โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ – แบงก์ เตรียมคุมเข้ม สแกนพฤติกรรมคนโอนเงิน สกัด ” เงินเทา – บัญชีม้า”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 10.46 น.

ธปท. - สมาคมธนาคารไทย ยกระดับการคุมเข้มธุรกรรมผิดกฎหมาย เตรียมใช้ระบบ Profiling วิเคราะห์พฤติกรรมการโอนเงิน สกัดบัญชีม้าและเงินสีเทาผ่านพร้อมเพย์และ E-wallet.

9 ม.ค. 2569 นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ในฐานะผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยในการแถลงข่าว หลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 1/2569 ณ กระทรวงการคลัง ถึงการแก้ปัญหาธุรกรรมผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทย ผ่านการใช้นวัตกรรมทางการเงิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบการทำธุรกรรมต้องสงสัย ว่า

“ สาเหตุที่ประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์ของเงินเทา เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีความสะดวก และเป็นประเทศเปิดที่รายล้อมไปด้วยแหล่งที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสแกมเมอร์ หรือการหลอกลวงต่างๆ ทำให้สินทรัพย์ที่เกิดจากการทุจริตวิ่งเข้าหาไทย และวิ่งออกไปค่อนข้างง่าย “

นายปิติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันรูปแบบของเงินเปลี่ยนไปหลายรูปแบบ ทั้ง สินทรัพย์ดิจิทัล เงินที่อยู่ในบัญชีธนาคาร เงินสด ไม่ได้มีแค่เงินบาท รวมถึงสกุลเงินต่างๆ อีวอลเล็ท (e-wallet) และทองคำ แต่สิ่งเหล่านี้สามารถเปลี่ยนรูปแทนกันได้ ซึ่งประเทศไทยสามารถดำเนินการได้อย่างเสรี โดยเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นเงินผิดกฎหมายได้

โดยที่ระบบนิเวศทางการเงินของไทยมีประสิทธิภาพที่สูงจึงเป็นดาบสองคม รวมถึงมีหน่วยงานการกำกับค่อนข้างแยกส่วน ดังนั้น มีความจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทำงานร่วมกัน เรื่องการเปิดบัญชีธนาคารต้องมีการทำ KYC หรือ การรู้จักลูกค้า เพื่อยืนยันตัวตนป้องกันการทุจริต และ KYM คือ การรู้จักร้านค้า เพื่อยืนย้อนยันตัวตนผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการรับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

โดยแนวคิดอาจจะให้มีการการสร้างโปรไฟล์ลิ่ง (Profiling) การสร้างโปรไฟล์ข้อมูลเชิงลึกโดยวิเคราะห์พฤติกรรมเฉพาะของบุคคล บนเงินโอนดิจิทัล ตัวอย่าง ลูกค้า มีรายได้น้อยก็ควรโอนเงินได้จำนวนน้อย เพราะหากไม่มีการจำกัด มิจฉาชีพ กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะกลายเป็นบัญชีม้า เพื่อโอนเงินออกเป็นจำนวนมากได้

สำหรับโปรไฟล์ลิ่ง (Profiling) ประกอบด้วย 3 แกน ที่มองหาความไม่สอดคล้องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ประกอบด้วย 1. ตัวตนสอดคล้องหรือไม่ 2. พฤติกรรมสอดคล้องหรือไม่ และ 3. ปริมาณสอดคล้องหรือไม่

อาทิ นาย ก. ได้เปิดบัญชีธนาคารในแต่ละแห่ง แต่บอกอาชีพไม่ตรงกัน ซึ่งเงินเดือนประจำ 10,000 บาท แต่มีบัญชีธนาคารเป็นสิบๆ บัญชี และมีบัญชีวอลเล็ตเพิ่มขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ หากนาย ก. ระบุมีเงินเดือนประจำเป็นรายเดือน แต่ทำไมมีเงินโอนเข้าเป็นรายวัน อันนี้จะเป็นพฤติกรรมไม่สอดคล้อง สำหรับปริมาณเงินไม่สอดคล้อง คือ นาย ก. บอกว่ามีเงินเดือนหลักหมื่น แต่ทำไมมีเงินโอนเข้าบัญชีหลักแสน-หลักล้านบาท

“ก่อนหน้านี้ระบบธนาคารพาณิชย์ไม่มีเครื่องมือที่จะทำสิ่งนี้ได้ วันนี้ด้วยการกำกับดูแลของ ธปท. ให้ธนาคารพาณิชย์รีบทำเกณฑ์นี้บนพร้อมเพย์ก่อน เพราะเงินเข้าเร็วและออกเร็ว แต่ระบบยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะยังไม่มีการกำกับว่าแต่ละบุคคลควรถอนเงินได้เท่าไหร่“

ทั้งนี้ การกำกับดูแลจะเน้นเรื่องการพิจารณาข้อมูลลูกค้าเป็นหลัก เพื่อดูข้อมูลลูกค้าว่าสอดคล้องกับการทำธุรกรรมหรือไม่ ทั้งด้านอาชีพ พฤติกรรม และการโอนปริมาณของเงินจะสอดคล้องกันหรือไม่ สิ่งนี้จะสนับสนุนให้การทำ KYC/KYM เข้มข้นขึ้น

หากทำ KYC/KYM แล้วไม่ดีขึ้น จะทำให้คนดีเดือดร้อนและโจรยังหลุดได้อยู่ดี ดังนั้น มันเป็นเหรียญสองด้านหากเข้มเกินไปคนดีอาจจะเดือดร้อน หากอ่อนเกินไปโจรจะหลุดรั่วได้ จึงจะไม่ใช่เกณฑ์ที่กำหนดมาให้เสร็จสิ้นทีเดียว แต่ต้องเรียนรู้และศึกษาต่อไป เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...