โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบ.ตร.ยันคดีสินบนทองคำทำตามกฎหมาย ไม่มีการแย่งสำนวนกับ ป.ป.ช.

Thai PBS

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (9 ม.ค.2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำเชื่อมโยง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.

โดยยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ ตั้งแต่การตั้งคณะสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอน

คดีดังนี้เป็นคดีสำคัญ ทางคณะพนักงานสืบสวนต้องมั่นใจในข้อกฎหมายและหลักฐาน จึงนำไปสู่การกล่าวโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานบุคคล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ก่อนส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว 30 วัน

ส่วนที่คู่กรณีอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. โดยมองว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน หากฝ่ายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถใช้สิทธิร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมในกระบวนการที่สูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายเปิดช่องไว้แล้ว

สำหรับกระแสวิจารณ์ว่าตำรวจกับ ป.ป.ช. อาจมีความเห็นต่างหรือแย่งสำนวนกันนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า ตำรวจไม่ได้มีความประสงค์จะดึงสำนวนกลับมา แต่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น โดยอำนาจการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.หาก ป.ป.ช.เห็นควรส่งสำนวนกลับมา ตำรวจก็พร้อมดำเนินการต่อทันที

ส่วนเรื่องความกังวลว่าผู้ถูกกล่าวหาบางคนอาจหลบหนี เนื่องจากอัตราโทษสูง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่าหากผู้ใดบริสุทธิ์ใจก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่จำเป็นต้องหลบหนี แต่หากมีการหลบหนีจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป ทั้งการออกหมายจับ การติดตามตัว และการประสานงานกับตำรวจสากลหากหลบหนีออกนอกประเทศ

พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างคดีอาญากับผลคำวินิจฉัยของศาลปกครองในประเด็นคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนว่า ตอนนี้ขอรอฟังคำตัดสินของศาลก่อน โดยย้ำว่าข้าราชการตำรวจต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลทุกกรณี

พร้อมอธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง การให้ออกจากราชการไว้ก่อน กับการไล่ออกจากราชการว่า เป็นคนละขั้นตอนและคนละสถานะ โดยการให้ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นมาตรการชั่วคราวในกรณีถูกกล่าวหาวินัยร้ายแรง ซึ่งสามารถอุทธรณ์และฟ้องศาลปกครองได้ ส่วนการไล่ออกเป็นผลจากการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่สิ้นสุดแล้ว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งและการวิ่งเต้นในแวดวงตำรวจโดยเฉพาะยุคของตัวเองที่เป็นผู้นำองค์กรว่า ปัญหานี้มีมานาน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ในฐานะผู้นำองค์กรจำเป็นต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากมีพยานหลักฐานชัดเจนก็ต้องเอาผิดตามกฎหมาย แม้จะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหาถูกซุกไว้ใต้พรม พร้อมย้ำว่าไม่ควรเหมารวมตำรวจทั้งองค์กร เพราะผู้ที่กระทำผิดมีสัดส่วนน้อยกว่าเทียบกับกำลังพลทั้งประเทศ

อ่านข่าว :

ทนายโชว์ภาพคู่ "บิ๊กโจ๊ก" ยันยังอยู่ไทย - 9 ม.ค.ศาลพิพากษาหวนกลับ ตร.หรือไม่

ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ชี้คำสั่งออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมาย

"พ.ต.อ.ภาคภูมิ" ยื่นหลักฐานให้ สว.ตรวจสอบปมสินบน เผยเหตุสะบั้น "บิ๊กโจ๊ก"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เปิดประวัติ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ "ไทยสร้างไทย"

35 นาทีที่แล้ว

ทั่วประเทศอากาศเย็น-หนาว ใต้ฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนอง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เด็กหาย’ หลายชีวิตยังไม่ทราบชะตากรรม มูลนิธิกระจกเงาเผยเยาวชนวัย 15 ถูกลวงไปทำงานเป็นแก๊งคอลฯ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#Hackรัฐสภา ชวนเข้าสภาฯ ก่อนใคร คิดนโยบายก่อนรัฐบาล

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...