โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ตลาดคอนโดกรุงเทพฯฝืดเคืองหนัก เทรนด์กำลังซื้อปี’69 ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 01.09 น.

1 มกราคม 2569 ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยบิ๊กดาต้าร้อนแรง เกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ

โดย “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า สรุปยอดปี 2568 มีการเปิดตัวคอนโดฯใหม่ 40 โครงการ 17,110 ยูนิตเท่านั้น เป็นสถิติ Low Supply Cycle ในรอบ 17 ปี ลดลง -21.84% เทียบกับปี 2567 มูลค่ารวมเหลือ 70,368 ล้านบาท เทียบกับค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ลดลง -38.53% โดยผู้เล่นหลักเป็นบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ 14,323 ยูนิต สัดส่วน 83.71% มูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท และบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ 2,787 ยูนิต สัดส่วน -16.29% มูลค่ารวม 6,416 ล้านบาท

ทั้งนี้ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีคอนโดฯเปิดขายใหม่รวม 347,650 ยูนิต หรือเฉลี่ยปีละ 34,700 หน่วย ดังนั้น สรุปยอดเปิดใหม่ในปี 2568 จึงเท่ากับตลาดหดตัวครึ่งหนึ่ง

2569 คอนโดฯใหม่ทรงตัว

แนวโน้มปี 2569 คาดว่าจะมีซัพพลายเปิดขายใหม่ 15,000 ยูนิตเท่านั้น ลดลงต่อเนื่องอีก -12.33% มูลค่ารวม 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์การลงทุนหลักมีการปรับลดจำนวนโครงการลง เลื่อนการเปิดตัวออกไป ในด้านทำเลมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในโครงการขนาดกลาง-เล็ก เฟ้นทำเลศักยภาพชัดเจนอย่างแนวรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ รวมทั้งเน้นลงทุนบ้านและคอนโดฯในเมืองท่องเที่ยว จุดโฟกัสอยู่ที่ “EEC-ภูเก็ต”

“สถานการณ์ปัจจุบันยังคงไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสม ที่จะเปิดตัวคอนโดฯโครงการใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อทั้งในส่วนของลูกค้าต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ปี 2569 ตลาดห้องชุดกรุงเทพฯมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาพรวมตลาดจึงไม่น่าจะเป็นการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด หากแต่เป็นการฟื้นตัวในลักษณะประคองตัว โดยมีสัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏชัดขึ้นในเชิงโครงสร้าง”

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ปี 2569 มีการแข่งขันดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์กับลักเซอรี่ทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการเปิดขายใหม่มีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับเรือธงในทำเลหายาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น เพลินจิต-วิทยุ สีลม-สาทร และราชดำริ-ลุมพินี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อระดับ High Net Worth และ Ultra High Net Worth ซึ่งมีอำนาจซื้อเกินต้านทาน

เทรนด์สำคัญยังรวมถึงจะได้เห็นอีเวนต์เปิดพรีเซลโครงการ ด้วยการกำหนดราคาขายเป็นทางการที่ 1 ล้านบาท/ตารางเมตร โดยเฉพาะโครงการที่เป็น Rare Item ยูนิตจำกัดจำนวน และตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD

ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ มอง 5 เรื่องด้วยกัน คือ 1.โอกาสคอนโดฯหรูใจกลางเมือง จากซัพพลายใหม่ในทำเลซูเปอร์ไพรมมีจำกัด เหมาะสำหรับคนที่มีแลนด์แบงก์เก่าในมือ หรือจัดหาแลนด์แบงก์ศักยภาพสูง ทำให้สามารถพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิป เพื่อสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ระยะยาว 2.กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า มีกำลังซื้อห้องชุดตารางเมตรละ 8 แสน-1 ล้านบาทได้

3.โอกาสในการสร้าง New Price Benchmark จากต้นทุนที่ดินและการพัฒนาใน CBD สนับสนุนการตั้งราคาสูง โปรดักต์นำเสนอเหมาะกับโครงการ Rare Item, Low Density และ Branded Residence 4.การแข่งขันด้านคุณภาพ มากกว่าปริมาณ เน้นการออกแบบ บริการหลังการขาย และประสบการณ์การอยู่อาศัย ลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา

5.โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง จากลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ Expats โดยโครงการที่รองรับทั้งอยู่อาศัยและลงทุนช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD กับแนวรถไฟฟ้าหลักยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง

เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

“ภัทรชัย” กล่าวถึงความท้าทายสำคัญในปี 2569 มีอีก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง จากกำลังซื้อในตลาดกลางและล่างยังเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด 2.ภาคการเงิน จากการพิจารณาสินเชื่อยังคงเข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก กระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ 3.ต้นทุนการพัฒนาที่อยู่ในระดับสูง ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังทรงตัวในระดับสูง ต้นทุนก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงยังไม่ลดลง เป็นตัวกดดันอัตรากำไรของโครงการ

4.ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งการเลือกตั้งต้นปี 2569 อาจทำให้นโยบายเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น ต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อ และอาจเกิดการชะลอการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่ม 5.ความเสี่ยงจากการกำหนดจังหวะเปิดโครงการ กรณีเปิดเร็วเกินไปอาจเผชิญตลาดที่ยังไม่ฟื้น กรณีเปิดช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก จึงจำเป็นต้องบริหาร Timing อย่างแม่นยำ

โดยมีข้อเสนอเชิงกลยุทธ์จากคอลลิเออร์ส ประเทศไทยด้วยว่า 1.เลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มีทำเลและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน 2.เน้นตลาดบนและลักเซอรี่ ที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริง 3.ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ 4.บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหัวใจหลัก และ 5.ติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น

ซัพพลายคอนโด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดคอนโดกรุงเทพฯฝืดเคืองหนัก เทรนด์กำลังซื้อปี’69 ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...