“ชีวิตเริ่มต้นตอนอายุห้าสิบ” เปิดมุมมองบทโรแมนซ์วัยกลางคน คุยกับนักเขียนบท ซีรีส์ Nice to Not Meet You
บ้านเราตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน นักแสดงอายุเกิน 50 แทบไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรับบทข้างเคียงพระเอกนางเอก พี่ป้า น้า อา พ่อ แม่ และถึงแม้ในช่วงหลัง จะมีบทบาทอื่นๆ ที่น่าสนใจผ่านมามากขึ้น แต่ความรัก และการเป็นตัวละครเบอร์หนึ่งของเรื่อง อาจจะยังเป็นเรื่องที่พบได้น้อยครั้งอย่างน่าใจหาย ราวกับว่าความรักและโอกาสแห่งชีวิตนั้น หมดไปเสียแล้วในวัย 30
จองยอรัง นักเขียนบทเจ้าของผลงาน อย่าง Doctor Cha ที่ทำเรตติ้งงดงามในปี 2023 และ ล่าสุดกับ Nice to Not Meet You ซีรีส์จาก Prime Video ที่รวมนักแสดงยอดฝีมือมาหลายคน กลับมองต่างออกไป
ความน่าสนใจ คือ ผลงานเขียนทั้งสองเรื่องของเธอ เปิดโอกาสให้นักแสดงรุ่น 50+ ได้เป็นตัวเอกของเรื่อง และกลับมาสู่ผลงานโรแมนซ์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ออมจองฮวา กับบทคุณหมอชาจองซุก หรือ อีจองแจ ที่ได้มารับซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ครั้งแรกในชีวิตการแสดง
ในบทสัมภาษณ์ Exclusive กับ สำนักข่าว TODAY นักเขียนจองยอรัง เล่าถึงการนำโอกาสครั้งที่สองในชีวิต มาเป็นแกนหลักของตัวละครอีกครั้ง ว่าน่าจะเกิดจากที่เธอชอบตัวละครที่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต
เมื่อ ‘ชีวิตบทที่สอง’ กลายเป็นเรื่องปกติ ความโรแมนซ์จึงเกิด
“ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นเพียงความบังเอิญก็ได้ค่ะ แต่ก็ยอมรับว่า ฉันมีความรู้สึกอินกับตัวละครที่ไม่ยอมอยู่กับที่ และกล้าลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม”
ถึงไม่ได้ตั้งใจเลือกใช้ประเด็นนี้ อย่างชัดเจนในทั้งสองเรื่อง ทว่า จองยองรัง ยอมรับว่า วิธีที่ตัวละครเอกเผชิญหน้ากับเสียงเรียกร้องจากข้างใน เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง รวมถึงทัศนคติ และวิธีการที่พวกเขาใช้ในการแก้ปัญหา สะท้อนถึงทิศทางการเล่าเรื่อง ที่เธอมักชื่นชอบในฐานะนักเขียน นั่นอาจเป็นเหตุผล ที่ทำให้ผลงานทั้งสองเรื่องมีการแฝงประเด็นที่คล้ายๆ กัน
ความเชื่อที่เธอมีเกี่ยวกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยกลางคน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตัวละครอย่างคุณหมอชา และนักแสดงอิมฮยอนจุนขึ้นมา
“ตอนเด็กๆ ฉันมักจะได้ยินคุณปู่คุณย่าพูดกันบ่อยๆ ว่า ชีวิตเริ่มต้นตอนอายุห้าสิบ”
ในตอนนั้น เธอยังคิดว่าเป็นแค่คำปลอบใจของคนสูงวัย ที่อาจจะรู้สึกเหงา แต่มาตอนนี้ กลับรู้สึกว่ามันเป็นประโยคที่เต็มไปด้วยปรัชญา และเป็นการมองไปข้างหน้าของผู้ใหญ่จริงๆ เพราะในยุคที่การอายุยืนเป็น 100 ปี ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกขนาดนั้น การเตรียมตัวสำหรับชีวิตบทที่สองนั้น กลายเป็นเรื่องจำเป็นไปแล้ว
“ถ้าไม่พูดถึงเหตุผลที่ดูสูงส่ง อย่างการเติมเต็มความสุขส่วนตัว แค่ในแง่ความจริงที่ว่า คนเราอายุยืนขึ้นก็หมายถึง เราต้องยืดช่วงเวลาที่ทำงานหาเลี้ยงชีพออกไปด้วย แบบนี้การปรับภาพลักษณ์ตัวเอง เลยไม่ใช่แค่เรื่องสำคัญ แต่กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้อาจทำให้ชีวิตดูเหนื่อยขึ้นกว่าเดิม แต่ก็คงเป็นความปกติใหม่ที่เราต้องเรียนรู้จะอยู่กับมันค่ะ”
นักเขียนจองยอรัง ยังเล่าอีกว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับไอดอลและแฟนคลับ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจให้ตัวละครเอกเป็นนักแสดง
“หลายปีก่อน มีช่วงหนึ่งที่วัฒนธรรมแฟนด้อม (แฟนคลับไอดอล) กลายมาเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมเกาหลี ฉันรู้สึกสนใจเรื่องนี้อย่างมากจึงเริ่มค้นคว้าลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียเรื่องราวเกี่ยวกับไอดอล และแฟนคลับค่ะ จากนั้นก็คิดต่อว่าถ้าแฟนคลับคนนั้นเป็นนักข่าว ที่ถูกมอบหมายให้ทำข่าวเกี่ยวกับพวกเขาจะน่าสนุกแค่ไหน”
ไอเดียดังกล่าวนี้ จึงค่อยๆ พัฒนาเป็นโครงเรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป และเธอก็อายุมากขึ้น จึงเริ่มลังเลที่จะนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมไอดอล เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเข้าใจได้ลึกซึ้งเหมือนเดิม จึงปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่อง โดยเปลี่ยนตัวเอกฝ่ายชายจากไอดอล มาเป็นนักแสดง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ Nice to Not Meet You
‘เบาสบายและไม่กดดัน’ เสน่ห์ของ ยินดีที่ไม่รู้จัก
เมื่อเปลี่ยนอาชีพพระเอกเป็นนักแสดง นักเขียน จองยอรัง ก็ได้นักแสดง ที่มีภาพลักษณ์กับการรับบทแนวจริงจังมาเสียส่วนใหญ่ อย่าง อีจองแจ มารับบทสมกับพล็อต
“ฉันยังจำได้ว่ารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินครั้งแรกว่า อีจองแจจะมารับบทนี้ บอกตามตรงว่าฉันยังคงกังขาเล็กน้อย แม้กระทั่งถึงตอนเจอกันครั้งแรก แม้ว่าเขาจะเคยแสดงมาหลากหลายบท ตลอดเส้นทางการเป็นนักแสดงของเขา แต่ภาพจำของเขา คือ การรับบทเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และเข้มข้นจริงจัง ฉันก็เลยรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของเขาห่างไกล จาก อิมฮยอนจุนใน Nice to Not Meet You อยู่พอสมควรค่ะ”
ทว่า ยิ่งคิดมากขึ้นเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับไอเดียนี้มากขึ้นเท่านั้น จองยอรัง นึกขึ้นได้ว่า การที่นักแสดงที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและชัดเจนเช่นเขา มารับบท อิมฮยอนจุน อาจจะเป็นสิ่งที่สร้างความสนุก และคาดไม่ถึงให้กับผู้ชม
ในฐานะนักเขียน เธอยังรู้สึกอยากรู้เหมือนกันว่า เขาจะทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตขึ้นมาได้อย่างไร และคาดว่าผู้ชมก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน “ตอนนี้ฉันพูดได้เลยว่า ฉันไม่สามารถนึกภาพใครที่จะมารับบท อิมฮยอนจุนได้อีกแล้ว นอกจากอีจองแจค่ะ”
กระทั่งฉากหลังของเรื่อง ที่ถึงแม้จะอยู่ในวงการบันเทิง แต่เธอก็เชื่อว่า ผู้ชมจะเชื่อมโยงและรักตัวละครได้ ไม่ต่างกับ คุณหมอชา ที่มีชีวิตไม่ธรรมดา แต่ต้องเจอปัญหาที่คนธรรมดาที่ไหนก็เจอเช่นกัน
“ถ้าคิดดูจริงๆ แล้ว Doctor Cha เองก็ไม่ได้มีฉากหลังที่ธรรมดามากนักนะคะ เพราะตัวละครหลัก มาจากครอบครัวหมอที่ร่ำรวยถึงสามชั่วอายุคน และเธอเองก็จบจากโรงเรียนแพทย์ เป็นถึงอดีตคุณหมอที่กลายมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลา เพียงแต่เรื่องราวพูดถึงความกังวล และปัญหาที่ผู้หญิงวัยกลางคนเจอ ทำให้ดูใกล้ตัวมากขึ้น”
สำหรับเรื่อง Nice to Not Meet You นั้น ด้วยอินเทอร์เน็ตและโซเชียล ที่เข้าถึงง่าย ทำให้เรารู้เรื่องราวของคนในวงการบันเทิงได้มากกว่าที่เคย ไม่เพียงแต่ทุกการเคลื่อนไหวจะถูกนำเสนอแบบเรียลไทม์ กระทั่งเรื่องส่วนตัว ที่อยากเก็บเป็นความลับ ก็มักถูกเปิดเผยออกมา ผ่านทั้งบทความข่าว รายการวาไรตี้ และโซเชียลมีเดีย ดังนั้น วงการบันเทิงเลยไม่ได้เป็นโลกที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
แม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ จะดำเนินเรื่องท่ามกลางโลกอันหรูหราของวงการบันเทิง แต่ตัวละครในเรื่องกลับต้องเผชิญกับปัญหา และความท้าทายที่ใครๆ ก็พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะตัวละครหลัก ที่ถ่ายทอดความมนุษย์ออกมาจริงๆ จึงเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ง่าย เพราะสะท้อนชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป
สำหรับจองยอรัง เสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่ความดูเพลินของเนื้อหา ที่ไม่ต้องเตรียมใจมาดู แค่เตรียมตัวมาหัวเราะหน้าจอก็พอ
“ฉันว่าเสน่ห์ของ Nice to Not Meet You คือความเบาสบายและไม่กดดันค่ะ เวลาเราจะเลือกดูซีรีส์ที่เข้มข้น หรือดราม่าหนักๆ ก็มักต้องทำใจไว้ก่อน แต่ Nice to Not Meet You เป็นเรื่องที่ดูได้เพลินๆ ไม่มีความเครียด ดูได้ทุกวัยเลย ซึ่งตรงนี้แหละเป็นเสน่ห์สำคัญของซีรีส์เรื่องนี้
“เพราะฉะนั้นเมื่อซีรีส์เริ่มสตรีม สิ่งที่ผู้ชมต้องทำก็ง่ายมากเลย แค่เตรียมตัวหัวเราะแล้วก็มานั่งหน้าจอไปพร้อมกัน” นักเขียน จองยอรัง เน้นย้ำถึงการทุ่มสุดตัวกับทุกฉาก หวังให้คนดูสนุก ตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ
Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก สตรีมได้แล้ววันนี้ทาง Prime Video