เปิดมุมมอง 'กฤดิกร' ต่อ 'ยศชนัน' บนเวทีไทยรัฐดีเบต ชมวิสัยทัศน์เป๊ะมุ่งไปข้างหน้า #อย่าขังประเทศไทยในกรงของความกลัว
VoiceTV
อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ผู้อำนวยการด้านวิจัยและนโยบาย พรรคเพื่อไทย (YPP) ระบุผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) โดยระบุว่า
#อย่าขังประเทศไทยในกรงของความกลัว
ว่าด้วยพี่เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ในไทยรัฐดีเบตเมื่อวาน (23 ธันวาคม 2568) ในฐานะนักการเมือง และบนเวทีดีเบต แน่นอนว่าทุกคนย่อมมี "วิสัยทัศน์ (vision)" อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าวิสัยทัศน์นั้นจะนำไปสู่การแช่นิ่งประเทศ หรือการนำพาประเทศให้เดินไปข้างหน้า ซึ่งผมคิดว่าชัดเจนว่าพี่เชน คือคนเดียวบนเวทีที่นำเสนอวิสัยทัศน์ที่มุ่งไปข้างหน้า ไม่ใช่แช่แข็งอยู่กับที่
เพราะอะไร?
เพราะ อ.เชน Yodchanan Wongsawat คือ คนเดียวที่เสนอภาพวิสัยทัศน์บนฐานของการสร้างพื้นที่ของความเป็นไปได้ (domain of possibilities) ในขณะที่คนอื่นๆ ติดอยู่บนการฉายภาพพื้นที่ความเป็นไปไม่ได้ (domain of impossibilities) แบบซ้ำๆ ย่ำกับที่
ที่ว่ามาแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร?
การวางกรอบวิธีคิดบนพื้นที่ความเป็นไปได้ หมายความว่า พี่เชนเชื่อว่าประเทศมี "ความหวัง" ในการเดินไปข้างหน้า และเป็นความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ต่อศักยภาพของประเทศไทย ไม่ต่างจากความเชื่อที่พี่เชนมีต่อ คุณโชคและวิทยาศาสตร์นวัตกรรม ว่าจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีก
ความเชื่อมั่นว่าจะทำได้ มีความเป็นไปได้แล้วกล้าจะเดินไปนั้นเป็นแก่นสำคัญของ Winner Attitude (ทัศนคติแบบผู้ชนะ) ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์สำคัญของพรรคเพื่อไทย เรารู้ว่าอุปสรรคมีเยอะ แต่หากกลัวแต่อุปสรรคและปัญหา ก็คงไม่มีทางได้เริ่มเดินไปข้างหน้า และนวัตกรรมไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น และพี่เชนในฐานะนักวิทยาศาสตร์และนักนวัตกรรมด้วยนั้น ยิ่งมีคุณสมบัตินี้แบบเด่นชัด
อย่างเรื่อง Entertainment Complex หรือ Financial Hub ที่มีการพูดถึงบนเวทีดีเบต จริงๆ แล้วก็วางอยู่บนหลักการสำคัญที่พี่เชนอธิบายมาแต่ต้น ว่า "ประเทศไทยต้องการเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine)" หรือว่าง่ายๆ ก็คือ การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทย โดยมีความต่อเนื่องและยั่งยืนด้วย
หลักคิดมันคือ ประเทศไทยต้องมีแหล่งรายได้ใหม่ จะเป็น Entertainment Complex หรือไม่ ถ้าสังคมมองว่าไม่พร้อมจริงๆ ก็หาเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่อื่นๆ แทน แต่โดยส่วนตัวผมเห็นว่ายังควรดันเรื่องนี้ต่อไป เพราะนี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากของการมองบนฐานของความกล้า และความหวัง เพราะมองผ่านตัวแบบของความสำเร็จ (success cases) ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย
Entertainment Complex หรือ Financial Hub มีตัวแบบความสำเร็จมากมายทั่วโลก สิงคโปร์, มาเก๊า, มอนติคาร์โล, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย ฯลฯ หรือประเทศคู่แข่งเราเอง อย่างเวียดนาม ก็เตรียมการจะผลักดันเรื่องนี้ และถึงที่สุด Entertainment Complex และ Financial Hub ที่สำเร็จนี้เองที่เป็นกลไกสำคัญในการจัดการกับทุนเทาอย่างเป็นระบบ แต่การค้านโดยคิดถึงแต่ตัวอย่างของความล้มเหลว (failed cases) นั้น กลับกลายเป็นการคิดบนพื้นที่ของความเป็นไปไม่ได้ (domain of impossibilities)
พื้นที่ของความเป็นไปไม่ได้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการติดหล่มของความกลัว และความกลัวนี้เองเป็นกรงสำคัญในการกักขังประเทศให้แช่นิ่งอยู่กับที่ และเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการอยู่ใน Loser Attitude (ทัศนคติของผู้แพ้) วิธีการมองโลกก็ผูกตัวเองติดอยู่กับตัวอย่างของความล้มเหลวแบบซ้ำๆ ไม่ไปไหน
การผูกติดอยู่กับความหลัง และพื้นที่ความเป็นไปไม่ได้นี้เอง สะท้อนให้เห็นทั้งจากประสบการณ์การทำงานที่ไม่เคยสำเร็จของตน หรือความไม่เคยทำอะไรของตนได้เป็นอย่างดี การยกแต่ตัวอย่างความล้มเหลว อย่าง ในกรณีกัมพูชา และใดๆ มาเป็นเคสอยู่นั่น สะท้อนให้เห็นจุดนี้เป็นอย่างดี หรือที่หญิงหน่อยพูดออกมาพล่อยๆ ว่า "แค่ Natural Made Destination ก็เพียงพอแล้ว" เป็น loser attitude แบบชัดๆ ที่ไม่ได้เข้าใจหลักการนี้เลย
และไหนๆ ได้ว่ากันเรื่องหลักการแล้ว ผมก็คิดว่าชัดเจน มีแค่พี่เชนที่ยืนยันบนหลักการสากล และไม่เกาะกระแสชาตินิยม หากินกับความกลัวแบบพรรคอื่นๆ ผมไม่เชื่อว่าคนแบบนี้จะคิดถึงการเพิ่มผลิตภาพอย่างจริงจังและเป็นระบบได้ เพราะคาราคาซังกับความกลัวตลอดเวลา
แน่นอนว่ามีบางจุดที่พี่เชนยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น สีสันในการถกเถียง จังหวะการดึงแอร์ไทม์ หรือการจิ้มฟันธงลงรายละเอียดชัดๆ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำลายประเด็นแกนกลางของพี่เชนลงได้เลย
ปล. เท้ง กับ อภิสิทธิ์ พูดเนื้อหาใกล้เคียงกันมากกกกก แค่โวหารอภิสิทธิ์ดีกว่า มันยิ่งสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างเหลือเกิน