โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจแอลแอล คาดมูลค่าซื้อขายโรงแรมเอเชียแปซิกพุ่ง 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 03.31 น.

แรงหนุนดีมานด์การเดินทางที่แข็งแกร่งผลักดันทุนไหลเข้าตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง “ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-ออสเตรเลีย” ครองแชมป์ตลาดเป้าหมายหลักดึงดูดนักลงทุนสถาบันและกลุ่มความมั่งคั่งสูง ขณะที่ตลาด “ไทย” แนวโน้มชะลอตัวสู่ระดับฐานปกติหลังดีลขนาดใหญ่กระจุกตัวในปี 2568 ท่ามกลางการปรับกลยุทธ์สู่ที่ดินเช่า

25 ธันวาคม 2568 – บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล (JLL) เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สถานการณ์การลงทุนในอุตสาหกรรมโรงแรมระดับภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเปลี่ยนมือสินทรัพย์โรงแรมในเอเชียแปซิฟิกจะขยายตัวแตะระดับ 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งประมาณการไว้ที่ 11,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงเสถียรภาพของภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการดึงดูดเงินทุน แม้สภาวะเศรษฐกิจมหภาคจะมีความผันผวนสูงก็ตาม

รายงานระบุว่า สภาพคล่องในตลาดการลงทุนโรงแรมยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง แต่เผชิญข้อจำกัดด้านปริมาณสินทรัพย์ที่เสนอขาย (Supply) โดยเฉพาะในตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำซึ่งมีระดับราคาพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเบนเข็มสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากส่วนต่างมูลค่า (Capital Gain) ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบสถานะสินทรัพย์ (Due Diligence) มีความละเอียดและใช้เวลานานขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอัตรากำไร

ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ยังคงรักษาตำแหน่งตลาดหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals) ที่มุ่งเน้นสินทรัพย์ประเภท Trophy Assets ขณะที่เวียดนามก้าวขึ้นเป็นตลาดดาวรุ่งที่มีศักยภาพการเติบโตของราคาในระดับสูง

ในภาพรวมรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% สอดคล้องกับสถิติขององค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ที่คาดว่าปริมาณการเดินทางระหว่างประเทศจะขยายตัว 3%-5% ในปีนี้ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นที่ระดับ 20%

สำหรับประเทศไทย เจแอลแอลคาดการณ์ว่ามูลค่าการซื้อขายในปี 2569 จะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 40.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการกลับเข้าสู่ระดับค่าเฉลี่ยปกติ หลังจากในปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนสูงเป็นพิเศษที่ 80.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,000 ล้านบาท) เนื่องจากมีรายการซื้อขายขนาดใหญ่ที่ตกค้างมาจากปีก่อนหน้าดำเนินการเสร็จสิ้น

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในตลาดไทยประกอบด้วย:

  • การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มนักท่องเที่ยว: ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยลดลง 8% โดยเฉพาะตลาดจีนที่หดตัวถึง 35% ส่งผลให้ RevPAR ในประเทศลดลง 4% ขณะที่คู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามกลับมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น
  • บทบาทของนักลงทุนในประเทศ: ข้อมูลระบุว่า 69.5% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดเป็นการลงทุนโดยกลุ่มทุนไทย ตามมาด้วยกลุ่มทุนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เทรนด์การลงทุนบนที่ดินเช่า (Leasehold): ในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งที่ดินมีราคาสูง พบสัดส่วนการซื้อขายโรงแรมบนที่ดินเช่าสูงถึง 19.7% ของมูลค่ารวม หรือประมาณ 4,100 ล้านบาท สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียน ยินดีรับความเสี่ยงในสิทธิ์การเช่าหากมีแผนบริหารจัดการทรัพย์สินที่ชัดเจน

นายนิฮาท เออร์แคน ประธานกรรมการบริหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กลุ่มธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล ให้ความเห็นว่า ภูมิทัศน์การลงทุนได้เข้าสู่ช่วงของการเติบโตเต็มที่ (Mature Market) โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น แม้จะมีความท้าทายในระยะสั้น แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การขยายตัวของชนชั้นกลางในภูมิภาค และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม จะยังคงเป็นแรงส่งสำคัญให้ธุรกิจโรงแรมเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...