“ทรัมป์” ดึงสหรัฐถอนตัวองค์กรโลกร้อน UN-IPCC ซ้ำรอยปารีส
"ทรัมป์" ดึงสหรัฐถอนตัวองค์กรโลกร้อน UN-IPCC ซ้ำรอยปารีส ลดบทบาทสหรัฐบนเวทีสภาพภูมิอากาศโลก
วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 10.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้าถอยห่างจากความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเวทีโลก ด้วยการประกาศถอนประเทศออกจากองค์กรระหว่างประเทศสำคัญหลายแห่ง รวมถึงหน่วยงานหลักของสหประชาชาติและองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้นประเด็นโลกร้อน
ในจำนวนนี้รวมถึง Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) และ UN Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) โดยรวมแล้วสหรัฐจะถอนตัวออกจากองค์กรทั้งหมด 66 แห่ง ซึ่งถูกมองว่าจะลดบทบาทของสหรัฐ ทั้งในการจัดการปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอิทธิพลขององค์กรเหล่านี้ในระดับโลก
การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภายในประเทศของทรัมป์ที่มุ่งผ่อนคลายกฎควบคุมมลพิษและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นการต่อเนื่องจากการตัดสินใจเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่เริ่มกระบวนการถอนตัวออกจาก Paris Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงผูกพันระดับโลกปี 2558 เพื่อรับมือภาวะโลกร้อน โดยทรัมป์เคยดำเนินการในลักษณะเดียวกันมาแล้วในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังถอนตัวออกจากสถาบันที่ถูกมองว่ามีภารกิจซ้ำซ้อน บริหารจัดการผิดพลาด ไม่จำเป็น สิ้นเปลือง และดำเนินงานได้ไม่ดี รวมถึงขับเคลื่อนวาระที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของสหรัฐ
การถอนตัวออกจาก UNFCCC จะทำให้สหรัฐหลุดพ้นจากกรอบของสหประชาชาติที่ทำหน้าที่รวบรวมประเทศต่าง ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ประสานการประชุมสุดยอด COP ประจำปีว่าด้วยประเด็นการลดคาร์บอนและการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งล่าสุดที่บราซิลเมื่อปีที่ผ่านมา
จอห์น เคอร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและอดีตทูตพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า การตัดสินใจนี้เป็นของขวัญให้จีน และเป็นเหมือนบัตรผ่านออกจากคุกให้กับประเทศและผู้ก่อมลพิษที่ต้องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ นี่คือบาดแผลที่สหรัฐฯ ทำร้ายตัวเองอีกครั้งบนเวทีโลก
การถอนตัวจาก UNFCCC ยังอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐในอนาคตต้องเผชิญความยุ่งยากมากขึ้นหากต้องการกลับเข้าร่วมกรอบความร่วมมือดังกล่าว ต่างจากปี 2564 ที่รัฐบาลไบเดนสามารถกลับเข้าสู่ข้อตกลงปารีสได้ทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องสภาพภูมิอากาศที่สนับสนุนให้ทรัมป์ถอนตัวจาก UNFCCC เห็นว่า หากสหรัฐถอนออกจากสนธิสัญญานี้แล้ว การกลับเข้าร่วมอีกครั้งจะต้องผ่านการลงมติใหม่ของวุฒิสภา ซึ่งต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อยสองในสาม แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางส่วนจะมองว่าประธานาธิบดีในอนาคตอาจเข้าร่วมใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านวุฒิสภาก็ตาม
ในส่วนของการถอนตัวจาก IPCC นั้น เดลตา เมอร์เนอร์ รองผู้อำนวยการโครงการความรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศของ Union of Concerned Scientists ระบุว่า สหรัฐจะไม่สามารถมีบทบาทกำหนดทิศทางการประเมินทางวิทยาศาสตร์ที่รัฐบาลทั่วโลกใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายได้อีกต่อไป แม้ว่านักวิทยาศาสตร์รายบุคคลอาจยังสามารถมีส่วนร่วมได้
IPCC ซึ่งก่อตั้งโดยสหประชาชาติและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในปี 1998 ถูกยอมรับว่าเป็นองค์กรหลักของโลกในการประเมินบทบาทของมนุษย์ต่อภาวะโลกร้อน และได้จัดทำรายงานประเมินฉบับสำคัญมาแล้ว 6 ครั้ง ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ โดยที่ผ่านมาองค์กรพึ่งพาทั้งเงินทุนและความเชี่ยวชาญจากสหรัฐอย่างมาก
เมอร์เนอร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การเดินหนีออกมาไม่ได้ทำให้วิทยาศาสตร์หายไป แต่กลับทำให้ประชาชน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจในสหรัฐ ต้องตัดสินใจท่ามกลางความมืดมน ในช่วงเวลาที่ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศที่น่าเชื่อถือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด”
อ้างอิง : www.bloomberg.com