรัฐบนเวทีสภาพภูมิอากาศโลก

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 10.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้าถอยห่างจากความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเวทีโลก ด้วยการประกาศถอนประเทศออกจากองค์กรระหว่างประเทศสำคัญหลายแห่ง รวมถึงหน่วยงานหลักของสหประชาชาติและองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้นประเด็นโลกร้อน

ในจำนวนนี้รวมถึง Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) และ UN Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) โดยรวมแล้วสหรัฐจะถอนตัวออกจากองค์กรทั้งหมด 66 แห่ง ซึ่งถูกมองว่าจะลดบทบาทของสหรัฐ ทั้งในการจัดการปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอิทธิพลขององค์กรเหล่านี้ในระดับโลก

การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภายในประเทศของทรัมป์ที่มุ่งผ่อนคลายกฎควบคุมมลพิษและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นการต่อเนื่องจากการตัดสินใจเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่เริ่มกระบวนการถอนตัวออกจาก Paris Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงผูกพันระดับโลกปี 2558 เพื่อรับมือภาวะโลกร้อน โดยทรัมป์เคยดำเนินการในลักษณะเดียวกันมาแล้วในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังถอนตัวออกจากสถาบันที่ถูกมองว่ามีภารกิจซ้ำซ้อน บริหารจัดการผิดพลาด ไม่จำเป็น สิ้นเปลือง และดำเนินงานได้ไม่ดี รวมถึงขับเคลื่อนวาระที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของสหรัฐ

การถอนตัวออกจาก UNFCCC จะทำให้สหรัฐหลุดพ้นจากกรอบของสหประชาชาติที่ทำหน้าที่รวบรวมประเทศต่าง ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ประสานการประชุมสุดยอด COP ประจำปีว่าด้วยประเด็นการลดคาร์บอนและการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งล่าสุดที่บราซิลเมื่อปีที่ผ่านมา

จอห์น เคอร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและอดีตทูตพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า การตัดสินใจนี้เป็นของขวัญให้จีน และเป็นเหมือนบัตรผ่านออกจากคุกให้กับประเทศและผู้ก่อมลพิษที่ต้องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ นี่คือบาดแผลที่สหรัฐฯ ทำร้ายตัวเองอีกครั้งบนเวทีโลก

การถอนตัวจาก UNFCCC ยังอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐในอนาคตต้องเผชิญความยุ่งยากมากขึ้นหากต้องการกลับเข้าร่วมกรอบความร่วมมือดังกล่าว ต่างจากปี 2564 ที่รัฐบาลไบเดนสามารถกลับเข้าสู่ข้อตกลงปารีสได้ทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องสภาพภูมิอากาศที่สนับสนุนให้ทรัมป์ถอนตัวจาก UNFCCC เห็นว่า หากสหรัฐถอนออกจากสนธิสัญญานี้แล้ว การกลับเข้าร่วมอีกครั้งจะต้องผ่านการลงมติใหม่ของวุฒิสภา ซึ่งต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อยสองในสาม แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางส่วนจะมองว่าประธานาธิบดีในอนาคตอาจเข้าร่วมใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านวุฒิสภาก็ตาม

ในส่วนของการถอนตัวจาก IPCC นั้น เดลตา เมอร์เนอร์ รองผู้อำนวยการโครงการความรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศของ Union of Concerned Scientists ระบุว่า สหรัฐจะไม่สามารถมีบทบาทกำหนดทิศทางการประเมินทางวิทยาศาสตร์ที่รัฐบาลทั่วโลกใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายได้อีกต่อไป แม้ว่านักวิทยาศาสตร์รายบุคคลอาจยังสามารถมีส่วนร่วมได้

IPCC ซึ่งก่อตั้งโดยสหประชาชาติและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในปี 1998 ถูกยอมรับว่าเป็นองค์กรหลักของโลกในการประเมินบทบาทของมนุษย์ต่อภาวะโลกร้อน และได้จัดทำรายงานประเมินฉบับสำคัญมาแล้ว 6 ครั้ง ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ โดยที่ผ่านมาองค์กรพึ่งพาทั้งเงินทุนและความเชี่ยวชาญจากสหรัฐอย่างมาก

เมอร์เนอร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การเดินหนีออกมาไม่ได้ทำให้วิทยาศาสตร์หายไป แต่กลับทำให้ประชาชน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจในสหรัฐ ต้องตัดสินใจท่ามกลางความมืดมน ในช่วงเวลาที่ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศที่น่าเชื่อถือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...